“ก้าวเล็กๆ สู่ดวงดาว”
ดอยหลวงเชียงดาว สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ สูงถึง 2,275 เมตร จากระดับน้ำทะเล และที่มาของชื่อก็ได้มาจากความสูงใหญ่ ของดอย คำว่า”หลวง”ในภาษาเหนือ แปลว่า”ใหญ่” ส่วนคำว่า “เชียงดาว” นั้น ก็เพี้ยนมาจากคำว่า”เพียงดาว” คิดดูสิครับ ภูเขาที่ชื่อมีความหมายแปลได้ว่า “ภูเขาที่ใหญ่โตที่สูงถึงดวงดาว” นั้น จะน่าไปเยือนขนาดไหน และที่สำคัญ ต้อง “เดินท้าว” ขึ้นไปเท่านั้น

ดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า
ดอยหลวงเชียงดาว เป็นภูเขาหินปูนที่สูงที่สุดในประเทศไทย เป็นภูเขาที่ไม่มีแหล่งเก็บน้ำ ถึงจะไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ที่นี้มีความพิเศษคือ มีพรรณไม้แบบที่เรียกกว่า “กึ่งอัลไพน์” แห่งเดียวในไทย คือพวกพุ่มไม้เตี้ย ๆ และไม้ล้มลุกเนื่องจากหน้าดินมีน้อย ไม่มีน้ำและอากาศเย็น เป็นพืชแบบแถบหิมาลัย แต่พัฒนาตนเองเป็นพืชเฉพาะถิ่น จึงมีดอกไม้สวย ๆ มากมายที่เราพบได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น และพรรณไม้บางสายพันธุ มีที่ดอยหลวงเชียงดาวที่เดียวในโลก เช่นเดียวกับนกบางชนิด

ดอกฟ้าคราม

ดอกอ้อมดอย
การเดินทางไปเยืิอนดอยหลวงเชียวดาว เพื่อนๆ สามารถไปได้ทางเดียวคือเดินเท่านั้น เพราะเป็นที่ท่องเที่ยวแบบปิด เพราะมีระบบนิเวศน์ที่เปราะบาง มีกา่รจำกัดนักท่องเที่ยว และ ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าได้ จึงต้องศึกษาให้ดีก่อนออกเดินทาง เวลาที่เหมาะสำหรับการไปเที่ยวคือช่วงปลายฝนต้นหนาวเพราะจะมีอากาศที่หนาวเย็น และพรรนไม้นานาพรรนพลิดอกตลอดทาง และเนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำหรือสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆเลย จึงต้องมีลูกหาบและไกท์นำทางคอยช่วยเหลือในการขนน้ำและสำภาระต่างๆขึ้นไป ข้างบนห้ามก่อไฟเพราะนักท่องเที่ยวอาจจะไปตัดไม้หรือทำลายธรรมชาติหากจะก่อไฟต้องเตรียมถ่านสำหรับก่อไฟไปเอง ห้ามส่งเสียงดังและห้ามนำเครื่องดนตรีทุกชนิดขึ้นไป และที่สำคัญ ผมขอเตือนอีกเรื่องสำหรับคนที่คิดจะไปเยือนคือที่นี้ไม่มีห้องน้ำใดๆทั้งสิ้นต้องใช้วิธีธรรมชาติอย่างเดียว ((ขุดหลุม)) บอกแล้วว่้าธรรมชาติสุดๆ เส้นทางเดินขึ้นดอยหลวงมีอยู่ 2 เส้นทางหลัก มีความแตกต่างกันที่ความยากง่ายของเส้นทาง แต่เส้นทางที่ผมเลือกคือทางที่เรียกว่า “ปางวัว” ซึ่งลักษณะของเส้นทางมีความลาดชันมากกว่า แต่ระยะทางสั้นว่า วัยรุ่นพลังงานเหลือล้นจึงตกลงกันว่าจะเลือกเส้นทางนี้ ส่วนอีกทางเรียกว่า”เด่นหญ้าขัด” รถสามารถขึ้นไปส่งตรงจุดเทินทางท้าวได้เลย แต่ระยะทางไกลกว่า และรถที่ไปส่งต้องเป็นรถ 4W เท่านั้น คณะเดินทางผมออกเดินทางประมาน 9 โมง ก็จะไปถึง”อ่างสลุง” หรือล่านสำหรับกางเต้นท์พักแรม ก็ประมาน 5 โมงเย็น เวลาการเดินทางขึ้นอยู่กับว่าพักบ่อยหรือไหม ใจสู้หรือเปล่า
ภาพแสดงเส้นทางการเดินทางขึ้นสู่ยอดดอยหลวงครับ พวกเราเดินขึ้นทางปางวัว

อีกมุมหนึ่งของลักษณะทางภูมิศาสตร์ดอยหลวงครับ

จุดนี้ครับ ที่เราจะขึ้นไปกัน

มองจากถนนขึ้นไป โห้้้ ใหญ่จัดครับ

เส้นทาง ปากทางที่จะเดินสู่ดอยหลวงครับ

ป้ายบอกทางเดินขึ้น

อุปกรณ์ในการเดินทาง ที่ผ่านอะไรมาเยอะครับ
คณะเดินทางทั้งหมดในทริปส์นี้ครับพร้อมกับอุปกรณ์ในการเดินป่า

เลือกทางชันซะด้วยครับ เดี๋ยวก็รู้กันครับว่าจะไหวกันหรือเปล่า

พี่สิงคำ ไกท์นำทางใจดีของเราครับ เค้าเล่าให้ฟัวงงว่าเมื่อก่อนเคยพาคุณ ผู้สร้างตำนาน “โฟล์คซองคำเมือง”มาบนยอดดอยหลวงเพื่อเเต่งเพลง และเคยเป็นไกท์ให้กับติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี ในรายการ Navigator ด้วยครับ

ไม่ไหวกันซะละครับ พักก่อนนะ

เดินกันมาได้พักใหญ่เราก็เห็นถนนที่รถรับส่งมาส่งเราเหล็อเล็กนิดเดียวครับ

สีหน้าแต่ละคน เริ่มไม่ไหว เดินกันมาทั้งวันแล้วครับ

พักกับตลอดทาง เหนื่อยนอยมากครับ แต่ก็สนุกดี

ขอโพสท่า ตอนพักซะหน่อยละกันครับ

วิวระหว่างทางครับ

ช่วงที่พวกเรามา เป็นปลายหนาวแล้วครับ ดอกไม้เลยไม่ค่อยเยอะ

มาถึงจุดกางเต็นท์แล้วครับ

ดีใจกันมากมาย เดินเช้ายันเย็นเลย
พอไปถึงพี่ๆที่เป็นลูกหาบก็กางเต็นท์ให้พวกเรา เพราะต้องการให้พวกเราขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่ยอดดอยหลวงซึ้งต้องเดินต้องเดินจากจุดกางเต้นท์ไปอีก 1.5 กิโล และใช้เวลา ไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง เพราะทางเดินอันตรายและลาดชันมาก ด้วยความลุลักทุเล พวกเราก็ขึ้นไปถึง และเชื่อไหมครับ หายเหนื่อยเลยจริงๆ พอได้เห็นวิวทิวทัศน์ความสวยงามที่น้อยคนนักจะได้เห็น

ยังต้องเดินทางต่อสู่ยอดดอยหลวง จุดที่สูงสุด ทางโหดและลื่นมากครับ อากาศหนาวและมีลมพัดตลอดครับ

ล้มลุกคลุกคลานกันใหญ่ครับ

ยังยิ้มได้ เหนื่อยแต่ก็สู้ครับ

ถึงจุดที่สูงที่สุดแล้วครับ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อยครับ

หายเหนื่อยเลยครับ วิวสวยมากกกก

วิวจากยอดดอยหลวงครับ

แหลมพีระมิด และเขา สามพี่น้องครับ

จากอีกมุมมองหนึ่ง ที่มองเห็นดอยหลวง ที่อยู่สูงๆทางขวา และลานกางเต็นท์ของเราที่เป็นจุดสีเล็กๆ ตรงกลางภาพครับ จะเห็นได้ว่า สูงมากจริงๆ

นี้คือยอดดอยหลวงครับ สูงที่สุด จูดเล็กๆนั้นคนนะครับบนยอดที่เห็น

สูงสุดครับ

กลับลงมาก็มืดครับ ทานอาหารเย็นรอบกองไฟ((จากถ่ายที่ซื้อขึ้นมา))

วันคนนี้เป็นวันเเกิดเพื่อนร่วมคณะพอดีครับ ร้องเพลงวันเกิดกันเงี่ยบๆ

บรรยากาศกางเต็นท์ทานอาหารเย็นกันครับ ทุกคนแฮปปี้มากก ดาวระยิบระยับมากๆครับ สมแล้วที่เรียกกันว่า “ดอยหลวงเพียงดาว”

“ดอยหลวงเพียงดาว”

ตอนแต่เช้ามืดเราเดินทางขึ้นสู่ยอดอีกยอดที่มีชื่อว่า ยอดกิ่วลมเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นครับ

ถึงยอดแล้วครับ ตั้งกล่องถ่ายรูปกัน จุดเล็กๆกลางภาพตรงก้อนหินน่ะครับ

อีกรูปหนึ่งครับ

ดอกกุหลาบพันปีบนดอยกิ่วลมครับ สวยมากกก

ต้องปีนป่ายกันหน่อยเพื่อชมความสวยงาม

เมฆหมอกลัดเลาะไหล่เขา ราวกับทะเลหมอก สวยมากๆครับ

ภาพอีกมุมหนึ่งของผม ที่ขึ้นไปถ่ายรูปบนยอดครับ

เท่ๆ กับวิวทิวเขาในดอยหลวงครับ

แสงแรกยามเช่้าครับ

พรรณไม้แบบที่เรียกกว่า “กึ่งอัลไพน์”

การเดินทางคือการตามหาความหมายของชีวิต

นั่งมองเต็นท์ที่พักของเราครับ อยู่จรงอ่างสลุงเบื่องล่าง

มีซูมให้ดูครับผม เขี่ยวๆนั้นคือน้องน้ำ ตอนแรกที่บอกว่าไม่มีห้องน้ำเกรงว่าจะไม่ถูกซะทีเดียวนะครับ

นี้เลยครับ ห้องน้ำของเรา ตรงกลางไม่กล้าซูมครับ

นี้ก็ห้องน้ำครับ ส่วนที่เหลือก็ตามธรรมชาติครับ ^^

หลังจากที่ลงจากกิ่วลมมาก็ทานอาหารเช้าด้วยความหิวโซครับ พอเรียบร้อยก็เก็บของ เดินทางกลับ

เก็บของเรียบร้อยก็ออกเดินทางครับ

เดินทางขากลับ

ลาแล้วดอยหลวง แต่สันยากวว่าจะกลับมาเยื่อนอีกอย่างแน่นอน
ขอฝากรูปจากเว็ปท่องเที่ยวไทย ที่แสดงให้เห็นถึงความสวยงามครับ





สวยงามมากๆครับ

และเป็นที่น่าเสียดาย ช่วงเวลาที่เราไป ไม่มีดอก “เทียนนกแก้ว” ที่มีที่ดอยหลวงเชียงดาวที่เดียวในโลก ให้เราได้ดูแล้ว ไว้โอกาศหน้า จะไปตามหาดอกเทียนนกแก้วมาฝากนะครับ
เพื่อนๆคนไหนที่ต้องการไปสัมผัสความสวยงามเหล่านี้ ผมมีข้อมูลเบื่องต้น และข้อมูลต่างๆให้ครับ
การเดินทาง
ดอยเชียงดาวอยู่ทางเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ไปทางอำเภอเชียงดาว
โดยรถยนต์
ใช้ เส้นทางหลวงหมายเลข 107 ระยะทางประมาณ 72 กิโลเมตร ถึงทางแยกไปบ้านถ้ำ (เชียงดาว) บริเวณตัวอำเภอเชียงดาว เข้าสู่ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ขับรถเข้าป่า ไปเด่นหญ้าขัดประมาณ2 ช.ม. ระยะทางประมาณ 20 กม. ถึงจุดเริ่มเดินการเดินเท้าที่หน่วยฯ เด่นหญ้าขัด
โดยรถประจำทาง
จากจังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งช้างเผือกสายเชียงใหม่-เชียงดาว มาลงที่ปากทางเข้าตำบลแม่นะ เช่ารถยนต์ไปส่งหน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก ราคาประมาณเที่ยวละ 700 บาท บริเวณนี้ยังใช้เป็นจุดพักแรมและเป็นแหล่งหากินของไก่ฟ้าหางลายขวาง
เส้นทางขึ้นดอยหลวงเชียงดาวมี 2 เส้นทาง คือ
- เส้นทางเด่นหญ้าขัด ต.แม่นะ อ.เชียงดาว เดินสบายที่สุด แต่ต้องเช่ารถขึ้นไปส่งค่อนข้างไกล (ค่ารถที่จะไปส่งตรงทางขึ้นดอยที่เด่นหญ้าขัด 1,000 บาท) เป็นเส้นทางที่นิยมใช้มากที่สุด ถือเป็นเส้นทางที่ไกลที่สุดจากจุดเริ่มต้นขึ้นไปถึงยอดดอย การเดินเท้าจากหน่วยฯ เด่นหญ้าขัด ระหว่างทางจะมีทั้งพันธุ์ไม้ทั่วไป และพันธุ์ไม้หายาก จากระดับที่สูงขึ้นและสูงขึ้น ไต่ไปตามทางที่ทั้งลื่นและแคบ บางช่วงก็กว้างพอที่จะเดินแบบเกาะกลุ่มกันได้ บางช่วงก็แคบชนิดที่ต้องเดินเรียงเดี่ยวเท่านั้น
- เส้นทางนาเลา ค่อนข้างจะรก สามารถควบคุมเวลาการเดินทางได้แน่นอนเส้นทางเด่นหญ้าขัดและเส้นทางนาเลา ใช้เวลาเดินทางใกล้เคียงกัน คือ ประมาณ 4-6 ชั่วโมง แล้วแต่สภาพร่างกาย
การเดินทางขึ้นดอยหลวงเชียงดาว
- ที่นี่จำกัดคนเดินทางขึ้นสู่ยอดจึงควรติดต่อแต่เนิ่นๆ รับได้ไม่เกิน 200 คน ช่วงที่เปิดขึ้นชมคือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน- กุมภาพันธ์เท่านั้น
- ต้องได้รับอนุญาตจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว โดยไปขออนุญาตได้ที่ทำการเขตโดยตรง อยู่เลยจากถ้ำเชียงดาว อ.เชียงดาว ไม่ไกลนัก โทรศัพท์ 05-326 -1466
- ต้องมีคนนำทางหรือเจ้าหน้าที่ร่วมเดินทางไปด้วย อัตราค่าจ้างคนนำทางวันละ 400 บาท (คนนำทางจะไม่แบกสัมภาระเลย มีหน้าที่แค่นำทาง) ค่าลูกหาบวันละ 300 บาท/ลูกหาบ 1 คน
- การเหมารถยนต์หรือจ้างลูกหาบซึ่งมีบริการบริเวณร้านค้าหน้าถ้ำเชียงดาว หรือติดต่อทางไปรษณีย์ได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ตู้ ปณ. 12 อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 50170
- ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน
- ระดับ ความสูงของยอดดอย ทำให้สภาพอากาศเบาบาง หายใจลำบาก จึงควรฟิตซ้อมสภาพร่างกายในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องความหนาวเย็น
- บนดอยเชียงดาวไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรให้เราเลย เราจึงต้องเตรียมสัมภาระ ขึ้นไป เช่น เต็นท์ ถุงนอน เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม ไฟฉาย ไฟแช็ค เทียนไขกระดาษทิชชู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ถุงมือ ถุงเท้า หมวก เสื้อกันฝน
- บนยอดดอยหลวงเชียงดาวไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ น้ำกินและน้ำใช้ทั้งหมดจะต้องจ้างลูกหาบเพื่อแบกเข้าไป ฉะนั้นควรใช้น้ำอย่างประหยัด (ลูกหาบ 1คนแบกน้ำอย่างเดียว คนละ ประมาณ 20 ลิตรเท่านั้น)
- อาหาร และน้ำดื่ม จะเตรียมไปเองก็ได้ หรือสามารถไปซื้อที่ตลาดเชียงดาว
- ยาควรจะเตรียมยาที่จำเป็นไป เช่น ยาแก้ปวดหัว, ปวดท้อง, ยาแก้คัน, พลาสเตอร์ยา, และยาสำหรับคนที่มีโรคประจำตัว
อุทยานแห่งชาติเชียงดาว ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 50170 โทรศัพท์ 0 -5326 -1466 E-mail reserve@dnp.go.th
วัยรุ่นสมัยใหม่ ต้องเที่ยวอย่างใส่ใจธรรมชาตินะครับ ความเจริญใกล้ตัวเรามากเท่าไหร ธรรมชาติก็ยิ่งห่างไกลเราออกไปมากเท่านั้น ความเจริญเราไม่ต้องไปวิ่งหามันหรอกครับ มันเป็นผ่ายวิ่งหาเราเอง แต่ธรรมชาติ นับวันยิ่งหาได้ยากขึ้น รีบไปเที่ยวชม ก่อนที่จะไม่ได้เห็นธรรมชาติที่เรียกได้ว่าธรรมชาติจริงๆนะครับ




