แนะนำ 15 ที่เที่ยวเดือนกันยายน เที่ยวหน้าฝนที่ไหนดี

Home / นักเที่ยวเชี่ยวทาง / แนะนำ 15 ที่เที่ยวเดือนกันยายน เที่ยวหน้าฝนที่ไหนดี

ช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงฤดูฝน อากาศเย็นชุ่มฉ่ำ เย็นสบายแบบนี้ เก็บกระเป๋าแล้วออกไปเที่ยวกันดีกว่า แต่ถ้าเพื่อนๆ ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี? เราแนะนำ 15 ที่เที่ยวเดือนกันยายน เที่ยวหน้าฝนที่ไหนดี มาฝากกัน ไม่ว่าจะภูเขา ทะเล หรือน้ำตก รับรองว่า หน้าฝนนี้สนุกชุ่มฉ่ำกันแน่นอน ^^

แนะนำ 15 ที่เที่ยวเดือนกันยายน เที่ยวหน้าฝนที่ไหนดี
เก็บกระเป๋าแล้วไปกัน

september-travel-600x315

 ปิล็อก ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี
ขอบคุณภาพจาก http://me095.multiply.com

1. ปิล็อก ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี

“เหมืองปิล็อก” ตั้งอยู่ในตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี หากมาเที่ยวในหน้าฝนเราก็จะได้พบกับบรรยากาศอันสดชื่นของภูเขาเขียวขจีที่เรียงรายสลับซับซ้อนเคล้าสายหมอกในฤดูฝน ชมธรรมชาติแห่งขุนเขา สายธารน้ำตกที่อุดมสมบูรณ์  สัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวบ้านในหมู่บ้านอีต่อง

รีวิว : เที่ยว ปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

มอหินขาว จ.ชัยภูมิ
ขอบคุณภาพจาก www.m-culture.go.th

2. มอหินขาว จ.ชัยภูมิ

มอหินขาว ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา บ้านวังคำแคน ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ประกอบด้วยกลุ่มหินทรายสีขาววางเรียงราย จนถูกขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า “สโตนเฮนจ์เมืองไทย” เป็นสวนหินธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการสะสมของตะกอนทรายและดินเหนียวแข็งตัวกลายเป็นหิน ลักษณะของหินกลุ่มต่าง ๆ เกิดจากเคลื่อนไหวของเปลือกโลกบีบอัดจนเกิดการคดโค้ง แตกหัก กัดเซาะทั้งแนวตั้งและแนวนอน สร้างสรรค์เป็นรูปต่าง ๆ ตามจินตนาการของผู้พบเห็น ตอนกลางคืนสามารถนอนดูดาวท่ามกลางอากาศอันหนาวเย็น

ทุ่งแสลงหลวง จ. เพชรบูรณ์

3. ทุ่งแสลงหลวง จ. เพชรบูรณ์ 

ทุ่งแสลงหลวง หรือ ทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแสลงหลวง ในฤดูฝนสถานที่แห่งนี่ก็งดงามไม่แพ้ที่ใด ผืนป่าหน้าฝนของทุ่งแสลงหลวงมองไปทางไหนก็เขียวขจี ชุ่มชื่น ความงามของทิวสนเรียงรายที่ ทุ่งนางพญา ความโรแมนติกของหมอกฝนในยามเช้าที่จุดชมวิวดุสิตา ยังคงเป็นภาพศิลปะที่ธรรมชาติช่างสร้างสรรค์ได้อย่างเยี่ยมยอด

รีวิว : ทุ่งแสลงหลวง ผืนป่าสะวันนาเมืองไทย

ภูทับเบิก จ. เพชรบูรณ์
ขอบคุณภาพจาก muzTong

4. ภูทับเบิก จ. เพชรบูรณ์

ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก ช่วงหน้าฝนประมาณในช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค. เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย

รีวิว : ไฮไลท์ปลายฝน ภูทับเบิก ดินแดนแห่งสายหมอก

ภูสอยดาว จ. อุตรดิตถ์

5. ภูสอยดาว จ. อุตรดิตถ์ 

ความสวยงามและความท้าทายของนักเดินป่าในหน้าฝน ทุ่งดอกไม้ป่าเคล้าสายหมอก ซึ่งจะบานชู่ช่ออวดโฉมในช่วงเดือนส.ค. – ก.ย. ของทุกปี มอสป่าที่น้ำตกภูสอยดาว คือ สิ่งที่ช่วยเพิ่มแรงใจให้หลายคนต่างดั้นด้น ปีนป่ายผ่านความยากลำบาก ฝ่าสายฝนในเส้นทางภูเขาที่ลาดชันในระดับความสูง 2,102 เมตร จากระดับน้ำทะเล เพื่อไปพิชิตและชมความสวยงามของทุ่งดอกไม้แห่งนี้ให้ได้ซักครั้งหนึ่งในชีวิต

นาข้าวขั้นบันได โครงการปิดทองหลังพระ จ. น่าน
ขอบคุณภาพจาก pixpros.net

6. นาข้าวขั้นบันได โครงการปิดทองหลังพระ จ. น่าน

อีกหนึ่งนาข้าวขั้นบันได ที่อยากแนะนำให้มาเที่ยวในฤดูฝน ระหว่างเดือน ก.ย. –  ต.ค. จากภูเขาหัวโล้นในอดีตแต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยูหัว ที่แห่งนี้จึงกลายเป็นความเขียวขจี ด้วยนาข้าวที่มีลายเส้นโค้งงดงามตามไหล่เขา เป็นความพิเศษที่เราจะสามารถเห็นนาข้าวที่ปลูกบนภูเขาสูงเทียมเมฆเคียงคู่กับท้องฟ้า นอกจากนี้ยังสามารถชมทะเลหมอกอันสวยงามในยามเช้าที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดอีกด้วย

นาข้าวขั้นบันไดแม่แจ่ม แม่กลางหลวง จ. เชียงใหม่
ขอบคุณภาพจาก creativetourism.com

7. นาข้าวขั้นบันไดแม่แจ่ม แม่กลางหลวง จ. เชียงใหม่

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงฤดูทำนาข้าว ช่วงเดือน ก.ย. – ต. ค  การท่องเที่ยวชมนาข้าวขั้นบันได ก็เกิดขึ้น นาข้าวขั้นบันไดแม่แจ่ม และแม่กลางหลวง ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต่างก็เตรียมแพคกระเป๋าเพื่อชมความสวยงามของ ศิลปะนาข้าวขั้นบันไดอันเขียวขจี โดยมีภูเขาสูงเรียงรายเป็นฉากหลัง นอกจากนี้ยังได้ชมทะเลหมอกสวยๆ ที่จุดชมวิวบ้านบนนา สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ยังคงเรียบง่ายไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

โครงการหลวงแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน

8. โครงการหลวงแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน 

โครงการหลวงแม่ลาน้อย ตั้งอยู่ในตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ยังคงมี ความเป็นธรรมชาติและบริสุทธิ์ อบอุ่นไปด้วยวิถีชีวิตที่งดงามของชาวเขา ในช่วงเดือน ก.ย. ซึ่งป็นฤดูทำนาข้าว นักท่องเที่ยวจะได้ ชมความสวยงามของนาข้าวขั้นบันไดภายในพื้นที่ของโครงการตลอดสองข้างทาง รวมทั้งชมแปลงผักปลอดสารพิษ ที่ปลูกตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังสามารถท่องเที่ยวเชิงนิเวศบ้านห้วยห้อม ชมแปลงกาแฟอาราบิก้า ฟาร์มแกะในที่สูง ที่สำคัญที่สุด คือ แม่ลาน้อยยังคงเป็นดินแดนแห่งธรรมชาติความเจริญยังไม่เข้าถึง ชาวบ้านยังคงใช้วิถีชีวิตแบบพอเพียง มีน้ำใจ และเป็นมิตร เมื่อได้มาที่นี่ คุณจะหลงรักในเสน่ห์ของแม่ลาน้อยไปโดยไม่รู้ตัว

อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี

9. อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี

ฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงที่น้ำในน้ำตกมีมาก ประมาณเดือน กรกฎาคม – ตุลาคม น้ำตกไทรโยคน้อย อยู่ริมถนนแสงชูโตช่วงกม. 59 แวะเที่ยวได้ แบบไม่ต้องบุกป่าฝ่าดง เป็นนํ้าตกขนาดกลางๆ ที่อาจจะไม่เหมาะกับการเล่นนํ้าสักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นจุดแวะพักที่เวิร์กทีเดียว

1419215650_ล่องแก่งลำน้ำเข็ก
ขอบคุณภาพจาก www.phsmun.go.th

10. ล่องแก่งลำน้ำเข็ก สายน้ำเดือดแห่งพิษณุโลก

ช่วงเดือนกรกฎาคม – ตุลาคม ไม่ว่าใครที่มีโอกาสไปสัมผัสที่นั่น ต่างบอกเล่าเป็นเสียงเดียวกันว่า “มันส์มากกกกก” แม้จะมีขนาดของลำน้ำที่ไม่ใหญ่นัก แต่ด้วยระดับความแรงของสายน้ำที่ไต่ระดับ ตั้งแต่ระดับ 1 ไปจนถึงระดับ 5 ทำให้ ลำน้ำเข็ก จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับท๊อปฮิตของนักล่องแก่ง ในเมืองไทย นักท่องเที่ยวสามารถนำเรือยางออกไป ล่องแก่ง เป็นหมู่คณะได้อย่างสนุกสนานปนหวาดเสียว ไปตามแก่งต่างๆ ที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า คุณจะได้พบกับแก่งสุดมันส์เกือบ 20 แก่ง ใช้ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร และใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงแล้วแต่กระแสน้ำ

ล่องแก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี

11. ล่องแก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี

ที่นี่ มีเทศกาลล่องแก่งหินเพิง จัดขึ้นทุกๆ ปี ในช่วงเดือน กรกฎาคม ถึง เดือนตุลาคม  ณ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 9 ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี  ความตื่นเต้นท้าทาย
การล่องแก่งสายนี้ จุดเด่นอยู่ที่ตัว แก่งหินเพิง อันเป็นจุดเริ่มต้นของการล่องแก่ง ตัวแก่งหินเพิง มีลักษณะเป็นลานหินหักเทลื่นลงมาจนเกิดเป็นกระแสน้ำวน และเชี่ยวกราก ต้องใช้ความสามารถ และทักษะในการพายเป็นอย่างยิ่ง

นอนแพหน้าฝน เขื่อนเชี่ยวหลาน กุ้ยหลินเมืองไทย

12. นอนแพหน้าฝน เขื่อนเชี่ยวหลาน กุ้ยหลินเมืองไทย

เที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะมีลักษณะเป็นเขื่อนปิด เเต่หน้าฝนก็จะมีหมอกเยอะลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือเขาหินปูน ดูสวยชุ่มฉ่ำ เขื่อนรัชชประภา หรือที่เรียกกันติดปากว่า กุ้ยหลินเมืองไทย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของอุทยานแห่งชาติเขาสก ทัศนียภาพโดยทั่วไปภายในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนรัชชประภา มีทัศนียภาพที่สวยงามมาก นักท่องเที่ยวทุกคณะที่ไปเห็นล้วนประทับใจ ภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาหินปูนที่สูงชัน ล้อมรอบไปด้วยผืนน้ำที่กว้างใหญ่ ด้วยความลึกของระดับน้ำ กรอปกับสีของตะไคร้น้ำที่อยู่เบื้องล่าง ทำให้น้ำในเขื่อนมีสีเข้มเหมือนสี มรกต จนนักท่องเที่ยวหลายท่านคิดว่าเป็นน้ำทะเล ลักษณะภูมิประเทศไปคล้ายกับภูมิประเทศที่เมืองกุ้ยหลินประเทศจีน จึงได้ฉายาว่า กุ้ยหลินเมืองไทย

เที่ยวทะเลเดือนกันยายน เที่ยวทะเลหน้าฝน

13. เที่ยวทะเลเดือนกันยายน จ. สุราษฎร์ธานี

ทะเลที่เหมาะสำหรับเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนี้คือ เกาะเต่า เกาะสมุย หมู่เกาะอ่างทอง

สุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของภาคโต้ เพราะมีธรรมชาติอันสวยงามทั้งบนบกและใต้น้ำ มีหมู่เกาะต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เกาะพะงัน เกาะเต่า เกาะนางยวน หมู่เกาะอ่างทอง และสมุย จนได้ชื่อว่า เป็น “เมืองร้อยเกาะ” ทั้งยังมีพื้นที่ป่าดิบชื้นที่อุดมด้วยพืชพรรณอันหลากหลาย สายน้ำมากมาย และสัตว์ป่านานาชนิด นอกจากนั้นสุราษฎร์ธานียังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การคมนาคมก็สะดวกสบาย สามารถไปได้ทั้งทางรถ รถไฟ เรือ รวมถึงเครื่องบิน จึงทำให้เมืองนี้กลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญทางชายฝั่งทะเลอ่าวไทยที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติไปเยี่ยมเยือนกันมากมาย

รีวิว : สุราษฎร์ธานี … เสน่ห์เมืองร้อยเกาะ

เที่ยวทุ่งโปรงทอง จ.ระยอง
ขอบคุณภาพจาก chilldtravel.com

14. เที่ยวทุ่งโปรงทอง จ.ระยอง

ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส จังหวัดระยอง ป่าชายเลนผืนใหญ่กว่า 6,000 ไร่ ที่อุดมสมบูรณ์มากอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่จุดชมวิวทุ่งโปรงทองที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ยามที่แสงอาทิตย์สาดส่องลงมา จะได้เห็นทุ่งต้นโปรงทองสีทองอร่ามไปทั่วแบบ 360 องศา ถ้าไม่เชื่อ ต้องลองไปดูให้เห็นกับตา

เที่ยวเขากระโจม จ.ราชบุรี

15. เที่ยวเขากระโจม จ.ราชบุรี

เขากระโจม เป็นยอดเขาสูงสุดในเทือกเขาตะนาวศรี อยู่ห่างจากอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ประมาณ 29 กิโลเมตร ความจริงแล้ว เขากระโจม เป็นที่รู้จักกันมานานพอสมควร เป็นยอดเขาที่มีชื่อเสียงในเรื่องของจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงาม เนื่องจากมีความสูงประมาณ 1,045 การเดินทางขึ้นไปยังเขากระโจมนั้น ขอบอกว่าค่อนข้างยากลำบากมาพอสมควร เนื่องจากว่าระยะทางจากตีนเขาถึงยอดเขานั้นเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร และการขึ้นไปที่เขากระโจมก็ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ paiduaykan.com, http://me095.multiply.com, www.m-culture.go.th,  khaoko.com,  www.phsmun.go.th,  creativetourism.com, pixpros.net

ขออนุญาตใช้เนื้อหา