จังหวัดบึงกาฬ

Home / ข้อมูล 77 จังหวัด, ภาคอีสาน / จังหวัดบึงกาฬ

จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดในประเทศไทย จัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554 อันมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2554 เป็นต้นไป โดย แยกอำเภอบึงกาฬ อำเภอเซกา อำเภอโซ่พิสัย อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล ออกจากการปกครองของจังหวัดหนองคาย

จังหวัดบึงกาฬ

จังหวัดบึงกาฬ

คำขวัญประจำจังหวัด: สองนางศาลศักดิ์สิทธิ์ อิทธิฤทธิ์หลวงพ่อใหญ่ แหล่งน้ำใสหนองกุดทิง สุดใหญ่ยิ่งแข่งเรือยาว หาดทรายขาวเป็นสง่า น่าทัศนาแก่งอาฮง งามน้ำโขงที่บึงกาฬ สุขสำราญที่ได้ยล

ที่ตั้ง บึงกาฬเป็นจังหวัดที่มีเขตพื้นที่ติดต่อกับแม่น้ำโขง และแขวงบอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สถานที่ท่องเที่ยวฮิตในบึงกาฬ

ศาลเจ้าแม่สองนาง

ศาลเจ้าแม่สองนาง

            เป็นศาลที่สิงสถิตย์ของเจ้าสองนางลุ่มน้ำโขงที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านและบุคคลทั่วไป ที่ตั้ง อ.เมือง ใกล้วงเวียนหอนาฬิกา

แก่งอาฮง (อ.บึงกาฬ)

จังหวัดบึงกาฬ

             เป็นแก่งหินกลางลำน้ำโขง บริเวณหน้าวัดอาฮงศิลาวาส บ้านอาฮง ตำบลหอคำ ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดไม่สามารถวัดความลึกได้ กระแสน้ำบริเวณแก่งอาฮงจะไหลเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลากและมีกระแสน้ำไหลวนเป็น รูปกรวยขนาดใหญ่ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” แม่น้ำโขงบริเวณแก่งอาฮงมีความกว้างประมาณ300 เมตร ในฤดูน้ำลดและมีความกว้างราว400 เมตร ในฤดูน้ำหลาก และจะสามารถมองเห็นแก่งได้ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคมของทุกปี และกลุ่มหินที่ปรากฎบริเวณแก่งอาฮงจะมีชื่อเรียกตามลักษณะของหิน เช่น หินลิ้น นาค หินปลาเข้ ถ้ำปลาสวาย นอกจากจะเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอบึงกาฬและเป็นสถานที่ เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ คือ”บั้งไฟพญานาค” ในช่วงประเพณี ออกพรรษา จะมีนักท่องเที่ยวมาพักเที่ยวชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค บริเวณบ้านอาฮงเป็นจำนวนมาก จะมีมากในวันขึ้น15 ค่ำเดือน11 ที่ปฏิทินไทย กับปฏิทินประเทศ สปป.ลาวตรงกัน และชาวบ้านโดยรอบยังอาศัยทำการประมงด้วย

หนองกุดทิง(อ.บึงกาฬ)

หนองกุดทิง (อ.บึงกาฬ)

              แหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งหนองคายที่ยังความเป็นธรรมชาติไว้อย่างแท้จริง ด้วยมีพื้นที่เชื่อมต่อแม่น้ำโขง ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความความหลากหลายทางชีวภาพจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระดับโลก (พื้นที่แรมซาร์) แห่งที่11 ของประเทศไทย หนองกุดทิง มีพื้นที่ราว22,000 ไร่ มีสัตว์น้ำอาศัยอยูมากกว่า250 สายพันธุ์ มีปลาที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลกถึง 20 สายพันธ์ มีนกพันธุ์ต่างๆกว่า40 ชนิด เหมาะสำหรับการมาพักผ่อน ชื่นชมธรรมชาติในวันสบายๆ

หาดทรายขาว (อ. บึงกาฬ)

หาดทรายขาว (อ. บึงกาฬ)

               เป็นหาดทรายขาวริมฝั่งแม่น้ำโขงที่สวยงามระยะทางยาวประมาณ2 กม. เมื่อยามเช้าและเย็นอากาศดีลมพัดเย็นสบาย และความสวยงามเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

ตลาดสองฝั่งโขง(อ.บึงกาฬ)

ตลาดสองฝั่งโขง (อ.บึงกาฬ)

               เป็นตลาดริมแม่น้ำโขง ที่มีพ่อค้าแม่ค้าทั้งคนไทย และคนลาวข้ามฟากมาเปิดขายสินค้าในท้องถิ่นกันอย่างคึกคัก ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง เสื้อผ้า ของกินพื้นถิ่น เดินเล่นชิลล์ๆ ในบรรยากาศแบบพื้นบ้าน ติดตลาดเฉพาะวันอังคารกับวันศุกร์

บึงโขงหลง (อ. บึงโขงหลง)

บึงโขงหลง (อ. บึงโขงหลง)

               ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์นก โดยเฉพาะนกน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว ทั้งห่านป่า นกเป็ดน้ำ นกยาง นกกระเต็น มีจุดดูนกอยู่ดอนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง บริเวณบึงยังมีหาดคำสมบูรณ์ที่มีหาดทรายทอดยาวในช่วงฤดูหนาว เป็นแหล่งพักผ่อนและชมวิวทิวทัศน์ มองเห็นภูลังกาเป็นฉากหลัง

น้ำตกตาดกินรี (อ. บึงโขงหลง)

น้ำตกตาดกินรี (อ. บึงโขงหลง) 

             อยู่ในป่าภูลังกา เป็นน้ำตกใหญ่ไหลลงสู่หุบเหว น้ำตกชั้นบนไหลลดหลั่นกันไปตามลานหินกว้าง และมีแอ่งน้ำใสให้เราสามารถลงไปเล่นน้ำกันได้

 เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูวัว (อ. บุ่งคล้า)

เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูวัว (อ. บุ่งคล้า)

             ผืนป่าใหญ่ของ จ. บึงกาฬ และเป็นป่าอนุรักษ์ที่สวยสมบูรณ์ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของภาคอีสาน ภายในพื้นที่มีน้ำตกสวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตกถ้ำฝุ่น น้ำตกเล็กๆ ที่เข้าถึงสะดวกที่สุด บริเวณน้ำตกมีเพิงถ้ำหลายแห่ง หรือน้ำตกชะแนน น้ำตกใหญ่ที่ไหลลัดเลาะมาตามลำห้วย แล้วตกมาเป็นน้ำตกสามชั้นอยู่ห่างกัน คือ ขัวพญานาค ชะแนน และบึงจระเข้ โดยมีน้ำตกชะแนนเป็นน้ำตกขนาดใหญ่สุด

 น้ำตกเจ็ดสี (อ. บุ่งคล้า)

น้ำตกเจ็ดสี (อ. บุ่งคล้า) 

             น้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูวัว สายน้ำไหลตกจากหน้าผาหินทรายแล้วแผ่กว้างออกสวยงามตระการตา ด้านล่างมีแอ่งน้ำสำหรับเล่นน้ำและโขดหินให้นั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ

ภูทอก (อ.ศรีวิไล )

ภูทอก (อ.ศรีวิไล )

             ภูเขาหินทราย ที่มีวัดเจติยาคีรีวิหาร ตั้งอยู่เชิงเขา และมีสะพานไม้สร้างวนเวียนขึ้นไปสู่ยอดเขารวม7 ชั้น เพื่อเป็นทางเดินขึ้นไปยังกุฏิและถ้ำที่อยู่ตามหลืบผา และมองเห็นความสวยงามของภูมิประเทศเบื้องล่างได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ถ้าในวันที่อากาศแจ่มใสอาจมองได้ไกลถึงเทือกเขาในเขตจังหวัดนครพนม

วัดสว่างอารมณ์ (อ. ปากคาด)

วัดสว่างอารมณ์ (อ. ปากคาด)

            ภายในวัดมีโบสถ์อยู่ยนก้อนหินใหญ่ หลืบถ้ำด้านล่างเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ปางปรินิพพาน บริเวณด้านบนก้อนหินเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์สวยงามของแม่น้ำโขง

การเดินทาง

รถยนต์
ระยะทางจากหรุงเทพมหานครไปจังหวัดบึงกาฬโดยประมาณ765 กิโลเมตร โดยขึ้นทางด่วนจากพระราม4 ใช้ทางพิเศษเฉลิม มหานคร จากนั้นให้ตามทางพิเศษหมายเลข 31 ไปยัง ถนนวิภาวดีรังสิต แล้วจะมาบรรจบกับทางหลวงหมายเลข1 พหลโยธิน จาก นั้นเปลี่ยนมาใช้ทางหลวงหมายเลข2 ถนนมิตรภาพและจากนั้นก่อนเข้าสู่ตัวเมืองเปลี่ยนมาใช้ทางหลวง212 เข้าสู่จังหวัดบึงกาฬ

โดยรถประจำทาง
มีรถประจำทางธรรมดาและรถปรับอากาศ
– จากบริษัทขนส่งจำกัด โทรศัพท์ :0 2936 2841-48, 0 2936 2852-66 ต่อ442, 311
– บริษัท แอร์อุดร จำกัด บริการรถที่มีมาตรฐาน ระดับ วี.ไอ.พี. มาให้บริการ โดยสำรองที่นั่ง กรุงเทพฯ โทร.0 2936 2735 อุดรธานี โทร.0 4224 5789 สถานที่จำหน่ายตั๋วอาคารหมอชิต2 ชั้น3 ช่องจำหน่ายตั๋ว55 และ118 (หลังประชาสัมพันธ์ ชั้น3)
– บริษัท407 พัฒนา ให้บริการด้วยรถปรับอากาศชั้น1 และชั้น2 ชนิด ม.1ข,ม.4ข,ม.1พ,ม.2 ให้บริการรถสาย กรุงเทพฯ หนองคาย บึงกาฬ บุ่งคล้า, กรุงเทพฯ กุมภวาปี บึงกาฬ, ระยอง-ขอนแก่น-พังโคน-บึงกาฬ

รถไฟ
– มีขบวนรถไฟจากกรุงเทพฯ-หนองคาย และขบวนรถด่วนดีเซลราง กรุงเทพ – อุดรฯ ทุกวัน ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020  www.railway.co.th  สถานีรถไฟหนองคาย โทร.0 4241 1592

เครื่องบิน
สามารถไปได้โดยลงที่สนามบินจังหวัดอุดรธานี รายละเอียดสอบถามได้ที่บริษัทการบินไทย จำกัดwww.thaiairways.co.th  ศูนย์สำรองที่นั่ง 0 2356 1111
สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย โทร.0 2515 9999 www.airasia.com  สายการบินนกแอร์  www.nokair.com  Call us Nok Air at 1318 or +662- 900-9955

เทศกาลและงานประเพณี

ประเพณีบุญบั้งไฟ (Boon Bang Fai or Rocket Festival)

ประเพณีบุญบั้งไฟ

จัดขึ้นช่วง : เดือนพฤษภาคม
ประเพณีบุญบั้งไฟนี้เป็นประเพณีดั้งเดิมของชาว จังหวัดบึงกาฬ เชื่อว่าเป็นประเพณีขอฝน ในช่วงฤดูฝนที่กำลังมาถึง ชาวบ้านจะแต่งตัวสีสันสดใส ร้องเพลง เต้นแห่และแบกบั้งไฟ ซึ่งบางบั้งอาจยาวถึง9 เมตร และประเพณีนี้ยังเป็นการส่งเสริมประเพณีศิลปะวัฒนธรรมของท้องถิ่นและช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ

งานไหลเรือไฟ (Lai Reua Fai or Light Floating Festival)

งานไหลเรือไฟ
จัดขึ้นช่วง : เดือนตุลาคม
เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งของชาวอีสานที่มีมาแต่โบราณ นิยมทำกันในเทศกาลออกพรรษา ซึ่งทางจังหวัดหนองคายจะทำในคืนก่อนวันออกพรรษาหนึ่งคืน โดยยังคงรักษารูปแบบประเพณีเดิมอย่างเคร่งครัด โดยการสร้างเรือจะใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่นต้นกล้วย ไม้ไผ่ ทำเป็นแพ แล้วมัดไม้เป็นโครงรูปร่างต่างๆ หลายขนาดบางลำยาว10 วา12 วา หรือ15 วา

งานแห่เทียนพรรษา (Candle Procession Festival)

งานแห่เทียนพรรษา
จัดขึ้นช่วง: เดือนตุลาคม
งานประจำปีของจังหวัดในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา โดยหล่อเทียนพรรษาและประดับตกแต่งเทียน อย่างสวยงาม มีการจัดขบวนแห่และการแข่งขันประกวดความสวยงามของเทียนแต่ละต้น

งานแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทาน (Princess’s Cup Boat Race)

งานแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทาน
จัดขึ้นช่วง : เดือนสิงหาคม
เนื่องด้วยอำเภอบึงกาฬได้เปลี่ยนสถานณะมาเป็นจังหวัดบึงกาฬในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ2553 จึงได้จัดงานฉลองจังหวัดใหม่งานแรก ต้นเดือน10-12 กันยายน2553 นี้ โดยมีงานแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเป็นงานเฉลิมฉลอง

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา