มัณฑะเลย์ เสน่ห์เมืองหม่อง (ตอนที่2/2)

เขียนเรื่องเที่ยว
มัณฑะเลย์ เสน่ห์เมืองหม่อง (ตอนที่2/2) แม่น้ำอิระวดี เมืองมิงกุน เมืองอังวะ เมืองสกายน์ เมืองพิน อู้ ลิน วัดมหาอ้านกานทู

พม่า มัณฑะเลย์ 

แม่น้ำอิระวดี เมืองมิงกุน เมืองอังวะ เมืองสกายน์ เมืองพิน อู้ ลิน  วัดมหาอ้านกานทู

Bridge

“เจสุติน มาเด” แปลว่า ขอบคุณ ที่ตามอ่านทริปมัณฑะเลย์ถึงตอนสุดท้ายนี้ หลังจากตอนแรกที่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวรอบเมืองมัณฑเลย์ไปแล้ว เราลองมาดูว่ารอบๆ เมืองที่ใกล้ๆ กับมัณฑะเลย์มีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง

แม่น้ำอิระวดี

เรามาเริ่มต้นเดินทางกันแต่เช้า ด้วยเรือเพื่อล่องไปตามแม่น้ำอิระวดี บริเวณนี้สภาพค่อนข้างจะแออัดด้วยจำนวนเรือและรถขนของที่ถ่ายลงเรืออีกที แสดงว่าแม่น้ำสายนี้ยังมีความสำคัญในการคมนาคมของพม่าอยู่

01_อิระวดี-ท่าเรือ1

ระหว่างสองริมน้ำระหว่าง มัณฑะเลย์ ไปเมืองมิงกุน เราก็จะได้เห็นการอาศัยแม่น้ำสายนี้ของชาวพม่าในการดำรงชีวิต ทั้งการประมงหรือทำการเกษตรริมฝั่ง

02_อิระวดี-เกษตร

ใช้เวลาชมบรรยากาศริมแม่น้ำอิระวดีประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็จะถึงเมืองมิงกุน

เมืองมิงกุน

เที่ยวชมเจดีย์มิงกุน (ประโทหล่อจี) เป็นเจดีย์ที่ยังไม่สร้างไม่เสร็จ ซึ่งพระเจ้าปดุงตั้งใจให้เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อแสดงความศรัธราและบารมี ซึ่งสร้างได้เพียงแต่ฐานเจดีย์ ความสูงประมาณ 50 เมตร. พระเจ้าประดุงเสด็จสวรรณคตไปเสียก่อน จึงไม่มีการสร้างต่อ และบางตำนานได้เล่าว่าหากสร้างเจดีย์นี้เสร็จจะทำให้บ้านเมืองล่มสลาย

06_มินกุน-เจดีย์1

หากสร้างเสร็จจะมีความสูงประมาณ 150 เมตร. โดยได้สร้างแบบจำลองไว้อยู่วัดด้านข้างของเจดีย์

05_มิงกุน-เจดีย์จำลอง

เจดีย์จำลองเปรียบเทียบให้เห็นขนาดกันเลย

07_มินกุน-เจดีย์3

ระหว่างการก่อสร้างเจดีย์มินกุนนี้ พระเจ้าประดุงได้ให้สร้างสิงห์คู่เฝ้าเจดีย์เพื่อรอไว้ ปัจจุบันเหลือแต่บั้นท้ายสิงห์เนื่องจากส่วนหัวสิงห์ถล่มลงมาจากเหตุแผ่นดินไหว

08_มิงกุน-สิงห์

นอกจากสิงห์คู่ขนาดใหญ่แล้ว ยังได้รับสั่งให้สร้างระฆังที่มีขนาดใหญ่โตตามไปด้วย

09_มินกุน-ระฆัง

เมืองมิงกุน เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวแวะมาเยี่ยมบ่อยๆ ทำให้มีร้านค้าขายของอยู่พอสมควร และด้วยเมืองนี้เป็นเมืองของศิลปิน จึงมีงานศิลปทั้งภาพเขียน หรือหุ่นเชิด ที่สวยงามถ้าสนใจลองอุดหนุนชาวบ้านเค้าดู

ร้านค้าข้างทาง มีทั้งร้านชำและร้านสำหรับนักท่องเที่ยว

เมืองมิงกุนยังมี เจดีย์ยะเต่งจ่าน สร้างโดยพระเจ้าบากะยีดอว์ พระราชนัดดาของพระเจ้าปดุง สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักต่อพระมหาเทวีชินพิวเม ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนเวลาอันควร และได้รับสมญานามว่า “ทัชมาฮาล แห่งลุ่มน้ำอิระวดี”

 

 

เมืองอังวะ

  ออกเดินทางจากเมืองมิงกุนด้วยทางเรือล่องขึ้นไปยังเมืองอังวะต่อไปโดยใช้เวลา 1 ชม.กว่าๆ แต่วิวริมแม่น้ำไม่ทำให้เราหลับได้เลย เท่าที่ดูจำนวนวัดและเจดีย์มีให้เห็นตลอดลำน้ำอยู่มากมาย

ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำอิระวดี ระหว่างเมืองมัณฑเลย์กับเมืองสกายน์

ใช้เวลา 1 ชั่วโมงกว่าก็มาถึงท่าเรือเมืองอังวะ ถึงเมืองนี้ให้สวมแว่นกันแดดห้ามสบตากับเด็กขายของ เพราะถ้าเราเผลอไปมองและซื้อของ ท่านจะโดนเด็กเกาะติดสิงท่านไปจนกลับแนะนำให้อุดหนุนตอนขึ้นเรือกลับจะดีกว่า สำหรับการเดินทางไปชมวัดบากะยะจาวน์นั้น จะมีรถม้าคอยให้บริการ  3-4 คนต่อคัน

เส้นทางเป็นถนนดิน อาจมีฝุ่นบ้างควรมีผ้าปิดจมูกันฝุ่นไปด้วย นั่งรถม้าประมาณ 30 นาทีก็จะถึงวัดบากะยะจาวน์

วัดบากะยะจาวน์ สร้างด้วยไม้สักเกือบทั้งหลัง ภายในมีเอกลักษณะของศิลปะไทยที่เด่นชัดคือ รูปแกะสลักพญาครุฑ

บรรยากาศท่าเรืออังวะยามเย็น ที่เราจะต้องนั่งเรือข้ามฝากเพื่อไปขึ้นรถต่อไปยังเมืองสกายน์

เมืองสกายน์

กว่าจะเดินทางมาถึงเมืองสกายน์ก็เล่นเอาซะเกือบค่ำ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคเพราะว่าสิ่งที่เราจะเข้าไปดูคือ จิตรกรรมฝาผนังที่มีลักษณะรูปแบบไทย อยู่ในถ้ำอุโมงค์ เรียกง่ายๆ ว่าวัดอุโมงค์แล้วกัน  สาเหตุที่สร้างอุโมงค์นี้ขึ้นมาเพื่อการวิปัสนากรรมฐาน ที่ต้องใช้ความสงบ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอกให้สำหรับพระภิกษุสมัยนั้น

ภาพจิตรกรรมฝาผนัง

ลักษณะศิลปะและเรื่องราวคล้ายกับของบ้านเรา ชวนให้รำลึกถึงบรรพบุรุษไทย

เมืองพิน อู้ ลิน

เมืองพินอู้ลิน หรืออีกชื่อว่า เมืองเม้เหมี่ยว มีสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี จึงเป็นเมืองตากอากาศของคนอังกฤษสมัยเข้ามาปกครองพม่า การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาจากมัณฑะเลย์ลัดเลาะภูเขาไป 2 ชั่วโมงกว่า

เอกลักษณ์ของเมืองพิน อู้ ลิน นี้ก็คือ รถม้าสไตล์อังกฤษ และหอนาฬิกา

              

เมื่อถึงเมืองพินอู้ลิน ก็จะมีที่สำคัญราตั้งใจเดินทางมา ก็คือ วัดมหาอ้านกานทู ซึ่งเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปที่คนไทยเรียกท่านว่า “พระทันใจ” อีกรูปหนึ่งของพม่า

วัดมหาอ้านกานทู

ประวัติของวัดนี้เล่ามีบริษัทจากจีนจ้างให้ชาวพม่าสร้างพระองค์นี้ไปไว้ที่เมืองจีน ลักษณะพระพุทธรูปจึงเป็นรูปแบบของพระจีน ในระหว่างทางขนส่งรถเกิดอุบัติเหตุตกเขาทำให้พระตกลงไปยังบริเวณที่ตั้งวัดนี้ พยายามกู้พระขึ้นมาก็ไม่ได้สักที จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานและสร้าง วัดมหาอ้านกานทู นี้ขึ้นคู่กับพระ และทางพม่าจึงได้สร้างพระอีกรูปส่งไปให้ลูกค้าที่จีนแทน


      การขอพรกับพระทันใจรูปนี้ ทางไก้ด์แนะนำ ให้ขอพรท่านด้วยความชัดเจน และตั้งมั่นด้วยใจจริง ขอในสิ่งที่เราพอจะทำได้ด้วยถึงจะเห็นผลทันใจ หากขอพรขอให้รวย ถูกหวย จะต้องรอตามคิวเพราะพรนี้คนขอเยอะ นับเป็นกุศโลบายที่ดี

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ สายการบิน Air Asia ที่ทำให้เราได้รู้จักพม่ามากขึ้น ทั้งที่ท่องเที่ยว วัฒนะธรรม การใช้ชีวิต และมุมมองอีกด้านจากที่พม่ามองคนไทย ว่าเราเป็นเพื่อนมิตรกัน เรื่องของราวประวัติศาสตร์นั้น แต่ก่อนอาจทำให้เราคิดไปอีกแง่ จึงอยากลองให้เราต่างเปิดใจศึกษากันและกันเพื่อนต้อนรับ AEC 2015 เพราะว่าจะเกิดผลดีซึ่งกันและกัน พม่าน่าไปเที่ยวกว่าที่เราคิด

———————————— อ่านเนื้อหาเพิ่มเติม ——————————————–

มัณฑเลย์ เสน่ห์เมืองหม่อง (ตอนที่1/2)

พม่า เที่ยวมัณฑะเลย์
เมืองอมรปุระ สะพานไม้อูเบ็ง วัดเจ้าต่อจี้ ชมวิวบนเขามัณฑะเลย์ ไหว้พระมัยมุนี พระราชวังมัณฑะเลย์

เขียนเรื่องเที่ยว

สมาชิกพาเที่ยว

 
HotelSThailand.com

พูดคุย/วิจารณ์กันก่อนจ้าาา

*


  • Re (#17861) : มัณฑะเลย์ เสน่ห์เมืองหม่อง (ตอนที่2/2)

    ตื่นตาตื่นใจครับ ขอบคุณครับ

    โดยคุณ : ujad , เขียนเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2012 เวลา 21:00, IP : 124.122.199.xxx
  • Re (#17428) : มัณฑะเลย์ เสน่ห์เมืองหม่อง (ตอนที่2/2)

    เห็นแล้วก็อยากไป

    โดยคุณ : Besaron , เขียนเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2012 เวลา 13:09, IP : 58.9.207.xxx
  • Re (#15195) : มัณฑะเลย์ เสน่ห์เมืองหม่อง (ตอนที่2/2)

    น่าตีตั๋วไปทัวร์พม่าเหมือนกันนะเนี่ย

    โดยคุณ : dreamkonoha , เขียนเมื่อ 29 กันยายน 2012 เวลา 23:47, IP : 110.168.45.xxx
  • Re (#14936) : มัณฑะเลย์ เสน่ห์เมืองหม่อง (ตอนที่2/2)

    เมืองอังวะแต่เดิมเป้นเมืองหลวงของพวกไทยใหญ่ เหมือนกับหงสาวดีที่เป้นเมืองหลวงของมอญ
    พวกพม่าตอนนั้นใช้ตองอูเป้นเมืองหลวงพอยึดสองเมืองนี้ได้เลยใช้เป้นเมืองหลวงแทนสลับกันไปมา

    โดยคุณ : โดมๆ , เขียนเมื่อ 24 กันยายน 2012 เวลา 13:19, IP : 223.206.161.xxx
  • Re (#14928) : มัณฑะเลย์ เสน่ห์เมืองหม่อง (ตอนที่2/2)

    ผมได้ไปอยู่ทำงานที่ mandalay 4ปีเต็ม แต่ที่ผมอยากแนะนำที่สุดเลยก็คือ เมืองพินอู้ลื่น แต่ผมขับรถจากมัณฑเล ถึงพินอู้ลินใช้เวลาแค่45นาที และอีกเมืองที่ไม่มีในนี้คือเมือง พูกาม เป็นสถานที่งดงามมากๆในพม่าครับ

    โดยคุณ : BoyLu , เขียนเมื่อ 24 กันยายน 2012 เวลา 10:27, IP : 172.26.58.xxx
  • Re (#14918) : มัณฑะเลย์ เสน่ห์เมืองหม่อง (ตอนที่2/2)

    อยากไปเที่ยวมากมาย

    โดยคุณ : babear , เขียนเมื่อ 24 กันยายน 2012 เวลา 01:08, IP : 180.183.145.xxx
  • Re (#14735) : มัณฑะเลย์ เสน่ห์เมืองหม่อง (ตอนที่2/2)

    รอโปรดี ๆ จาก AirAsia อยู่ ราคาน่าคบเมื่อไรคงได้จัดแน่ ๆ

    โดยคุณ : NIHAO , เขียนเมื่อ 19 กันยายน 2012 เวลา 18:32, IP : 101.109.5.xxx
  • Re (#14511) : มัณฑะเลย์ เสน่ห์เมืองหม่อง (ตอนที่2/2)

    หาโอกาสไปเที่ยวชมสักครั้ง

    โดยคุณ : ozporzaii , เขียนเมื่อ 14 กันยายน 2012 เวลา 21:18, IP : 171.100.165.xxx
  • Re (#14467) : มัณฑะเลย์ เสน่ห์เมืองหม่อง (ตอนที่2/2)

    เนื้อหาดีมากๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ

    โดยคุณ : lc_kukko , เขียนเมื่อ 14 กันยายน 2012 เวลา 09:08, IP : 58.9.72.xxx
  • Re (#14465) : มัณฑะเลย์ เสน่ห์เมืองหม่อง (ตอนที่2/2)

    งามมาก

    โดยคุณ : Tabtim_Naja , เขียนเมื่อ 14 กันยายน 2012 เวลา 09:06, IP : 203.144.220.xxx