ที่เที่ยวสมุทรปราการ ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ มูลนิธิธรรมกตัญญู รถไฟฟ้าสายสีเขียว ศาลเจ้าเสียนหลอไต้เทียนกง สถานตากอากาศบางปู อุทยานการเรียนรู้อ่าวไทย และหอชมเมืองสมุทรปราการ เที่ยวสมุทรปราการ เมืองโบราณ เมืองโบราณ สมุทรปราการ

7 ที่เที่ยวตามเส้นทาง รถไฟฟ้าสายสีเขียว แบริ่ง-สมุทรปราการ

Home / นักเที่ยวเชี่ยวทาง / 7 ที่เที่ยวตามเส้นทาง รถไฟฟ้าสายสีเขียว แบริ่ง-สมุทรปราการ

รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วง แบริ่ง-สมุทรปราการ เปิดให้ใช้บริการแล้วเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561 มีทั้งหมด 9 สถานี คือ สถานีสำโรง, สถานีปู่เจ้าสมิงพราย, สถานีเอราวัณ, สถานีโรงเรียนนายเรือ, สถานีปากน้ำ, สถานีศรีนครินทร์, สถานีแพรกษา, สถานีสายลวด และสถานีเคหะสมุทรปราการ วันนี้ Travel.MThai เลยขอพานั่งรถไฟฟ้า สำรวจแหล่งท่องเที่ยวย่านชานเมืองแห่งนี้ในแต่ละสถานีกันหน่อย จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้างไปดูกันค่ะ

7 ที่เที่ยวตามเส้นทาง รถไฟฟ้าสายสีเขียว
แบริ่ง-สมุทรปราการ

สถานีปู่เจ้าสมิงพราย

1. พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ (ช้างสามเศียร)

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เป็นประติมากรรมลอยตัวรูปช้าง 3 เศียร ที่ถูกสร้างขึ้นโดยด้วยวิธีเคาะมือแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในโลก ด้านในพิพิธภัณฑ์เป็นที่เก็บรักษาศิลปวัตถุมรดกทางวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ เพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทย เรียนรู้ศิลปะและศาสนา ที่ส่งเสริมให้คนในสังคม สมัยใหม่ได้รู้จักหลักแห่งศาสนาทั้ง 4 ด้วยเจตนารมณ์และอุดมคติของ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ซึ่งต้องการถ่ายทอดและปลูกฝังด้วยจิตวิญญาณของนักปราชญ์ เพื่อให้มนุษย์ร่วมโลกได้ มีโอกาสเข้าถึงศิลปะและศาสนา อันเป็นรากฐานของอารยธรรม

การเดินทาง : นั่ง BTS สายสีเขียว ลงสถานีปู่เจ้าสมิงพราย แล้วต่อรถเมล์มาได้ทุกสาย


สถานีปากน้ำ

2. อุทยานการเรียนรู้อ่าวไทย และหอชมเมืองสมุทรปราการ

แลนด์มาร์คใกลางเมืองสมุทรปราการ เป็นพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวของสถานที่สำคัญ ภายในอาคารประกอบด้วยส่วนนิทรรศการ รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองสมุทรปราการไว้ทั้งหมด บนสุดเป็นหอคอย ที่สามารถชมทัศนียภาพเมือง มองเห็นลำน้ำเจ้าพระยา ไปจนถึงทะเลปากอ่าวไทย พื้นที่สีเขียวของบางกะเจ้า พระสมุทรเจดีย์ ป้อมผีเสื้อสมุทร ป้อมพระจุลจอมเกล้า และพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ได้แบบ 360 องศา

3. พระสมุทรเจดีย์

พระสมุทรเจดีย์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า พระเจดีย์กลางน้ำ ตั้งอยู่ภายในวัดพระสมุทรเจดีย์ ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองและสัญลักษณ์ประจำจังหวัด ซึ่งทุกปีจะมีการจัดงานนมัสการพระสมุทรเจดีย์ พร้อมกับงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ มีการออกร้านจำหน่ายของกิน ของใช้ เครื่องเล่นต่าง ๆ รวมถึงมีมหรสพ การแสดง ดนตรี ให้ชมทุกค่ำคืน

นอกจากนี้บริเวณวัดพระสมุทรเจดีย์ ยังมีสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ตั้งแต่ วิหารหลวง ด้านในเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทร หรือ ปางห้ามญาติ ที่เชื่อกันว่าจะช่วยปกป้องคุ้มครองจากภัยทางน้ำ ไปจนถึง ศาลาเก๋งจีน หอเทียน และหอระฆัง

การเดินทาง : นั่ง BTS สายสีเขียว ลงสถานีปากน้ำ ทางออก 6 สามารถข้ามเรือจากท่าเทียบเรือวิบูลย์ศรี ไปยังฝั่งท่าเรือองค์พระสมุทรเจดีย์


สถานีเคหะสมุทรปราการ

4. สถานตากอากาศบางปู

สถานตากอากาศบางปู เป็นที่เที่ยวพักผ่อนตากอากาศทางชายทะเลด้านอ่าวไทย มีป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ และยังเป็นแหล่งอาศัยของนกนานาชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฝูงนกนางนวล จำนวนกว่า 5000 ตัว ซึ่งบินอพยพหนีหนาวจากไซบีเรียมาในช่วงต้นฤดูหนาวของทุกปี

นักท่องเที่ยวสามารถเดินดูนก รับลมเย็น ๆ ไปบนสะพานสะพานสุขตา ที่ทอดยาวลงทะเล ก่อนแวะทานอาหารไทย และอาหารทะเลสดใหม่ ณ ร้านศาลาสุขใจ ที่ตั้งอยู่บริเวณปลายสะพานสุขตา

การเดินทาง : นั่ง BTS สายสีเขียว ลงสถานีเคหะฯ ต่อแท็กซี่ หรือรถสองเเถวสาย 36 ปากน้ำ – นิคมบางปู ไปยังสถานตากอากาศบางปู

5. ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ

เป็นฟาร์มจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพาะเลี้ยงจระเข้เอาไว้กว่า 60,000 ตัว ไฮไลท์คือการโชว์จับจระเข้ด้วยมือเปล่า การแสดงของช้างแสนรู้ การแสดงละครลิง และยังมีสัตว์อื่น ๆ ให้เดินดูอีก เช่น ชะนี, งูเหลือม-งูหลาม, เต่า, นก, อูฐ, ฮิปโปโปเตมัส รวมถึงพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ด้านในจัดแสดงกระดูก และหุ่นจำลองไดโนเสาร์

การเดินทาง : นั่ง BTS สายสีเขียว ลงสถานีเคหะฯ  ทางออก 2 ต่อรถสองแถวสาย 36 ย้อนกลับมาทางสถานีสายลวดประมาณ 500 เมตร แล้วเข้าไปในฟาร์มจระเข้อีกประมาณ 1 กม.

6. เมืองโบราณ

ย้อนกลับไปในสมัยอดีต ที่เมืองโบราณ ในตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ข้างในจำลองสถานที่สำคัญๆ ของไทยเราไว้มากมาย เช่น เขาพระวิหาร, ปราสาทหินพนมรุ้ง, พระอุโบสถจตุรมุขของวัดภูมินทร์ , วัดมหาธาตุสุโขทัย เป็นต้น เรียกว่ามาเดินที่เดียว เหมือนเดินเที่ยวทั่วไทย แถมยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำอีก ไม่ว่าจะเป็น ไหว้พระ ปั่นจักรยาน นั่งรถราง นั่งเรือ และเดินเล่นตลาดน้ำโบราณ

การเดินทาง : นั่ง BTS สายสีเขียว ลงสถานีเคหะฯ ทางออก 3 ต่อรถสองแถวสาย 36 ไปประมาณ 5 กม. จะเจอป้ายทางเข้าเมืองโบราณ (วันเสาร์-อาทิตย์ บริการรถรับส่งฟรีจาก BTS)

7. มูนิธิธรรมกตัญญู (ศาลเจ้าเสียนหลอไต้เทียนกง)

มูนิธิธรรมกตัญญู หรือ ศาลเจ้าเสียนหลอไต้เทียนกง มีต้นแบบสถาปัตยกรรมจีนอันงดงาม มาจากศาลเจ้าของมูลนิธิหนานคุณเซินไต้เทียนฟู่ที่ไต้หวัน อย่างบนหลังคาประดับด้วยสัตว์มงคลทั้งหงส์และมังกร รวมถึงตัวละครในนิทานพื้นบ้านจีนกระจายอยู่ทั่วหลังคา ส่วนตรงชายคาแต่งไม้แกะสลักลงรักปิดทอง ด้านหน้าทางเข้ามีสิงโตคู่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แกะสลักจากหินหยกเขียว ภายในศาลเป็นที่ประทับของเทพเจ้า 5 พระองค์ ที่เรียกว่า อู๋ฟู่เชียนส้วย (โหงวหวังเอี้ย) ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยคุ้มครองให้มีชีวิตที่ร่มเย็นราบรื่น ประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ ปราศจากโรคภัย

การเดินทาง : นั่ง BTS สายสีเขียว ลงสถานีเคหะฯ (ลงฝั่งตรงข้ามลานจอดรถ) แล้วต่อสองแถวสาย 36 ปากน้ำ – นิคมบางปู, ปากน้ำ – โลตัส, ปากน้ำ – คลองด่าน หรือรถสองแถวหกล้อใหญ่ สายปากน้ำ – ตำหรุ มายังมูลนิธิ

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและรูปภาพจาก : wikimediaceediz, ancientcitygroup, info.dla.go.th, สมุทรปราการเมืองน่าอยู่, ประชาสัมพันธ์ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด

ขออนุญาตใช้เนื้อหา