เที่ยวเวียดนาม แบบเสรี ราคาประหยัด
ปกติถ้าเราต้องการอยากเดินทางไปท่องเที่ยวเวียดนามกลางตามเส้นทาง มุกดาหาร-สะหวันนะเขต-เว้-ดานัง-ฮอยอัน ถ้าไปในแบบกรุ๊ปเหมาหมู่คณะเราจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 8,000 บาท -12,000 บาท มีเพื่อนของผมแนะนำมามันบอกว่า: ถ้าแกต้องการเที่ยวเวียดนามแบบถูกๆ แกควรไปเองแบบไม่มีคณะ เพราะมันจะประหยัดค่าใช้จ่ายประมาณ 4,000 บาท – 8,000 บาท ทีแรกผมก็ไม่เชื่อแต่พอไปมาแล้วมันถูกจริงๆ และ แถมสนุกอีกเพราะเราได้เที่ยวหลายที่ตามใจชอบ ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา ได้รับประทานอาหารพื้นเมืองทืขึ้นชื่อ สไตล์เวียดนามแบบแท้…
ทีแรกพวกผมก็ว่าจะไปในแบบกรุ๊ปเหมาหมู่คณะแต่พวกผมมีกันแค่ 10 คนเท่านั้น บริษัททัวร์เขาบอกหาเพิ่มให้ได้ 40 คน จึงสามารถไปได้ และ ใน 40 คน ไป 4 วัน ตกอยู่คนหนึ่ง 9,500 บาท. แต่มีอีกบริษัททัวร์หนึ่ง กรุ๊ป 10 คน ก็ไปได้แต่ตกคนหนึ่ง 12,000 บาท พวกเราเห็นว่ามันแพง พวกเราเลยตัดสินใจไปเองตามที่เพื่อนของผมแนะนำ
พวกเราขับรถตู้แต่กรุงเทพฯ ไปถึงจังหวัดมุกดาหาร แล้ว พักที่นั้น เช้าวันต่อมาเราขับรถข้ามสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 สู่ สะหวันนะเขต (ประเทศลาว) เขาบอกกับเราว่า ถ้าไม่อยากขับรถข้ามสะพาน ที่มุกดาหารก็มีรถโดยสารเพื่อรับส่งผู้โดยสารจากมุกดาหารไปถึงสถานีสะหวันนะ เขต และ ที่ถึงสถานีสะหวันนะเขตก็มีรถรถบัส VIP ประจำทาง สะหวันนะเขต-เว้ รถโดยสารวิ่งแต่วันจัน-ศุกร์ ออกประมาณ 9 โมง และหนึ่งวันมี 1 เที่ยวเท่านั้น


เสร็จสิ้นพิธีการตรวจคนเข้าเมืองของลาว พวกเราขับรถมุ่งหน้าสู่เวียดนามตามเส้นทางเลข 9 โดยผ่านเมืองต่างๆ ของแขวงสะหวันนะเขต จนไปถึงด่านสากลแดนสหวัน เพราะเราไม่รู้เกี่ยวกับเส้นทางของเวียดนาม เราก็เลยจอดรถไว้ทืด่านแดนสหวันแล้วนั่งรถโดยสารที่ด่านลาวบาว (เวียดนาม) ไปต่อจนถึงสถานีรถโดยสารเว้ พวกเราไปถึงที่นั้น ประมาณ 18 นาฬิกา แล้ว เราโทรศัพท์หา ไกด์จัน ไกด์จันเป็นคนลาวอาศัยอยู่เวียดนาม แต่พูดภาษาไทยเก่งมาก เพื่อนผมแนะนำไกด์คนนี้ให้ และ พวกเราติดต่อหาเขาก่อนที่จะออกเดินทางประมาณ 2 อาทิตย์ เพราะกลัวคิวเขาจะแน่น ไกด์จันไปรับพวกเราที่สถานีเว้ จากนั้นพาพวกเราเข้าพักที่โรงแรม เมื่ออาบน้ำเสร็จ เขาพาเราไปทานข้าวเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งสไตล์เวียดนามรสชาดอร่อยมาก.เมื่อทานข้าวเสร็จเขาพาเราเดินเล่นดูบรรยากาศตัวเมืองเว้ในยามค่ำคืน (เที่ยวตามความประสงค์)

เช้าวันต่อมาไกด์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆอยู่ที่เว้ว่า พวกเราอยากไปที่ไหนก่อน-หลัง ไกด์จันพาเราไปทานอาหารเช้า สไตล์เวียดนาม ซึ่งเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของเมืองเว้ เป็นคล้ายๆกันกับขนมจีนบ้านเราแต่มันไม่มีน้ำมาก เขาใส่เนื้อย่าง เส้นนมจีน ผักสด แล้วตามด้วยน้ำซอสที่ผ่านการปรุงเป็นพิเศษ รสชาดนี้อร่อยอย่าบอกใคร



อาหารเวียดนาม


จาก นั้น เดินทางสู่ เจดีย์เทียนมู่ ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำหอม ประกอบด้วยหอคอย 8 เหลี่ยม 7 ชั้น แต่ละชั้นเป็นตัวแทนของชาติภพต่างๆ




จาก นั้นนำเราชม พระราชวังเว้ ที่เก่าแก่และสวยงาม ตัวพระราชวังถูกสร้างขึ้นตามแบบแผนความเชื่อแบบจีน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการอยู่ภายใต้การปกครองของจีนมาเป็นเวลาร่วมพันปี ตัวอาคารบางส่วนเป็นอาคารส่วนที่เหลือรอดมาจากการต่อสู้กัน ครั้งสำคัญระหว่างเวียดนามทั้งสองฝ่ายในสงครามเวียดนามปี ค.ศ. 1968 ที่เรียกว่ากันว่า “สงครามตรุษญวณ” ผลจากการปะทะกันในครั้งนั้นทำให้เขตพระราชฐานชั้นในหรือเรียกว่า “นครต้องห้าม” ได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ ๆ จักรพรรดิเบ๋าได่ ทำการมอบตราพระราชลัญจกรอันเปรียบเสมือนกับสัญลักษณ์แห่งพระราชอำนาจให้กับ รัฐบาลสังคมนิยม เวียดนาม


นอกจากเจดีย์เทียนมู่ และ พระราชวังเว้ ไกด์จันบอกว่าอยู่ที่เว้นี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น สุสานของพระเจ้าไคดิงห์ สุสานจักรพรรดิตือดึ๊ก….พวกเราตกลงกันว่า เมื่อกับมาจากฮอยอันถ้ามีเวลามากพวกเราจะไปสถานที่นั้น
ไกด์นำเราออกเดินทางสู่ เมืองดานัง ต่อไปยัง เมืองฮอยอัน โดยการขึ้นเขาไหวานที่มีความยาวกว่า 20 km และ สูงกว่า 490 m ซึ่งเราได้ชมทิวทัศน์ธรรมชาติ ทะเล และ ภูเขาที่สวยงามของเว้ และ ดานัง ดานัง เป็นเมืองติดกับทะเลที่มีการพัฒนาและสวยงามมาก





ก่อน ที่จะเข้าสู่เมืองฮอยอัน เราแวะชมหมู่บ้านแกะสลักหินอ่อน หรือ นองเหนือก และได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากหินอ่อนนานาชนิดที่สวยงามเป็นของฝากติดมือกับบ้าน จากนั้นไกด์นำเราเข้าสู่ เมืองฮอยอัน จองห้องพักเสร็จ แล้ว หากินข้าวเย็น อาหารขึ้นชื่อของเมืองฮอยอัน ไกด์นำเราหากินแต่อาหารขึ้นชื่ อร่อย และที่สำคัญไม่ใช่กินในภัตตาคาร เพราะเขาอยากให้เราสัมผัสกับการท่องเที่ยวเวียดนามที่แท้จริง






ฮอยอันเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม มนต์เสน่ห์ของเมืองแห่งนี้อยู่ที่ตัวเมืองโบราณซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่าพันปี เมืองฮอยอันไม่อนุญาตให้นำรถเข้า เราเลยเดินเท้าชมเมือง เราเดินชมย่านการค้าของชาวจีน ศาลเจ้าของเจ้าจีนสะพานญี่ปุ่น ซึ่งเชื่อว่าถูกสร้างเพื่อเชื่อมชุมชน 2 แห่งเข้าด้วยกัน และ บ้านโบราณอายุกว่า 200 ปี ชมอดีตความรุ่งเรืองการขนส่งทางน้ำเมืองนี้เดิมเป็นเมืองท่านานาชาติที่ เจริญมากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ถึง 19 มีเรือสินค้าเทียบท่าทั้งญี่ปุ่นและจีน เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้ามาหลายปีก่อนที่จะย้ายไปเมืองดานัง เชิญชมและเลือกซื้อสินค้างานฝีมือแท้ๆ จากเวียดนาม



เสร็จการเยี่ยมชมเมืองฮอยอัน ไกด์นำเรากับเข้าสู่เมืองดานัง เพื่อเยี่ยมชมวัดลิงอื๋ง ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งยู่บนภูเขา เมื่อขึ้นไปที่นั้นเราได้ชมทิวทัศฝั่งทะเลที่สวยงามของดานัง ก่อนที่จะลาจากเมืองดานัง ไกด์นำเราขึ้นกระเช้าไฟฟ้าที่มีความยาวอันดับที่ 2 ของโลก ขึ้นไปบนกระเช้าเราได้ชมทิวทัศน์ธรรมชาติ ป่าไม้ภูเขาที่สวยงาม



เสร็จการเที่ยวเมืองดานัง ไกด์นำเรากับสู่เมืองเว้ โดยการลอดอุโมงค์ไหวาน ยาว 6.3 ก.ม. เป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุดในแถบอินโดจีน ซึ่งรัฐบาลได้สร้างขึ้นเพื่อร่นระยะทาง และเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นศูนย์กลางทางการค้าในแถมเวียดนามกลาง


เรามาถึงเว้ประมาณ 14 นาฬิกา ก็ยังมีเวลาอยู่ 4 ชั่วโมงก่อนที่จะมืดเราเลยไปเยี่ยมชม สุสานของพระเจ้าไคดิงห์ สุสานของพระเจ้าไคดิงห์เป็นเพียงสุสานเดียวที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออกเข้ากับ สถาปัตยกรรมตะวันตก ด้วยทรงเป็นจักรพรรดิในราชวงศ์เหวียนพระองค์เดียวที่ได้เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส สุสานแห่งนี้สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างดี โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 11 ปี พระเจ้าไคดิงห์เป็นพระบิดาบุญธรรมของพระเจ้าเบ๋าได่ ทรงครองราชย์อยู่ 9 ปี ในยุคที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครอง ทาง เดินขึ้นสุสานได้รับการตกแต่งเป็นบันไดมังกรอันโอ่อ่าที่จะพาคุณขึ้นไปสู่ สานชั้นหนึ่ง จากนั้นมีบันไดต่อไปยังลานชั้นสองที่เรียงรายด้วยรูปปั้นหินของช้าง ม้า ข้าราชการทหารและพลเรือน กลางลานมีแผ่นจารึกเขียนด้วยอักษรจีน นิพนธ์โดยพระเจ้าเบ๋าได่ เพื่อรำลึกถึงพระบิดาของพระองค์ ส่วนด้านบนสุดเป็นพระราชวังเทียนดิงห์ ภายในมีการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยการใช้กระเบื้องสีปูพื้นจิตรกรรมฝาผนังภาพ มังกรในม่านเมฆขนาดใหญ่ที่วาดโดยใช้ศิลปินที่เขียนภาพด้วยเท้า ประดับอยู่บนเพดานกลางห้องโถง ส่วนทางซ้ายและขวาเป็นภาพเฟรสโกอันเต็มไปด้วยสีสันที่ตกแต่งด้วยการฝังกระจก สีและกระเบื้องนับพันชิ้น แสดงถึงเรื่องราวมากมายของสัตว์ ต้นไม้ และดอกไม้ ตลอดจนรูปปั้นสำริดขนาดเท่าองค์จริงของพระเจ้าไคดิงห์ ซึ่งสร้างที่ฝรั่งเสศในปี พ.ศ. 2465 ตั้งอยู่บนยกพื้นด้านบนของสุสาน




เสร็จการเยี่ยมชมสุสานเราไปช้อปปิ้งที่ ตลาดดองบา ซึ่งเป็นตลาดพื้นเมืองของเมืองเว้เราได้เลือกซื้อ ของฝากหลายอย่าง อาทิเช่น ขนม หมวกกระเป๋า เสื้อผ้า…
ตกค่ำเราลงล่องเรือมังกรบนแม่น้ำหอมเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ของเมืองเว้ และยังได้สัมผัสบรรยากาศแบบย้อนยุคที่มีสาวๆ ชาวเวียดนามในชุดประจำชาติของเขา มาขับกล่อมดนตรีพื้นบ้านหรือ เรียกว่าดนตรีราชสำนัก ให้ฟังกันแบบสดๆครับ….



เช้าวันต่อมาหลังจากที่กินอาหารเช้าเสร็จ เราอำลาเมืองเว้ เดินทางกลับด่านLao Bao ถึงด่านลาวบาว ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองของลาว เราย้ายกระเป๋าเดินทางขึ้นรถของเราแล้วมุ่งหน้ากับประเทศไทย เราถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจไม่รู้ลืม
เพราะนี้เป็นการเที่ยวแบบเสรี รายการที่พวกเราเที่ยว เราเป็นคนกำหนดเวลา และสถานที่ ดังนั้นมันจิ่งเป็นการเที่ยวที่สนุกมาก เรื่องค่าใช้จ่ายในแต่ละที่ที่ไปพวกเราเป็นคนจัดการเอง ไกด์เป็นเพียงแค่คนแนะนำสถานที่ ที่ถูกและมีคุณภาพให้พวกเรา
ถ้าใครสนใจอยากจะไปเที่ยวเหมือนพวกผมติดต่อหาไกด์จันได้ ที่หมายเลข 0084 1665100872 จัน กรณีติดต่อหมายเลขนั้นไม่ได้ ให้ติดต่อหมายเลข 00856 2055374109 ถ้าติดต่อหมายเลขนี้ได้เขาอาจจะไปรับที่ด่านสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แล้วพาท่านเดินทางเข้าเวียดนามเลย และควรไปเป็นหมู่คณะ 10 คน หรือ 20 คน เพื่อให้พอดีกับขนาดของยานพาหนะที่จะเข้าเมืองได้สบาย ท่านควรติดต่อเขาก่อน ออกเดินทาง 2 อาทิตย์ เพราะกลัวคิวเขาจะแน่น
………………………………………………………
เที่ยวเวียดนาม แบบเสรี ราคาประหยัด



