สุพรรณบุรี – อู่ทอง บุกเบิกเส้นทางเที่ยวแห่งใหม่

เขียนเรื่องเที่ยว
จังหวัด สุพรรณบุรี นอกจากมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี หรือตลาด 100 ปี สามชุก ยังมีสถานที่เที่ยวต้องไปสำรวจอีกหลายที่

อู่ทอง, สุพรรณบุรี

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สุพรรณบุรี รูปปั้นมังกรยักษ์ บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สุพรรณบุรี

จังหวัดสุพรรณบุรี นอกจากมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังประจำจังหวัดอย่าง ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี หรือ ตลาด 100 ปี สามชุก และบึงฉวาก เป็นต้น วันนี้ Travel MThai กำลังจะบอกสมาชิกมิตรรักทุกท่านว่า ยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ต้องไปสำรวจอีกหลายที่ในจังหวัดสุพรรณบุรีแห่งนี้ จะมีอะไรให้น่าเที่ยวน่าสนใจบ้าง เชิญติดตามกันครับ..

เขาใหญ่ สุพรรณบุรีทางขึ้นเขาใหญ่

การสำรวจบุกเบิกสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสุพรรณบุรี ในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุพรรณบุรี ที่ให้เกียรติเชิญทาง Travel MThai รวมเดินทางไปด้วยกันในครั้งนี้ ซึ่งพวกเราได้ตั้งชื่อเส้นทางท่องเที่ยวแห่งใหม่ในจังหวัดสุพรรณบุรีนี้ว่า “สุพรรณฯ-อู่ทอง ท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์วัฒนธรรม อาหาร และกีฬา

วิวบนภูเขาใหญ่ สุพรรณบุรีขึ้นไปบนยอดเขาใหญ่ เห็นวิวภูเขาอีกลูก สุดลูกหูลูกตา

โดยสถานที่แรกของเราไปเยือนในครั้งนี้ คือ บริเวณเขาใหญ่ ขององค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ อำเภอนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี นักท่องเที่ยวชาวไทยหลายๆ คนคงทราบว่า สุพรรณบุรีนอกจากมีที่เที่ยวน่าสนใจหลายแห่งแล้ว เรื่องการส่งเสริมในด้านการกีฬาก็ไม่เป็นสองรองใคร ในประเทศไทยเลยทีเดียว โดยเฉพาะกระแสฟุตบอลของสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี ที่เรียกสาวกแฟนคลับ “ช้างศึกยุทธหัตถี ” ไปร่วมเชียร์ถึงขอบสนามร่วมหมื่นกว่าคนเลยทีเดียว จนทำให้ผลงานทีมดี ติดลมบนในตารางไทยพรีเมียร์ลีกในขณะนี้

นักกีฬา "พาราไกลดิ้ง" เตรียมกางร่มพร้อมบินแล้วนักกีฬา “พาราไกลดิ้ง” เตรียมกางร่มพร้อมบินแล้ว

ทางผู้ใหญ่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เล็งเห็นว่า คนสุพรรณฯ นั้นมีหัวใจนักกีฬา ในครั้งนี้ จึงเกิดความคิดที่เอาจะเอาสถานที่ของจังหวัดที่ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก มาฟื้นฟูปรับปรุงให้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงกีฬาไปด้วยเลย อย่างบริเวณ เขาใหญ่ แห่งนี้ แม้ว่าภูเขาส่วนใหญ่ในจังหวัดสุพรรณบุรี อาจจะไม่สูงใหญ่ ลูกโต หรือสูงชันสลับซับซ้อน เหมือนอีกหลายจังหวัดในไทย แต่ด้วยคุณสมบัติแตกต่างจากที่อื่นนั้น เหมาะสำหรับการเล่นกีฬาทางอากาศเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกีฬาร่มร่อน “พาราไกลดิ้ง

วิ่งออกแรงสุดชีวิต อยากให้คนไทยบินได้!

อยากลอยอยู่บนฟ้าจัง แต่ไม่ใช่ง่ายๆ ต้องได้รับการฝึกฝนมาก่อน

เร็วๆ นี้ทาง สมาคมกีฬาทางอากาศ และการบินแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ได้จัดการแข่งขันกีฬาร่มร่อนนานาชาติ “2013 PGAWC (THAILAND) & Thailand Paragliding Accuracy Princess’s Cup” ในวันที่ 2 – 5 พ.ค.56 ณ เขาใหญ่ นอกจากจะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของทางจังหวัดสุพรรณบุรีแล้ว ยังเป็นสนามแข่งขันสนามที่สองในไทย แถมยังได้รับเกียรติเป็นสนามแข่งระดับนานาชาติ สนามที่ 6 ของโลก อีกด้วย ถือว่าไม่ธรรมดาเหมือนกัน และน่าจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวถูกใจ สำหรับบรรดานักกีฬาผาดโผนแนวนี้

ร่อนลงอย่างสวัสดิภาพ แต่ต้องลงให้ได้ตำแหน่งที่เขาบอกไว้นะ ถึงจะได้คะแนนเต็ม

สนามนี้(เขาใหญ่) เป็นสนามระดับโลกเชียวนะ ฝรั่ง จีน แขก มาพร้อมชิงชัยกัน

การสำรวจเส้นทางบริเวณ สุพรรณบุรี-อู่ทอง ของเรายังดำเนินต่อไป หลังจากไปพบสถานที่ท่องเที่ยวทางกีฬา ท้าทายความสามารถของมนุษย์กันไปแล้ว ต่อไปเราไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของคนสุพรรณฯ และมีส่วนสำคัญในเรื่องราวประวัติของชาติไทย นั่นคือ พระอาจารย์ธรรมโชติวัดเขานางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี

บริเวณหน้าวัดเขานางบวช หรือวัดเขาขึ้น

วัดเขานางบวช หรือ วัดเขาขึ้น อยู่ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 51 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 340 กิโลเมตรที่ 138-139 โดยบริเวณวัดตั้งอยู่บนยอดเขานางบวช ซึ่งสูงประมาณ 208 เมตร หรือมีแรงขึ้นบันไดไหวก็ประมาณ 249 ขั้น ถ้ารถมีกำลังสูง น่าขับขึ้นไปมากกว่า เหตุที่ได้ชื่อวัดเขานางบวช เพราะราวปี 1826 มีหญิงชื่อชบา เป็นสนมแห่งพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย เกิดเบื่อหน่ายในเพศฆราวาส จึงออกบวชสละทางโลก และเข้าจำพรรษารักษาศีลอยู่ในถ้ำบนยอดเขาแห่งนี้ คนทั้งหลายจึงเรียกเขาแห่งนี้ว่า “เขานางบวช” (ถ้ำอยู่ด้านหลังศาลา  แต่ปากถ้ำได้ทรุดตัวลง ไม่สามารถเข้าไปได้)

มณฑปพระอาจารย์ธรรมโชติ

รูปหล่อพระอาจารย์ธรรมโชติ

ตามประวัติของวัดกล่าวไว้ว่า พระอาจารย์ธรรมโชติ (พระสงฆ์ผู้เป็นศูนย์รวมขวัญ และกำลังใจของชาวบ้านบางระจันในการรบกับพม่า ช่วงสมัยอยุธยาตอนปลาย) เดิมชื่อว่า “โชติ” ได้เคยจำพรรษา ณ วัดแห่งนี้ โดยท่านมีความรู้ด้านวิชาอาคม เมื่อกิตติศักดิ์เลื่องลือไปทั่ว จนต่อมาทางด้านชาวบ้านบางระจันจึงได้อาราธนาท่านไปพำนักอยู่ ณ วัดโพธิ์เก้าต้น จังหวัดสิงห์บุรี จึงปรากฏอยู่ในตำราประวัติศาสตร์ไทยในปัจจุบัน โดยคนส่วนมากไม่ทราบมาก่อนว่าท่านได้เคยจำพรรษาอยู่ที่ วัดเขานางบวช แห่งนี้มาก่อน

วิวสวยงามมาก ถ้ามาช่วงหน้าหนาว อากาศดีเชียวนะ

โดยบริเวณ วัดเขานางบวช ซึ่งอยู่ตั้งบนยอดเขานางบวช สงบ ร่มรื่นอย่างเหลือเชื่อ จากบริเวณภายนอกรอบๆ เขานั้นอากาศร้อนเสียเหลือเกิน นอกจากนี้นักท่องเที่ยว ผู้มีจิตใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ยังสามารถมองชมวิวสวยงามรอบๆ บริเวณภูเขานางบวช ถ้ามาเที่ยวในช่วงหน้าหนาว รับรองให้บรรยากาศเย็นสไตล์ยอดเขาที่ดีกว่านี้อย่างแน่นอน

ทางเข้า ร้านอาหารเบญจรงค์ ติดถนนใหญ่

ทางเข้าร้าน บรรยากาศร่มรื่น

หลังจากครึ่งวันเช้าเดินทางใช้กำลังกายอย่างมาก (แต่มีความสุขทางใจ) ถึงเวลาที่ทุกๆ คนรอคอย “การรับประทานอาหารอร่อยๆ กันดีกว่า ที่ สวนอาหารเบญจรงค์ แพริมแม่น้ำท่าจีน

ติดริมแม่น้ำท่าจีน สายสุพรรณฯ บรรยากาศดี ชมน้ำใส

เมนูส่วนใหญ่ทางร้านจะเป็นปลา และรสชาติดีถูกปากมาก

สวนอาหารเบญจรงค์ เป็นร้านอาหารริมแม่น้ำท่าจีน ให้บรรยากาศลมโชยพัดเย็นสบายตลอดเวลา ช่วงวันหยุดในร้านจะเต็มไปด้วยลูกค้าเป็นจำนวนมาก แต่พวกเรามาในตอนบ่ายแก่ๆ (ช่วงวันธรรมดา สวนกระแสคนทั่วไป) ลูกค้ามีไม่เยอะ จึงเลือกโต๊ะได้ตามสบาย ถ้าอยากนั่งมองสายแม่น้ำสุพรรณ ก็เลือกนั่งที่ส่วนแพริมน้ำ ชมวิวดูปลากระโดดไปมาบนแม่น้ำที่สะอาด ได้อารมณ์ชนบทดี หรือจะเลือกนั่งใต้ร่มไม้ในสวนก็เข้าที ร่มเงาไม้ใหญ่เย็นสบาย หรือต้องการความเป็นส่วนตัวในหมู่คณะ ก็มีห้องจัดเลี้ยง ขนาดใหญ่พอสมควร เป็นร้านอาหารที่สะดวก อยู่บนเส้นทางผ่านไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดสุพรรณบุรี อยู่เยื้องกับหมู่บ้านควาย เลยไปหน่อยก็ไปถึง สามชุกตลาดร้อยปี และบึงฉวาก สถานที่ยอดนิยมของจังหวัด

มีสวนหย่อมน้อยๆ ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

สำหรับเมนูอาหารของทางร้าน ก็จะเน้นไปทางอาหารไทย โดยเฉพาะเมนู ปลา ที่ดูจะเป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้า อย่าง ปลาช่อนรังนก ก็น่ากิน ปลาทับทิมทอดกรอบก็รสชาติกลางๆ ไม่จัดจ้านเกินไป ห่อหมกหม้อดิน กุ้งทอดกระเทียม หรืออาหารไทยพื้นบ้านอย่าง แกงคั่วหอยขม ปูหลน แกงเลียง ปลาช่อนลุยสวน ลาบปลาช่อน ก็น่าลอง และภายในสวนอาหารยังมีสินค้าจำพวกเครื่องปั้นดินเผา เครื่องจานชามเบญจรงค์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากโรงงานของทางร้านเอง ให้ลูกค้าเลือกชมและซื้อหาในราคาโรงงาน

ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง

หลังจากทุกคนรับประทานอาหารกันครบ อิ่มหนำสมบูรณ์กันทั่วหน้า ถึงเวลาเดินทางสำรวจสถานที่ท่องเที่ยว สุพรรณฯ-อู่ทอง สายประวัติศาสตร์วัฒนธรรม อาหาร และกีฬา กับสถานที่สุดท้าย นั่นคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง และหมู่บ้านไทยทรงดำ ที่ตำบลบ้านดอน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

ชาวลาวโซ่ง พร้อมใจต้อนรับผู้มาเยือน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทองได้จำลองเรือนลาวโซ่งจัดแสดงไว้ภายใน เรือนลาวโซ่ง ถือเป็นรูปแบบบ้านอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะชาวไทยทรงดำ หรือลาวโซ่ง ชาติพันธุ์สำคัญชาติพันธุ์หนึ่งที่อาศัยอยู่ในอำเภออู่ทอง ไทยทรงดำ หรือ ลาวโซ่ง เป็นกลุ่มคนเชื้อสายไท มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศลาวและเวียดนาม ในสมัยธนบุรี และสมัยรัตนกสินทร์ตอนต้น กองทัพไทยได้ยกไปนครเวียงจันทร์และเมืองต่างๆ ในอาณาจักรล้านช้าง(ประเทศลาว)ได้กวาดตอนผู้คนครอบครัวชาวลาวต่างๆมาจำนวนมาก รวมทั้งชาวลาวโซ่งมายังอาณาจักรสยาม (ประเทศไทย) ชาวลาวโซ่งที่เข้ามาในครั้งนั้นได้ตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ในเขตจังหวัดเพชรบุรี ต่อมาได้ย้ายถิ่นฐานที่อยู่ไปทำมาหากินในจังหวัดอื่นๆ รวมทั้งที่จังหวัดสุพรรณบุรีด้วย ในปัจจุบันชุมชนชาวไทยทรงดำในจังหวัดสุพรรณบุรี อาศัยอยู่ในเขตอำเภออู่ทอง อำเภอเมือง อำเภอสองพี่น้อง และอำเภอบางปลาม้า

หัวโตแบบต่างๆ (แอบมีเฟอร์บี้มาแจมด้วยนะ) สำหรับใส่ในขบวนฉลองเทศกาลเมืองโบราณอู่ทอง

ชาวไทยทรงดำมีภาษาพูด และภาษาเขียนเป็นของตนเองพูดกันในกลุ่มเชื้อสายเดียวกัน มีเอกลักษณ์ทางการแต่งกายที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ คือ เครื่องแต่งกายสีดำที่ย้อมครามจนเข้มเป็นสีน้ำเงินดำ ชาวไทยทรงดำมีความเชื่อ การนับถือผี สิ่งที่เหนือธรรมชาติ และวิญญาณบรรพบุรุษ มีการประกอบพิธีที่เป็นแบบแผนมาจนปัจจุบัน เช่น พิธีเสนเฮือน หรือการไหว้ผีเรือน พิธีขึ้นบ้านใหม่ พิธีแต่งงาน และพิธีศพ ที่มีความคล้ายคลึงกับพิธีของคนจีนในบางประการ

แม้ว่าการเดินทาง “สุพรรณฯ-อู่ทอง” สายประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหาร และกีฬา ของพวกเรา Travel MThai และ ททท. สุพรรณบุรี จะสิ้นสุดในตอนนี้ แต่แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ แห่งใหม่ ของจังหวัดสุพรรณบุรี ยังมีต่อ คอยให้เราเดินทางไปค้นหา และสัมผัสกันอีก จะเป็นที่ไหน? อีกนั้น ทางทีมงานจะพาสมาชิกมิตรรัก ร่วมเดินทางไปกับเรา ไว้อีกครั้ง ในโอกาสหน้ากันครับ สวัสดี…

 

ข้อมูลและภาพ : suphan.biz / ททท.สำนักงานสุพรรณบุรี
เรียบเรียงโดย Travel MThai

เขียนเรื่องเที่ยว

สมาชิกพาเที่ยว

 
HotelSThailand.com

พูดคุย/วิจารณ์กันก่อนจ้าาา

*


  • Re (#59946) : สุพรรณบุรี – อู่ทอง บุกเบิกเส้นทางเที่ยวแห่งใหม่

    ไปกินมาแล้วอาหารป่าสุดยอดครัวธนัทอู่ทองสุพรรณเป็นร้านเล็กๆแต่รสชาติอู้โฮ…เบยบ่องตงสอบถามเพิ่มได้0814342804

    โดยคุณ : บุญสม , เขียนเมื่อ 15 มิถุนายน 2013 เวลา 12:40, IP : 27.55.165.xxx
  • Re (#57567) : สุพรรณบุรี – อู่ทอง บุกเบิกเส้นทางเที่ยวแห่งใหม่

    ยินดีที่มีผู้ให้ความสนใจท่องเที่ยวในประเทศค่ะ

    โดยคุณ : kanitta_nak , เขียนเมื่อ 10 พฤษภาคม 2013 เวลา 10:20, IP : 115.87.201.xxx
  • Re (#57250) : สุพรรณบุรี – อู่ทอง บุกเบิกเส้นทางเที่ยวแห่งใหม่

    สุพรรณมีที่เที่ยวมากจริง ๆ เพราะเป็นเมืองไทยแท้แต่โบราณเก่าแก่มาก ถึงขนาดมีกษัตริย์หลายพระองค์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่สืบเชื้อสายมาจากที่นี่ แต่นักการเมืองใหญ่กลับมาเปลี่ยนให้กลายเป็นเมืองจีน ตามเชื้อสายดั้งเดิมของตัว ซ้ำยังเปลี่ยนแปลงเงินงบประมาณ ที่ควรไปใชในการปรับปรุงห้องสุขาตามอุทยานแห่งชาคิทั่วประเทศ มาสร้างรูปมังกรเหนือศาลหลักเมืองเสียอีก จึงแนะนำให้ไปเที่ยวทุกที่ ยกเว้นที่นี่

    โดยคุณ : ชาวกรุง , เขียนเมื่อ 5 พฤษภาคม 2013 เวลา 10:40, IP : 58.8.136.xxx
    • Re (#66750) : สุพรรณบุรี – อู่ทอง บุกเบิกเส้นทางเที่ยวแห่งใหม่

      แต่หนูในฐานะคนสุพรรณ บอกตามตรงว่าคนสุพรรณ ร้อยละ99% มีความภูมิใจที่เกิดมาแล้วมี นักการเมื่องใหญ่ที่คุณกล่าวถึงอยู่ในสุพรรณ เพราะว่าทำให้สุพรรณเจริญในขณะที่ ทางวัฒนะธรรมก็ไม่ทิ้งนะจ๊ะ ทางความเจริญและความสุขของคนในจังหวัด ก้เหมอนที่ว่าเขาสำรวจกันว่าคนสุพรรณมีความสุขที่สุดในประเทศ และปีต่อมาก้ บึงกาฬ ก็เหมือนทีมีนักข่าวคนหนึ่งถามว่า
      นักข่าว: ทำไมสุพรรณน้ำไม่ท่วม
      ท่านตอบว่า : สุพรรณมีเขื่อนข้างแม่น้ำ
      นักข่าว : แล้วทำไมจังหวัดอื่นไม่มี
      ท่านตอบว่า: ถ้าไม่ …..กันก็มีทุกจังหวัดหล่ะ

      โดยคุณ : คนสุพรรณ , เขียนเมื่อ 20 ตุลาคม 2013 เวลา 21:02, IP : 58.11.204.xxx