ย้อนรอย 50 ปี ของดี ททท เกาะสีชัง – พัทยา กับอ.คฑา ชินบัญชร

เขียนเรื่องเที่ยว

ย้อนรอย 50 ปี ของดี ททท เกาะสีชัง – พัทยา กับอ.คฑา ชินบัญชร

ถึงช่วงเวลาดีๆ ที่เราได้มีโอกาสเที่ยวทั่วไทยไปกับทริปย้อนรอย 50 ปี ของดี ททท. และ อ.คฑา ชินบัญชร นักพยากรณ์ไพ่ยิปซีชื่อดังของเมืองไทยกันอีกครั้งหนึ่งแล้ว ทริปคราวนี้ อ.คฑา ชินบัญชร พรีเซ็นเตอร์คนเก่งของโครงการ เที่ยวทั่วไทย สุขใจเสริมมงคลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้นำเราเดินทางไปท่องเที่ยวย้อนรอยภาคตะวันออกกับทริป เกาะสีชัง พัทยา ชลบุรี ซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพนัก

วัดเซียน ฮุดยี่

เราออกเดินทางมาแวะสักการะขอพรจากพระประธานศักดิ์สิทธิ์ 3 องค์ ที่ วัดเทพพุทธารามหรือวัดเซียนฮุดยี่ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมบารมีก่อนที่จะเริ่มต้นทริปกัน วัดแห่งนี้เป็นวัดจีนนิกายมหายานก่อตั้งโดยพระอาจารย์ตั๊กฮี้ ซึ่งได้เดินทางมาจาริกแสดงพระธรรมเทศนาแก่ประชาชนตามสถานที่ต่างๆ จนมาถึงที่จังหวัดชลบุรี โดยประชาชนที่เสื่อมใสได้ร่วมแรงร่วมใจกันบริจาคที่ดินและทรัพย์สินสร้างวัดจีนแห่งนี้ขึ้น และที่นี่เราได้ร่วมกันสวดมนต์ไหว้พระพร้อมทั้งถวายของไหว้แบบจีนอีกด้วย

วัดเซียน ฮุดยี่

จากนั้นเราเดินชมรอบวัดแห่งนี้ซึ่งประติมากรรมต่างๆ ที่นี่นั้นล้วนมีความหมายและยังได้แฝงความเชื่อของชาวจีนไว้ด้วย เช่น เราเดินผ่านประตู 8 เหลี่ยมที่มีรูปซิ้วท้ออยู่บนประตู เชื่อกันว่าเราจะโชคดีในทุกๆ ทิศที่เราเดินทางไป

6087-attachment
ส่วนพระอุโบสถทรงพระเจดีย์ 7 ชั้นซึ่งยอดเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุนั้น ก็เปรียบเหมือนสถานที่เชื่อมระหว่างฟ้าและดิน ซึ่งชาวจีนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับฟ้าดินมาก ก่อนจากวัดแห่งนี้ไปเราได้ชมพิธีการถวายข้าวพระพุทธโดยพระที่จำพรรษาอยู่ท่านได้ทำพิธีสวดมนต์โดยมีการเคาะขันและเกราะไม้ให้เกิดจังหวะเพื่อให้เกิดสมาธิ มีสติ ดั่งสอนให้เราพยายามอยู่กับตัวเอง ณ ปัจจุบัน ไม่คิดฟุ้งซ่านไปเรื่องอื่นๆ

วัดเซียน ฮุดยี่

หลังจากได้ไหว้พระสุขใจและได้สติกันถ้วนหน้าแล้ว เราก็ต้องมาเติมพลังก่อนที่จะเดินทางกันต่อ เมื่อมาทะเลทั้งทีก็พลาดไปได้ที่ต้องมาลิ้มลองอาหารทะเล เราแวะรับประทานอาหารกลางวันกันที่ ร้านมุมอร่อย สาขาศรีราชาบรรยากาศสวยๆ ริมทะเล พร้อมทั้งอาหารทะเลหลายหลากเมนู เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดเมื่อเราอิ่มท้องแล้วก็ถึงเวลาออกเดินทางกันต่อสู่จุดมุ่งหมายต่อไปคือ เกาะสีชัง ตามรอย 50 ปี ของดี ททท วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส คลื่นลมพอประมาณแบบไม่ต้องกลัวเมาเรือ ใช้เวลานั่งเรือข้ามฟากประมาณ 45 นาทีก็มาถึงท่าเทววงษ์

ศาลเจ้าพ่อ เขาใหญ่

เราเริ่มต้นท่องเที่ยวบนเกาะสีชังโดยอาศัยเจ้ารถสามล้อเหล็กเพื่อความคล่องตัวในการขึ้นเขาตามแนวถนนสายเล็กๆ รอบเกาะ ที่แรกเราเดินทางไปสักการะ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เพียง 157 ขั้นบันได ทุกคนก็จะได้มาสัมผัสกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่บรรดาชาวจีนทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะจากประเทศสิงคโปร์และมาเลเซียให้ความเคารพเป็นอย่างมาก

ศาลเจ้าพ่อ เขาใหญ่

ช่วงเวลาที่นิยมมากราบไหว้กันคือช่วงตรุษจีน สาตรจีน ซึ่งเชื่อกันว่าหากเรามาสักการะเจ้าพ่อเขาใหญ่จะทำให้กิจการค้าขายเจริญรุ่งเรือง และหากมากราบไหว้เป็นระยะเวลา 3 ปี ติดต่อกันจะได้โชคลาภพิเศษ ผู้ใดบนบานศาลกล่าวไว้นิยมกลับมาแก้บนด้วย ลิเก ประทัด และผลไม้

วัดถ้ำ เขายายปริก

จุดหมายต่อไปของเรา วัดถ้ำเขายายปริกสถานที่ปฏิบัติธรรมซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาปฏิบัติธรรม  โดยมุ่งเน้นไปสู่ความพ้นทุกข์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสถึงความสงบสุขทางใจอย่างแท้จริง สถานที่สำคัญภายในวัดแห่งนี้ อาทิเช่น ถ้ำยายปริก (คุณยายปริกในที่นี้ได้พบหลักฐานว่าเป็นพระนมของรัชกาลที่ 5) ซึ่งเป็นถ้ำหินปูนธรรมชาติ มีห้องกรรมฐาน 3 ห้อง ศาลาสัจธรรมซึ่งเป็นที่เจริญมรณสติจากซากศพและโครงกระดูก เพื่อให้เห็นว่าร่างกายเป็นของไม่เที่ยง

วัดถ้ำ เขายายปริก

ศาลาเพ่งความว่างให้เราได้เพ่งมองเส้นที่ท้องฟ้าจรดกับผืนน้ำให้รู้สึกว่างไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัวให้ตระหนักถึงหลักของความเป็นจริง หน้ากุฏิวิเวกมีลานก้อนหินขนาดย่อมให้เราได้เจริญสติ จะก้าว จะเดิน ให้ดูกายที่เคลื่อนไหว ให้เราอยู่กับปัจจุบัน และยังมีสวนเกษตรธรรมชาติเพื่อปลูกพืชผักสวนครัวโดยอาศัยหลักธรรมชาติควบคู่กับหลักธรรมที่ว่า อัตตา หิ อัตตโน นาโถ – ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และไม่ว่าเราจะก้าวเดินไปมุมใดของวัดแห่งนี้เราก็สามารถเข้าถึงธรรมะได้ตลอดเวลาจริงๆ

วัดถ้ำ เขายายปริก

แล้วเราก็ลาวัดถ้ำเขายายปริกแบบอิ่มอกอิ่มใจกับธรรมะที่หากเรามีสติอยู่เสมอเราจะรู้ว่าแท้จริงแล้วธรรมะก็อยู่รอบๆ ตัวเรานี่เอง

หอพระจุฑา ธุชราชฐาน

เราเดินทางต่อไปถึงอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของเกาะสีชัง หอพระจุฑาธุชราชฐาน พระราชวังฤดูร้อนของรัชกาลที่ 5 ซึ่งไม่มีเกาะแห่งไหนของเมืองไทยมีพระราชวังตั้งอยู่นอกจากที่เกาะสีชังแห่งนี้ ในพระราชวังมีตำหนัก 4 ตำหนักที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ได้แก่ เรือนวัฒนา เรือนผ่องศรี เรือนอภิรมย์ และเรือนไม้ริมทะเล และอีกหนึ่งจุดเด่นคือ สะพานอัษฏางค์ ซึ่งนักท่องเที่ยวมักไม่พลาดที่จะมาถ่ายรูปกันที่บริเวณนี้ ที่ที่เราจะได้เก็บรูปภาพประทับใจด้วยฉากหลังเป็นผืนน้ำและแผ่นฟ้าที่ช่างสวยงามน่าประทับใจยิ่งนัก เราแวะชมจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้ไม่กี่แห่งก็ถึงเวลาเย็นย่ำจึงต้องรีบขึ้นเรือข้ามเกาะกลับไปบนฝั่งก่อนที่ฟ้าจะมืด

วัดถ้ำ เขายายปริก

เหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งวันก็ขอปิดท้ายทริปวันแรกด้วยอาหารเย็นที่ร้านเดิมแต่สาขาใหม่ ร้านมุมอร่อย สาขานาเกลือคืนนี้คนเยอะมากๆ แต่เราก็ยังคงเอร็ดอร่อยกับอาหารมากมายคลุกเคล้ากับเสียงดนตรี ทำให้ร้านดูครึกครื้นมากทีเดียว หากมาช่วงก่อนค่ำเราคงจะได้สัมผัสกับวิวสวยๆ ริมทะเล เมื่อถึงเวลาพักผ่อน คืนนี้เราพักกันที่ เซ็นทาราแกรนด์มิราจบีชรีสอร์ท พัทยาตั้งอยู่หาดวงศ์อมาตย์ นาเกลือ พัทยาเหนือ เป็นรีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาว

เซ็นทาราแกรนด์มิราจบีชรีสอร์ท พัทยา

ซึ่งเป็นธีมรีสอร์ทแห่งแรกในประเทศไทย เหมือนเราหลุดเข้ามาอยู่ใน Lost Worldแบบอินเดียน่าโจนส์  ที่นี่มีห้องพักหลากหลายสไตล์ให้เลือก สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องก็มีอย่างครบครัน ไฮไลท์ของที่นี่คือสวนน้ำขนาดใหญ่ติดทะเล หากอยากเล่นทะเลจริงๆ ทางโรงแรมก็มีกิจกรรมสันทนาการ เช่น วินด์เสิร์ฟ เรือคายัค แล่นเรือ ดำน้ำดูปะการังเป็นต้น

เซ็นทาราแกรนด์มิราจบีชรีสอร์ท พัทยา

สำหรับเด็กๆ ทางโรงแรมก็มีแคมป์ซาฟารีและห้องเกมส์สำหรับเด็กอายุ 3-9 ปี เด็กวัยรุ่นก็มีห้องเกมส์ E-Zone ผู้ใหญ่ที่ต้องการเปลี่ยนกิจกรรมทางน้ำมาเล่นกิจกรรมบนบกทางโรงแรมก็มีฟิตเนต สปา เทนนิส ปีนผา และอื่นๆ ให้ได้สนุกสนานกัน เข้ากับแนวคิดของคุณ นิติ คงกรุตท่านผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งเมืองพัทยาที่ว่า “ถึงแม้ตลาดเอเชียหายไปกว่า 80% แต่โชคดีพัทยายังได้นักท่องเที่ยวคนไทยโดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ โดยทางเมืองพัทยาพยายามเพิ่มช่องทางการตลาดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มครอบครัวมาเที่ยวพัทยาให้เยอะกว่าเดิม เพราะเล็งเห็นแล้วว่าปัจจุบันมีโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับการมาท่องเที่ยวแบบครอบครัวเพิ่มมากขึ้น”

วัดเขา ชีจรรย์

เริ่มต้นวันที่สองกันที่วัดเขาชีจรรย์ เพื่อชมพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาเขาชีจรรย์ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปสุโขทัยผสมล้านนา มีความสูง 109 เมตร หน้าตักกว้าง 70 เมตร ฐานบัวสูง 21 เมตร การแกะสลักนั้นทำโดยการระเบิดเจาะเนื้อหินให้เป็นลายเส้น แล้วประดับโมเสกทองตามเส้น พระพุทธรูปแกะสลักนี้สร้างตามพระดำริของสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ที่ต้องการอนุรักษ์เขาชีจรรย์ไม่ให้ถูกระเบิดทำลาย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติปีที่ 50 เมื่อ พ.ศ. 2539

ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค (Silverlake Wine & Grill)

ถัดจากวัดเขาชีจรรย์ เพียง 5 นาที เราเดินทางเข้าเยี่ยมชมไร่องุ่นซิลเวอร์เลคของคุณสุรชัย ตั้งใจตรงและคุณสุพรรษา เนื่องภิรมย์ที่มีเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 1,200 ไร่ ซึ่งใช้ปลูกองุ่นและตกแต่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจถึง 500 ไร่ด้วยกัน และรวมถึงสถานที่จัดงานแต่งงานและงานกิจกรรมต่างๆ ทางไร่ก็มีสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกบริการ อีกทั้งยังเป็นไร่องุ่นทำไวน์แห่งเดียวในภาคตะวันออกด้วย

ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค (Silverlake Wine & Grill)

กิจกรรมภายในไร่ที่เราไม่ควรพลาดเช่น นั่งรถม้า/รถพ่วงชมไร่ ขี่รถATV/จักรยาน และเราเลือกนั่งรถพ่วงชมไร่กันโดยมีเจ้าหน้าที่ของทางไร่เป็นไกด์นำเที่ยว แถมยังได้ชิมน้ำองุ่นเย็นๆ สดจากไร่  และได้เกร็ดความรู้เรื่ององุ่นเล็กๆน้อยๆมาบอกต่อกันอีกด้วย โดยการปลูกองุ่นปีแรกเราจะไม่เก็บผลผลิตเพราะต้นองุ่นจะเอาความอุดมสมบูรณ์ไปหมด ผลองุ่นจะมีขนาดเล็ก ไม่เหมาะแก่การเก็บเกี่ยว ซึ่งการเก็บเกี่ยวผลองุ่นนั้นมี 2 ประเภทหลักๆ โดยองุ่นทำไวน์เราจะเก็บเกี่ยวปีละครั้ง ส่วนองุ่นทานผลเราจะเก็บปีละ 2 ครั้ง

เพอคู ล่าฟาร์ม

ช่วงบ่ายเรามีโอกาสไปชม เพอคูล่าฟาร์ม อาณาจักรฟาร์มปลาการ์ตูนแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ฟาร์มแห่งนี้ทำธุรกิจเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมผู้ที่สนใจจะเลี้ยงปลาทะเลให้หันมาเลี้ยงปลาที่ได้จากการเพาะพันธุ์แทนปลาที่จับมาจากธรรมชาติ ทั้งยังได้ร่วมมือกับชุมชน หน่วยงานราชการ ในการปล่อยปลาการ์ตูนเป็นระยะๆ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอีกทางหนึ่ง เราเดินดูปลาหลากหลายชนิดหลากหลายสายพันธุ์ที่กระจายอยู่ตามบ่อเพาะเลี้ยงต่างๆ และได้รู้ถึงวิธีการเพาะเลี้ยงปลาการ์ตูนที่มีวิธีการไม่ซับซ้อนแต่พิถีพิถันในทุกขั้นตอน อีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจคือ สาหร่ายลูกโป่งซึ่งเป็นสาหร่ายสีเขียว ลักษณะกลม มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยบำบัดน้ำ สวยงามเหมือนไข่มุกสีหยกเลยทีเดียว

เพอคู ล่าฟาร์ม

เมื่อเราดูปลาทะเลจากบ่อแล้ว ก็ถึงเวลาสัมผัสของจริงในท้องทะเลกันหน่อย เราเดินทางไปช่องแสมสารเพื่อดำน้ำตื้นดูปะการังและปลาทะเลกัน นั่งเรือออกจากฝั่งไม่นานนักเราก็ถึงจุดดำน้ำที่มีพี่ๆ ทหารเรือคอยช่วยดูแลความปลอดภัย ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงใดๆ เพียงใส่เสื้อชูชีพพร้อมสวมหน้ากากสนอร์เกิลเราก็กระโดดลงน้ำกันเลย

เพอคู ล่าฟาร์ม

ช่วงแรกๆ ก็ทุลักทุเลกันนิดหน่อย พอทุกอย่างเข้าที่เข้าทางต่างคนก็ต่างชื่นชมกับธรรมชาติใต้น้ำกันเพลินไปเลย อาจเพราะวันนี้เหมือนฝูงปลาหนีไปพักร้อนกันเลยไม่ค่อยได้เห็นปลากัน ส่วนใหญ่จะเห็นปะการังรูปร่างและสีสันต์แปลกๆ หลังสนุกสนานกันพอสมควรก็ต้องกลับเข้าฝั่งกันซะแล้ว แต่อย่างไรก็ตามพวกเราโชคดีที่วันนี้ท้องฟ้าเป็นใจทำให้เห็นท้องฟ้าและท้องทะเลสวยๆ ได้เก็บรูปภาพความประทับใจกัน เย็นนี้เราทานอาหารทะเลอีกเช่นเคยที่ร้านเพลินอาหารทะลกับวิวช่วงเย็นๆ ริมทะเล อิ่มอกอิ่มใจไปตามๆ กัน ส่วนคืนนี้เราพักกันที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน อาหารเช้าที่นี่มีให้เลือกหลากหลายมากๆ สามารถอิ่มเช้าถึงกลางวันเลยทีเดียว

ปราสาทสัจธรรม

วันสุดท้ายของการเดินทางในครั้งนี้ เราไปค้นหาสัจธรรมของชีวิตกันที่ปราสาทสัจธรรม บริเวณแหลมราชเวช ต.นาเกลือ อ.บางละมุง สถาปัตยกรรมไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย  ชาวบ้านเรียกกันว่า “วังโบราณ”

ปราสาทสัจธรรม

โดยเจ้าของความคิดและผู้ดำเนินการสร้างคือ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้ซึ่งต้องการสะท้อนและสื่อให้เห็นถึงความสำคัญของศาสนาและปรัชญาในการมุ่งสู่ความหลุดพ้นสู่โลกหน้าในอุดมคติ ผู้สร้างได้แสดงความคิดความเชื่อที่ว่ามนุษย์เรานั้นเกิดและดำเนินชีวิตอยู่ได้ด้วยสิ่งก่อกำเนิดทั้ง 7 สิ่งที่สำคัญ คือ ฟ้า ดิน พ่อ แม่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว ผ่านงานศิลปกรรมแกะจำหลักไม้ของเรื่องมหากาพย์ที่ยิ่งใหญ่ของชาวตะวันออกคือ มหากาพย์รามายณะ และมหากาพย์ภารตยุทธ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ว่าไม่มีชัยชนะใดยิ่งใหญ่ไปกว่าการชนะใจตนเอง

ปราสาทสัจธรรม

และเป็นโชคดีของเรามากทีเดียวที่ได้มีโอกาสเห็นพระอาทิตย์ทรงกลดตอนกลางวันเหนือปราสาทสัจธรรมแห่งนี้ ช่างงดงามจริงๆ หลังจากที่ได้เดินดูรอบๆ พร้อมรับฟังเกร็ดความรู้ต่างๆ จาก คุณยศธร หนองคูน้อย ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของที่ปราสาทสัจธรรมแห่งนี้แล้ว ทั้งคณะของเราก็ได้ร่วมสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตของเราทุกๆ คน

ไม่ว่าจะฤดูไหนๆ เมืองไทยของเราก็มีที่ให้ท่องเที่ยวมากมาย เหนือ ใต้ ออก ตก สามารถเลือกกันตามใจชอบและจะได้มาช่วย กอดเมืองไทย … ให้หายเหนื่อย กันนะค่ะ

เขียนเรื่องเที่ยว

นักเที่ยวเชี่ยวทาง

 
HotelSThailand.com

พูดคุย/วิจารณ์กันก่อนจ้าาา

*