แนะนำสถานที่ เที่ยวเทศกาลลอยกระทง 6 ท่าน้ำ 6 อารมณ์

Home / ข่าวท่องเที่ยว / แนะนำสถานที่ เที่ยวเทศกาลลอยกระทง 6 ท่าน้ำ 6 อารมณ์

ครั้งแรกกับเทศกาลวัฒนธรรมร่วมสมัยบนโค้งน้ำเจ้าพระยาที่ยาวที่สุด รื่นเริงบันเทิงสุขทุกมิติ กับ เทศกาลลอยกระทง 6 ท่าน้ำ 6 อารมณ์ มาร่วมเปิดขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ แล้วคุณจะรักสายน้ำมากขึ้นกว่าเดิม

รื่นเริงบันเทิงสุขทุกมิติ พบมหกรรมลอยกระทง ผสานมหรสพริมสายน้ำแห่งวัฒนธรรม อิ่มเอมกับวิถีชุมชนริมน้ำ เที่ยววัด และไหว้พระยามค่ำคืนกับวัดคู่เมืองที่ ยูเนสโก ยกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม สัมผัสศาสตร์และศิลป์จากวันวานสู่วิถีไทยที่คนรุ่นใหม่ไม่เคยรู้มาก่อน

แนะนำสถานที่ เที่ยวเทศกาลลอยกระทง 6 ท่าน้ำ 6 อารมณ์

แนะนำสถานที่ เที่ยวเทศกาลลอยกระทง 6 ท่าน้ำ 6 อารมณ์

ท่าน้ำต่างๆ
เอเชียทีค (ASIATIQUE The Riverfront)
• วัดพระเชตุพน (Wat Phra Chetupol Vimolmanklaram Ratchawaraviharn)
• วัดอรุนราชวราราม ราชวรมหาวิหาร (Wat Arun Ratchawararam Ratchawaraviharn)
• วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร (Wat Prayurawongsawas Waraviharn)
• วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (Wat Kalyanamitra Waramahaviharn)
• ตลาดยอดพิมาน (Yodpiman Flower Market)

1-6 พฤศจิกายน 2557 แล้วคุณจะรักสายน้ำมากขึ้นกว่าเดิม!!!

ที่มา https://www.facebook.com/butheatreofficial

มารู้จัก 6 ท่าน้ำ 6 อารมณ์ ในงาน River Festival 2014

1map-thai1-700x993

เห็นภาพกราฟิกน่ารักๆ ของ 6 ท่าน้ำ กันแล้ว ลองมาอ่านข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ เป็นเกร็ดความรู้กันด้วยค่ะ

วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร หรือ “วัดประยูร” เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ที่ตั้งอยู่ใกล้กับเชิงสะพานพระพุทธฯ ฝั่งธนบุรี แต่เดิมนั้นชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดรั้วเหล็ก” เนื่องจากมีรั้วเหล็กรูปอาวุธโบราณ คือ หอก ดาบ และ ขวาน ล้อมเป็นกำแพงตอนหน้าพระอุโบสถ พระวิหาร และศาลาการเปรียญ

พระมหาเจดีย์ประธานองค์ใหญ่ ของวัดประยุรวงศาวาส ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม (อันดับ ๑) หรือ Award of Excellence จากองค์การยูเนสโก้ (UNESCO) ในด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมเมื่อปีพ.ศ. 2556 ที่ผ่านมา

วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

ตามมาด้วย วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร หรือ “วัดกัลยา” สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ โดยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต ต้นสกุลกัลยาณมิตร) ได้อุทิศบ้านและซื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งแต่เดิมเป็นหมู่บ้านที่มีภิกษุจีนพำนักอยู่ ปัจจุบันคือบริเวณ “หมู่บ้านกุฎีจีน” สร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๘ และน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวงแด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ และได้รับพระราชทานนามว่า “วัดกัลยาณมิตร” ซึ่งหมายถึง “เพื่อนแท้” เนื่องจากเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต) เป็นพระสหายที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมายาวนาน ตั้งแต่ยังไม่ได้เสด็จขึ้นครองราชย์

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างพระวิหารหลวง และ พระประธานพระราชทาน เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ชื่อ พระพุทธไตรรัตนนายก หรือ หลวงพ่อโต ซำปอกง ด้วยมีพระประสงค์จะให้เหมือนกรุงเก่า คือมีพระโตอยู่นอกกำแพงเมือง อย่างเช่นวัดพนัญเชิง

วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร

วัดอรุณราชวราราม หรือที่เรียกสั้นๆว่า “วัดอรุณ” เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่เดิมเรียกว่า “วัดมะกอก” สันนิษฐานว่าคงเรียกตามชื่อ “บางมะกอก” ตามที่ตั้งของวัด และได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดแจ้ง” เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงตั้งราชธานีขึ้นที่กรุงธนบุรี จนกระทั่งได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์อีกครั้งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ และได้รับพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดอรุณราชวราราม”

ชื่อเรียกของบริเวณ “บางมะกอก” ได้ถูกกร่อนลงเป็น “บางกอก” ในเวลาต่อมา และได้กลายเป็นชื่อเรียกที่ผู้คนทั่วโลกใช้เรียกขานกรุงเทพฯของเราว่า Bangkok เรื่อยมา

วัดอรุณราชวราราม

วัดอรุณราชวราราม

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ “วัดโพธิ์” เป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย และ เป็นวัดประจำรัชกาลในรัชกาลที่ 1 วัดนี้เปรียบเสมือนเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย เนื่องจากเป็นที่รวมจารึกสรรพวิชาหลายแขนง และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกความทรงจำโลก” ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยองค์กร UNESCO อีกด้วย!

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

ตลาดยอดพิมาน ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ที่หลายคนเรียกกันติดปากว่าปากคลองตลาดนั้นเป็นตลาดขายส่งดอกไม้ดั้งเดิมเก่าแก่มายาวนาน และ ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งกำลังจะกลายเป็นคอนเซปมอลล์แห่งใหม่ เหนือคุ้งน้ำที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเจ้าพระยาภายใต้ชื่อ “ยอดพิมาน ริเวอร์ วอล์ค”

ตลาดยอดพิมาน

ตลาดยอดพิมาน

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ : ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ซึ่งตรงกับยุคสมัยของรัชกาลที่ 5 ประเทศ พระองค์ทรงมีพระราชดำริที่จะพัฒนาประเทศให้เจริญรุดหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ จึงทรงตัดสินพระทัยสร้างท่าเรือขนถ่ายสินค้าขึ้น ณ ท่าเรือแห่งนี้ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของประตูการค้าสากลระหว่างสยามประเทศและยุโรป เป็นกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้สยามดำรงความเป็นเอกราชมาจนปัจจุบัน

ในวันนี้ ณ ผืนแผ่นดินเดิม อันเป็นที่ตั้งของท่าเรือ อีสท์ เอเชียติก ได้ถูกเนรมิตให้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง ภายใต้ชื่อ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ “ASIATIQUE The Riverfront” โครงการไลฟ์สไตล์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

ในช่วงวันงาน ทุกคนสามารถเดินทางระหว่างแต่ละท่าได้โดยเรือโดยสาร ที่ทาง River Festival 2014 จัดให้ ฟรี!!

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์

ข้อมูลจาก http://www.riverfestivalthailand.com/th/river-festival-2014-map/

ขออนุญาตใช้เนื้อหา