กิจกรรมหน้าฝน ที่เที่ยวหน้าฝน ล่องแก่ง

ชุ่มฉ่ำ! 10 กิจกรรมเที่ยวหน้าฝนสุดแอดเวนเจอร์

Home / นักเที่ยวเชี่ยวทาง / ชุ่มฉ่ำ! 10 กิจกรรมเที่ยวหน้าฝนสุดแอดเวนเจอร์

ชุ่มฉ่ำ! 10 กิจกรรมเที่ยวหน้าฝน
สุดแอดเวนเจอร์

หน้าฝนแบบนี้จะนอนอยู่บ้าน ดูน้ำฝนไหลลงหน้าต่างอยู่ทำไม ออกไปหากิจกรรมสนุกๆ ทำกันดีกว่า กับ ชุ่มฉ่ำ! 10 กิจกรรมเที่ยวหน้าฝนสุดแอดเวนเจอร์ ทั้งเปียกทั้งมันส์ เที่ยวช่วงนี้รับรองไม่ผิดหวัง!

1. ล่องแก่งหินเพิง จังหวัดปราจีนบุรี 

ล่องแก่งหินเพิง จังหวัดปราจีนบุรี

ความสนุกสุดมันส์อยู่ตรงนี้! กับการล่องแก่งหินเพิงท้าทายกระแสน้ำเชี่ยวกราดในฤดูฝน ด้วยปริมาณน้ำสะสมที่มีมาตั้งแต่ต้นฤดูนั้นจะยิ่งสร้างความท้าทายให้กิจกรรมล่องแก่งบนลำน้ำสายนี้เป็นทวีคูณ มีความยากระดับ 3 – 5

ผ่านแก่งหินและกระแสน้ำที่ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศที่ดูน่าหวาดเสียวและล้อมรอบด้วยแนวป่าอันอุดมสมบูรณ์ โดยคุณต้องประคองตัวอยู่บนแพยางร่วมกับเพื่อนร่วมเดินทาง 8 – 10 คนในเรือลำเดียวกันราว 2 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันฟันฝ่าพลังธรรมชาติสู่จุดหมายปลายทาง


2. ปืนผา โรยตัว ที่ น้ำตกธารรัตนา จังหวัดปราจีนบุรี

ปืนผา โรยตัว ที่ น้ำตกธารรัตนา จังหวัดปราจีนบุรี
ขอบคุณรูปภาพ http://7greens.tourismthailand.org/

น้ำตกธารรัตนามีความสูงรวมหลายร้อยเมตร ธารน้ำตกจะตกลงด้านหนึ่ง เราก็ต้องโรยตัวปีนลงมาอีกด้านหนึ่ง และต้องโรยตัวรวม 4 ชั้น แต่ละชั้นก็จะมีความชันประมาณ 70 – 90 องศา และความสูงมีตั้งเเต่ 15- 20 เมตร ไปจนถึง ประมาณ 60 เมตรเลยล่ะ!!

ส่วนใหญ่เเล้วการมาโรยตัวที่น้ำตกแห่งนี้ สำหรับคนใจกล้าก็จะใช้เเพคเกจ “โรยตัว 4 ผา 5 น้ำตก“ คือ ผสมผสานระหว่างกิจกรรมผจญภัย 3 รูปแบบ ได้แก่ โรยตัวจากหน้าผา เดินป่า และพายเรือแคนูน้ำเรียบโดยใช้เส้นทางน้ำตกธารรัตนาซึ่งประกอบไปด้วยหน้าผา 4 แห่งและน้ำตก 5 แห่ง โรยตัวลงสู่อ่างเก็บน้ำวังบอนและพายเรือแคนูเข้าฝั่งอีก 800 เมตร รวมระยะทางการเดินทางประมาณ 4.5 กิโลเมตร


3. ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก

ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก
ขอบคุณรูปภาพ www.phsmun.go.th

สำหรับคนที่ชื่นชอบความตื่นเต้นท้าทาย ด้วยเส้นทางของลำน้ำที่ยาวกว่า 8 กิโลเมตร เต็มไปด้วยเกาะแก่งน้อยใหญ่ถึง 17 จุด ซึ่งต้องอาศัยทักษะการล่องแก่งในระดับ 1 – 5 ถึงจะฝ่าฟันความกราดเกรี้ยวของกระแสน้ำไปได้ ใช้เวลาการในการล่องประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง


4. ล่องแก่งแม่น้ำปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ล่องแก่งแม่น้ำปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
http://www.xn--72c5aba9c2a3b8a2m8ae.com/

ไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนในช่วงนี้อาจได้ความสนุกมากกว่าที่คุณคิด! เพราะหนึ่งในความสนุกสุดมันส์นั้นคือกิจกรรมการล่องแก่งในแม่น้ำปาย ซึ่งมีระยะทางรวมทั้งสายกว่า 50 กิโลเมตร มีความยากในการล่องแก่งตั้งแต่ระดับ 3 – 5 ท้าทายเหล่านักท่องเที่ยวได้จนถึงสิ้นปี

และยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกอย่างเช่น การเล่นน้ำตก เข้าถ้ำ กระโดดหน้าผา และแช่บ่อโคลนผ่อนคลายความเมื่อยล้า พร้อมกับชมความงามของธรรมชาติและผื่นป่าโดยรอบแหล่งท่องเที่ยว นับเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับใครที่อยากไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนแบบสบายๆ ไม่แออัดเหมือนในช่วงฤดูหนาว

 


5. ประเพณีโล้ชิงช้าชาวอาข่า จังหวัดเชียงราย

ประเพณีโล้ชิงช้าชาวอาข่า จังหวัดเชียงราย

ประเพณีเก่าแก่ตามความเชื่อของชาวเขาเผ่าอาข่าในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เป็นกิจกรรมที่มีชื่อเสียงโด่งดังและหาชมได้ยาก ซึ่งจัดขึ้นเพียง 4 วันในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน และจัดไม่ตรงกันในแต่ละหมู่บ้านแล้วแต่ฤกษ์ยามที่กำหนดไว้ในแต่ละปี หากได้มาสัมผัสกับประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์และงดงามเช่นนี้ โดยชาวเขาในหมู่บ้านจะร่วมใจกันเตรียมงานอย่างคึกคัก มีการแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่า และประกอบชิงช้าใช้โล้กันอย่างสนุกสนานตลอดงาน


6. พะโต๊ะ จังหวัดชุมพร

ล่องแก่ง พะโต๊ะ จังหวัดชุมพร

อีกเส้นทางล่องแก่งยอดฮิตของเมืองไทยในเขตภาคใต้ ในทุกปีช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนมิถุนายน-เดือนตุลาคม จะมีกิจกรรมล่องแก่งที่พะโต๊ะ โดยลำน้ำที่นี่จะมีความยาว 11 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง ไฮไลท์ของการมาล่องแก่งที่นี่ คือ ธรรมชาติสวยงามริมสองฝั่งน้ำ ซึ่งเส้นทางล่องแก่งที่นี่จะมีช่วงลำน้ำเอื่อยที่คุณสามารถพักเบรกชมวิวได้ อีกทั้งยังเป็นจุดชมนกน้ำในธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เช่น นกเงือกและนกกระเต็น รวมไปถึงค่างท้องถิ่นที่สามารถสังเกตได้จากแนวป่าสองข้างทาง


7. เขื่อนรัชชประภา เขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เขื่อนรัชชประภา เขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ขอบคุณรูปภาพ m.phuketairportthai.com

“เขาสก” อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวทิวทัศน์ที่สวยงามโดยรอบ อีกทั้งยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าเขาที่น่าสนใจหลายเส้น ในช่วงหน้าฝนจะเป็นช่วงที่น่าเที่ยวมากเพราะน้ำเต็มอ่างเก็บน้ำ มีอากาศสบาย บรรยากาศร่มรื่น แถมยังมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ทั้งกิจกรรมทางน้ำ เดินป่าสำรวจธรรมชาติ หรือจะแค่ชิลเอ้าท์บนบ้านแพริมน้ำก็ได้ ที่สำคัญในช่วงฤดูฝนนี้จะเกิดไอหมอกตอนเช้า เรียกได้ว่าโรแมนติกกำลังดี แถมการเดินทางไปเที่ยวเขาสกนี่ก็นับว่าสะดวกอย่างมากอีกด้วย


8. ล่องแพชมความงาม อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

ล่องแพชมความงาม อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

ฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงที่น้ำในน้ำตกมีมาก มี น้ำตกไทรโยคน้อย ให้ชม ยังได้มีการนำหัวรถจักรไอน้ำสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาตั้งไว้เพื่อรำลึกถึงการสร้างทางรถไฟสายมรณะที่สร้างผ่านบริเวณหน้าน้ำตก เข้าสู่ประเทศพม่า  ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดขบวนรถไฟสายน้ำตก พานักท่องเที่ยวไปชมน้ำตกแห่งนี้ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารประจำทาง จากสถานีขนส่งอำเภอเมืองผ่านน้ำตกไทรโยคน้อย ซึ่งออกทุก 30 นาที ตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.30 น.

น้ำตกไทรโยคใหญ่ เป็นน้ำตกคู่บ้านคู่เมืองของกาญจนบุรีมานาน ครั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสน้ำตกไทรโยค และได้รับความนิยมเรื่อยมา ภายในอุทยาน คุณสามารถเช่าบ้านพัก กางเต็นท์ ค้างคืนได้ มีร้านอาหารไว้คอยบริการ ทั้งยังมีบริการทัวร์ล่องเรือแม่น้ำแควน้อย ล่องแพชมความงามของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์


9. ล่องแก่งหนานมดแดง จังหวัดพัทลุง

ล่องแก่งหนานมดแดง จังหวัดพัทลุง

ล่องแก่งหนานมดแดง จ.พัทลุง โดดเด่นด้วยกิจกรรมล่องแก่ง พายเรือคายัคผจญภัยในสายน้ำที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ ณ ห้วยน้ำใส ตำบลลานข่อย อำเภอป่าพะยอม สนุกไปกับการผ่านแก่งเล็กแก่งน้อยหลายระดับกว่า 40 แก่ง ทั้งได้ชมธรรมชาติสวย ๆ แถมยังได้ตื่นเต้นกันไปตลอดเส้นทาง


10. ลำน้ำว้า อุทยานแห่งชาติแม่จริม จังหวัดน่าน

ลำน้ำว้า อุทยานแห่งชาติแม่จริม จังหวัดน่าน
ขอบคุณรูปภาพ yingthai-mag.com

ในฤดูฝนน้ำจะมาก ในฤดูหนาวน้ำจะใสมาก แบ่งเป็น 3 ตอน คือ น้ำว้าตอนบน (เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวที่หนักไปทางผจญภัย เพราะมีแกงกว่า 100 แก่ง), น้ำว้าตอนกลาง (ความยากระดับ 4- 5 มีแก่งขนาดเล็กและใหญ่กว่า 100 แก่ง ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร), น้ำว้าตอนล่าง (มีจุดเริ่มล่อง 4 จุด ระยะทางมีตั้งแต่ 4 กิโลเมตร – 15 กิโลเมตร) ซึ่งส่วนใหญ่นิยมล่องที่น้ำว้าตอนกลางและตอนล่าง

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :  https://www.skyscanner.co.th/, http://7greens.tourismthailand.org/,  www.phsmun.go.th, yingthai-mag.com,  m.phuketairportthai.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา