ทำบุญไหว้พระ รับเทศกาล”สงกรานต์” ที่ จ.สุพรรณบุรี

เขียนเรื่องเที่ยว
ทำบุญไหว้พระ ที่ จ.สุพรรณบุรี

สงกรานต์ีปีนี้ หากใครไม่รู้จะไปไหน ลองไปทำบุญ ไหว้พระ เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตัวเองกันได้นะคะ คราวนี้เราได้มีโอกาสไปได้ ทำบุญไหว้พระ 5 วัด ที่ จ.สุพรรณบุรี กับ MThai ซึ่งได้จัดกิจกรรมดีๆ ให้กับคนอยากทำดีที่เป็นสมาชิก MThai ได้อิ่มบุญกันถ้วนหน้า

 อุทยานมังกรสวรรค์ จ.สุพรรณบุรี

อุทยานมังกรสวรรค์ จ.สุพรรณบุรี

เรามาเริ่มกันที่แรกกันเลยดีกว่า ขอบอกว่า ไปเที่ยวบ้านเมืองเขา สิ่งแรกต้องไปกราบสักการะ ศาลหลักเมือง จ.สุพรรณบุรี กันก่อนนะ ที่นี่เป็นสถานที่เมื่อใครได้มาเยือนสุพรรณบุรี คงไม่พลาดที่จะมากราบสักการะ และถ่ายรูปสวยๆ เป็นที่ระลึกกันเป็นแน่

ศาลหลักเมือง จ.สุพรรณบุรี

ศาลหลักเมือง จ.สุพรรณบุรี

 ศาลหลักเมือง จ.สุพรรณบุรี

ศาลหลักเมือง จ.สุพรรณบุรี

 ศาลหลักเมือง จ.สุพรรณบุรี

ศาลหลักเมือง จ.สุพรรณบุรี

หลังจากสักการะศาลหลักเมืองแล้ว เราก็ไปต่อกันเลย ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ  อยู่ในตำบลรั้วใหญ่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี ถนนสมภารคงแยกจากถนนมาลัยแมน ไปประมาณ 300 เมตร ในสมัยก่อนเป็นศูนย์กลางของเมืองสุพรรณภูมิ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง มีอายุไม่ต่ำกว่า 600 ปี ปรางค์องค์ประธาน เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2456 ชาวบ้านลักลอบขุดค้นหาทรัพย์สินจนทรุดโทรมไปมาก พระพิมพ์ผงสุพรรณบุรีที่โด่งดังมาก อันเป็นหนึ่งใน “เบญจภาคี” ก็ได้ไปจากกรุในองค์พระปรางค์นี้ และพระเครื่องที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ที่นอกเหนือจากพระผงสุพรรณ เช่น พระกำแพงศอก พระมเหศวร พระสุพรรณยอดโถ พระสุพรรณหลังผาน ตลอดจนพระเนื้อชินต่างๆ

 วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี

 วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี

 พระผงสุพรรณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี

พระผงสุพรรณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี

ต่อมาเราได้เดินทางต่อไปยัง วัดแค เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อปรากฏในวรรณคดี เรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” อยู่ในอ.เมืองสุพรรณบุรี ไปทางเหนือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในวัดนี้มีต้นมะขามใหญ่วัดโคนต้นโดยรอบได้ประมาณ 10 เมตร เชื่อกันว่าขุนแผนได้เรียนวิชาเสกใบมะขามจากต้นมะขามต้นนี้ ให้เป็นตัวต่อตัวแตนจากท่านอาจารย์คงไว้โจมตีข้าศึก นอกจากนี้ทางจังหวัดได้สร้างเรือนไทยทรงโบราณเรียกว่า “คุ้มขุนแผน” ไว้ใกล้กับต้นมะขามยักษ์ ซึ่งคุ้มขุนแผนดูๆ แล้วเหมือนกับฉากละครย้อนยุคหลายๆ เรื่องก็ว่าได้

 วัดแค จ.สุพรรณบุรี

วัดแค จ.สุพรรณบุรี

 คุ้มขุนแผน วัดแค จ.สุพรรณบุรี

คุ้มขุนแผน วัดแค จ.สุพรรณบุรี

 คุ้มขุนแผน วัดแค จ.สุพรรณบุรี

คุ้มขุนแผน วัดแค จ.สุพรรณบุรี

 พญาต่อยักษ์คุ้มขุนแผน วัดแค จ.สุพรรณบุรี

พญาต่อยักษ์ คุ้มขุนแผน วัดแค จ.สุพรรณบุรี

หลังจากนั้น กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราเลยแวะไปทานอาหารกลางวันที่ขึ้นชื่อที่นี่กันเลย ก็คือ ร้านก๋วยจั๊บน้องแตน

 ก๋วยจั๊บน้องแตน

ก๋วยจั๊บน้องแตน รสชาติเข้มข้น

 ก๋วยจั๊บน้องแตน

ผัดไทย (เกี๊ยวกรอบ) อร่อยเหมือนขนมเลย

 ก๋วยจั๊บน้องแตน

กล้วยทอด

หลังจากอิ่มท้องกันเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางต่อไปยัง วัดพระนอน ซึ่งวัดนี้อยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ ภายในวัดมี อุทยานมัจฉา อยู่บริเวณริมน้ำหน้าวัด มีปลานานาชนิดชุกชุม ทั้งปลาสวาย ปลาตะเพียน ปลาแรด ทางวัดประกาศเป็นเขตอภัยทาน ปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ผลและไม้ประดับ

วัดพระนอน จ.สุพรรณบุรี

วัดพระนอน จ.สุพรรณบุรี

วัดพระนอน

วัดพระนอน จ.สุพรรณบุรี

วัดพระนอน จ.สุพรรณบุรี

วัดพระนอน จ.สุพรรณบุรี

อุทยานมัจฉา วัดพระนอน จ.สุพรรณบุรี

อุทยานมัจฉา วัดพระนอน จ.สุพรรณบุรี

ต่อจากนั้น เราก็เดินทางต่อไปยัง วัดป่าเลไลยก์ เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่ามีอายุราว 1200 ปี ตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมน อยู่ทางฝั่งตะวันตกของลำน้ำสุพรรณ ห่างจากศาลากลางจังหวัด ประมาณ 4 กิโลเมตร  ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าวัดป่า ภายในวิหาร เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต ปางป่าเลไลยก์  ในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาเตทรงให้มอญน้อย มาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ ภายหลังปี พ.ศ. 1724 เล็กน้อย หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทอง สุพรรณภูมิ (คือประทับนั่งห้อยพระบาท)

 หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทอง สุพรรณภูมิ

หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทอง สุพรรณภูมิ

วัดป่าเลไลยก์

วัดป่าเลไลยก์

ภาพเขียนเรื่องราว ขุนช้าง-ขุนแผน

บ้านขุนช้าง

บ้านขุนช้าง

บ้านขุนช้าง

ต่อมาเราได้เดินทางต่อไปยังวัดไผ่โรงวัว วัดสุดท้ายนี้ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง จากวัดป่าเลไลยก์เห็นจะได้ วัดไผ่โรงวัว ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางตาเถร ห่างจากตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ประมาณ 43 กิโลเมตร หรือจากกรุงเทพฯ ประมาณ 70 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี มีทางแยกซ้ายก่อนถึงสามแยกลาดบัวหลวงเข้าสู่วัดไผ่โรงวัว วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 เป็นวัดที่มีพุทธ-ศาสนิกชน และบุคคลทั่วไป นิยมไปเที่ยวชมกันมาก หลวงพ่อขอม ได้ดำเนินการก่อสร้าง “พระพุทธโคดม” เป็นพระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 17 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกพระเกตุมาลา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2512

ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับพุทธศาสนา ได้แก่   สังเวชนียสถาน 4 ตำบล   คือสถานที่ที่พระพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน  กับงานประติมากรรมหรือภาพปั้นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัตินรกภูมิ  รวมทั้งวรรณคดีและประวัติศาสตร์และยังมี   พระธรรมจักร  หล่อด้วยทองสำริดใหญ่ที่สุดในโลก   พระกะกุสันโธ   พระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก  ฆ้องและบาตร  ใหญ่ที่สุดในโลก  พระวิหารร้อยยอด รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อีกมากมาย

พระกะกุสันโธ”  พระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

พระกะกุสันโธ”  พระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

พระพุทธโคดม เป็นพระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

พระพุทธโคดม เป็นพระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

วัดไผ่โรงวัว

นรกวัดไผ่โรงวัว

วัดไผ่โรงวัว

เปรต วัดไผ่โรงวัว

wadkaemap

แผนที่ วัดต่างๆ ในจ.สุพรรณบุรี

Cr. SUPHAN.BIZ


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

สุดท้ายนี้..อย่าลืม คิดดีทำดี สร้างกุศลดีๆ เพื่อชีวิตดีๆ นะคะ ^_^

เขียนเรื่องเที่ยว

สมาชิกพาเที่ยว

 
HotelSThailand.com

พูดคุย/วิจารณ์กันก่อนจ้าาา

*