กินของเน่า บ้านเราแท้ ตีแผ่ความเหม็น ณ มิวเซียมสยาม

Travel MThai ชวนใฝ่รู้ กับสถานที่แห่งความรู้ที่วัยรุ่นวัยแนวต้องไม่พลาด ครั้งนี้ มิวเซียมสยาม ตีแผ่ความเหม็นสุดคลาสสิก ด้วยนิทรรศการ กินของเน่า เล่าเรื่องแบบมีกลิ่น นำเสนอภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนไทยโบราณ ด้วยการนำอาหารที่จะเน่ามาเล่าใหม่ ในรูปแบบการถนอมอาหารสุดชาญฉลาด

กินของเน่า บ้านเราแท้

กินของเน่า เรื่องราวน่ารู้ ที่ มิวเซียมสยาม เป็นการเล่าขานความชาญฉลาดในการถนอมอาหารตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยกระบวนการหมักดอง ถ่ายทอดและสอดคล้องมาถึงหลักการถนอมอาหารในยุคปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า คนโบราณ มีความสามารถดั่งนักวิทยาศาสตร์ นำจุลินทรีย์มาใช้ประโยชน์ได้แม้ไม่มีกล้องจุลทรรศน์ ดัดแปลง แปรรูปอาหารรสชาติถูกลิ้น จนเป็นสัญลักษณ์การกินที่เป็นตัวตนของคนไทย

กินของเน่า มิวเซียมสยาม

โซนที่ 1 จะบอกจุดเริ่มต้น ที่คนเริ่ม กินของเน่า ไม่เล่านะ อยากรู้ลึก ไปศึกษาชัดๆ ที่ มิวเซียมสยาม

เทศกาลกินของเน่า มิวเซียมสยาม

เพิ่งรู้ว่า ปลาร้า มีหลายสัญชาติ ก็ที่งาน กินของเน่า นี่แหละ ศรีลังกาก็มีปลาร้านะ เรียกว่า Jaadi

ภายในนิทรรศการจะมีอาหารที่แปรรูปจากกรรมวิธีต่างๆ แต่ในห้องแรกนั้น มีแต่อาหารปลอมที่สังเคราะห์ขึ้น และส่วนไหนที่เป็นการพิมพ์กระดาษ เช่น ส้มตำปูปลาร้า ทางขวามือในภาพ สามารถหยิบกลับบ้านได้ พลิกด้านหลังจะเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ ว่าปลาร้าทำจากปลาอะไรได้บ้าง และเพิ่งรู้ว่า ปลาร้านึ่ง เขาเรียกกันว่า ปลาร้าสะเออะ !!

น้ำปลา ก็เป็นหนึ่งสิ่งปรุงรสที่บ้านเราขาดไม่ได้ รวมถึงเพื่อนบ้านในแถบเอเชีย

ขนมจีน ก็เป็นอาหารหนึ่งจากกระบวนการหมัก

พี่จีน พี่ยุ่น ก็นิยม กินของเน่า ไม่แพ้บ้านเรา

โซนต่อไป เป็นการเปิดประตูตู้เย็น บอกถึงเทคโนโลยีที่เชื่อมความรู้เก่าสืบเนื่องสานต่อสู่ปัจจุบัน ปรับเข้ากับนวัตกรรมใหม่ เกิดความรู้ใหม่ ที่มีรากฐานมาจากการ กินของเน่า ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ

ออกจาก ตู้เย็น สู่ ตลาดสด ต่อยอดผลิตภัณฑ์ พัฒนาการ กินของเน่า ในหลายรูปแบบ คลุกเคล้านำเสนอกันแบบถึงจมูก ซึ้งแล้วว่าของอร่อย มาพร้อมกลิ่นอันหอมหึ่งจริงๆ

โยเกิร์ต นมเปรี้ยว ก็เป็นหนึ่งในการ กินของเน่า ที่เกิดจากการค้นคว้าของยุคปัจจุบัน

ปลาร้าผง พร้อม! รอข้าวเหนียวอย่างเดียวเท่านั้น

เทศกาลกินของเน่า

“ผักดองข้างที่นอน” คนสมัยก่อนจะซุกผักดองไว้ข้างที่นอน เผื่อหยิบฉวยไว้เป็นเสบียงในยามเกิดศึก

เจ้า กะปิ นี่แหละ ที่ทำหน้าหงาย ต่างชาติมีผงะเล็กน้อย

สุดท้าย มิวเซียมสยาม ฝากคำถามสะกิดความคิด กินของเน่า ไว้เบาๆ เราเองก็อยากรู้ ถ้าส้มตำไม่ใส่ปลาร้า ไม่ใส่น้ำปลา แล้วจะใส่อะไร? ชาว MThai คิดว่าอะไรน่าจะแทนสองอย่างนี้?

นิทรรศการ กินของเน่า จะเลิกส่งกลิ่น 4 พ.ย. 55 ใครสนใจยังมีเวลา 10.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์) ณ มิวเซียมสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-225-2777 ต่อ 411

นักเที่ยวเชี่ยวทาง

 

พูดคุย/วิจารณ์กันก่อนจ้าาา

*


  • Re (#17733) : กินของเน่า บ้านเราแท้ ตีแผ่ความเหม็น ณ มิวเซียมสยาม

    มุมมองความคิดแปลกใหม่

    โดยคุณ : kultida_bow เขียนเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2012 เวลา 17:22, IP : 101.109.207.xxx
  • Re (#17517) : กินของเน่า บ้านเราแท้ ตีแผ่ความเหม็น ณ มิวเซียมสยาม

    น่าจะเรียกของหมักมากกว่านะ เพราะคำว่าเน่าน่าจะใช้กับคำว่าของเสียมากกว่า

    โดยคุณ : gajow เขียนเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2012 เวลา 10:30, IP : 1.4.168.xxx
  • Re (#13024) : กินของเน่า บ้านเราแท้ ตีแผ่ความเหม็น ณ มิวเซียมสยาม

    ชอบที่พลิกมุมมอง และพิสูจน์ให้เห็นจริงว่า ของหมักดองที่เราคุ้นชินนั้นเป็นภูมิปัญญาระดับสูงเลยทีเดียว

    เขาบอกว่า พระเอกของ “อาหารเน่า” คือ จุลินทรีย์ซึ่งมีทั้งแบบดี และแบบร้าย

    มันน่าทึ่ีงตรงที่ คนโบราณไม่มีกล้องจุลทรรศน์ แต่ก็รู้วิธีทำให้จุลินทรีย์ชนิดดีเติบโตเร็วและไปกำจัดจุลินทรีย์ชนิดร้าย ทำให้ “ของเน่า” มีอายุยืนยาว และมีรสชาติ – กลิ่นที่ีมนุษย์ไม่สามารถทำเองได้

    โดยคุณ : เอนก เขียนเมื่อ 10 สิงหาคม 2012 เวลา 09:30, IP : 118.175.29.xxx
  • Re (#12647) : กินของเน่า บ้านเราแท้ ตีแผ่ความเหม็น ณ มิวเซียมสยาม

    จุดเด่นคือ การใช้คำว่า “ของเน่า” มาดึงดูดความสนใจ แต่โดยรวมก็งั้นๆ ไม่อเมซิ่ง

    โดยคุณ : Szieza เขียนเมื่อ 2 สิงหาคม 2012 เวลา 17:14, IP : 192.168.1.xxx
  • Re (#12492) : กินของเน่า บ้านเราแท้ ตีแผ่ความเหม็น ณ มิวเซียมสยาม

    ก็เป็นแนวคิดอีกด้้านหนึ่ง

    โดยคุณ : sawangpattaya เขียนเมื่อ 30 กรกฎาคม 2012 เวลา 22:35, IP : 223.205.152.xxx