10 อันดับ พีระมิด ที่สุดในโลก

Home / ท่องเที่ยวรอบโลก / 10 อันดับ พีระมิด ที่สุดในโลก

อันดับที่ 10 ได้แก่ Monte Albán

พีระมิด : Chichen Itza

พีระมิด Chichen Itza

อันดับที่ 9 ได้แก่ Chichen Itza ชีเชนอิตซา (อังกฤษ: Chichen Itza; สเปน: Chichén Itzá) เป็นแหล่งโบราณคดีขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นโดยชาวมายาในเขตวัฒนธรรมเมโสอเมริกัน ตั้งอยู่ในคาบสมุทรยูกาตัง รัฐยูกาตัง ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเม็กซิโก ชีเชนอิตซาเป็นส่วนหนึ่งของเมืองจำนวนมากมายซึ่งพวกมายาได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ของเทพเจ้าผู้ทรงกระหายพระโลหิต ลักษณะโดยทั่วไปของชีเชนอิตซา ทำเป็นรูปเหลี่ยมลดขั้นเป็นชั้น ๆ บนเนื้อที่ราว 6.4 ตารางกิโลเมตร มีบันไดกลาง วิหารที่ใหญ่สุดมีชื่อว่า วิหารแห่งนักรบ สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 12 หลังจากสร้างวิหารเก่าแห่งชักโมล ตรงกลางสร้างเป็นปราสาทเหลี่ยมทึบสูงขึ้นไป ใช้เป็นที่ทำพิธีสังเวยเทพเจ้าโดยใช้เด็กสาวโยนลงไปถวายเทพเจ้า ณ ที่นั้น รอบ ๆ ห่างออกมาทำเป็นบริเวณตลาดทำนองเดียวกับสถานสถิตยุติธรรมของพวกโรมัน ซึ่งอยู่กลางเมืองที่สาธารณะและเป็นที่รวมของฝูงชน ชนเผ่ามายาแห่งเม็กซิโกสืบสายมาจากคนพวกแรกที่เดินทางจากทวีปเอเชียเข้ามายังทวีปอเมริกาทางช่องแคบเบริง ได้มีการพัฒนาทางวัฒนธรรมทั้งในด้านเหี้ยมโหดอันป่าเถื่อนและความมีสติปัญญาอันสูงส่งในขณะเดียวกัน พวกมายาฝึกความเสียสละด้านมนุษยชาติ ควักหัวใจผู้ที่รับการบูชาออกสังเวยพระเจ้า ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาความรู้ด้านดาราศาสตร์ ศิลปะของสถาปัตยกรรม ทางอักษรศาสตร์ ด้านการเขียนบันทึกด้วยตัวอักษรพิเศษ และการค้นพบค่าของเลข 0 ทางคณิตศาสตร์ แต่ก็น่าแปลกที่พวกเขามิได้ค้นพบประโยชน์อันเกิดจากล้อเลื่อน ศูนย์กลางของอารยธรรมของคนพวกนี้อยู่ที่ชีเชนอิตซา ในคาบสมุทรยูกาตัง ผู้ค้นพบ ขุมอารยธรรมเหล่านี้แล้วนำออกมาเผยแพร่ให้ชาวโลกได้ทราบคือ นายทอมป์สัน ชาวอเมริกัน ผู้ใช้ชีวิตซอกซอนท่องเที่ยวไปในหมู่พวกมายาด้วยความสนใจจะศึกษาสิ่งลึกลับต่าง ๆ บางทีอาจกล่าวได้ว่าพวกมายาจะเป็นต้นตำรับของพวกบูชาความสงบที่ต้องการศาสนารุนแรง นองเลือด หลังจากที่เคยพ่ายแพ้พวกชนเผ่าตอลเต็ก ซึ่งอยู่ตอนกลางของเม็กซิโก ในท้ายที่สุด พวกมายาก็ตกอยู่ใต้อำนาจของผู้ที่นิยมความรุนแรงที่เหนือกว่า ในเมื่อผู้ชนะที่กระหายเลือด โลภที่จะได้ทองและทรัพย์สมบัติของพวกมายาอย่างเต็มที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ชีเชนอิตซารับเลือกให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ จากการลงคะแนนทั่วโลกทั้งทางอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ

พีระมิด : Step Pyramid of Djoser

พีระมิด Step Pyramid of Djoser

อันดับที่ 8 ได้แก่ Step Pyramid of Djoser พีระมิดโจเซอร์ (Djoser’s Pyramid) หรือ พีระมิดแห่งซักการา (The Pyramid of Saqqara) นับเป็นพีระมิดแห่งแรกของอียิปต์ ที่ฟาโรห์โจเซอร์ (Djoser หรือ Zoser) แห่งราชวงศ์ที่ 3 เป็นผู้สร้างขึ้น โดยมี อิมโฮเทป (Imhotep) ที่ปรึกษาประจำองค์ฟาโรห์เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ ลักษณะที่สำคัญคือเป็น พีระมิดขั้นบันได (Step Pyramid) ซ้อนกันรวม 6 ชั้น เปรียบเสมือนบันไดไปสู่สวรรค์ ส่วนพีระมิดรุ่นหลังที่เป็นแบบมหาพีระมิดที่แต่ละด้านของพีระมิดลาดเอียงลงประมาณ 51 องศามีความชันน้อยกว่าและไม่เป็นขั้นบันได ก็ถือว่าเป็นการลาดของลำแสงดวงอาทิตย์เช่นกัน ในขณะที่พีระมิดยุคต่อมาจะไม่มีลักษณะของขั้นบันไดให้เห็น ก่อนหน้านี้สุสานของฟาโรห์จะสร้างอยู่ใต้ดินโดยปิดทับด้วยสิ่งก่อสร้างที่ไม่สูงมากนักเรียกว่า มัสตาบา (Mastaba)

พีระมิด : Great Ziggurat of Ur

พีระมิด Great Ziggurat of Ur

อันดับที่ 7 ได้แก่ Great Ziggurat of Ur ซิกกุรัต (อังกฤษ: Ziggurat) เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญทางศาสนาของชาวซูเมอร์ (Sumerians) พบในบริเวณเมโสโปเตเมีย มีลักษณะคล้ายพีระมิดแบบขั้นบันไดแต่ด้านบนเป็นพื้นราบ พื้นราบด้านบนของซิกกุรัตนี้เป็นวิหาร ในระยะแรกใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ต่อมาซิกกุรัตนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังกษัตริย์ เช่น ซิกกุรัตที่เมืองอูร์ (Ur) ซิกกุรัตสร้างขึ้นด้วยอิฐและไม้ จึงมีความแข็งแรงคงทนน้อยกว่าพีระมิดอียิปต์ที่สร้างด้วยหิน ซิกกุรัตเก่าแก่ที่สุดเท่าที่ค้นพบมีชื่อว่า “The White Temple” พบที่เมืองอูรุก (Uruk) หรือวาร์กา (Warka) บริเวณประเทศอิรักในปัจจุบัน มีอายุประมาณ 3,500 – 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งเก่าแก่กว่าพีระมิดของอียิปต์หลายร้อยปี

พีระมิด : Tomb of the General

พีระมิด Tomb of the General

อันดับที่ 6 ได้แก่ Tomb of the General

พีระมิด : Teotihuacan

พีระมิด Teotihuacan

อันดับที่ 5 ได้แก่ Teotihuacan ชาวเมืองเตโอติอัวกัน (Teotihuacan) ได้ร่วมกันสร้างวิหารหลายแห่งขึ้นที่ใจกลางเมือง ระหว่างคริสตศักราชที่ 300 – คริสตศักราชที่ 600 นครหลวงแห่งสำคัญของ จักรวรรดิแอซเทกส์ (Aztecs) คือ เมืองเตโอติอัวกัน (Teotihuacan) ได้มีอำนาจเหนือดินแดนตอนกลางของแม็กซิโก เมืองอันกว้างใหญ่นี้มีพื้นที่ถึง 8 ตารางไมล์หรือ 21 ตารางกิโลเมตรและมีการจัดผังเมืองแบบ Grid Pattern เตโอติอัวกันยังถือเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์เพราะมีบทบาทสำคัญทางด้านศาสนาอีกด้วย มีการสร้างวิหารมากมายบนสองข้างทางของถนนสายสำคัญที่มีชื่อเรียกว่า Avenue of the dead โดยมี Pyramid of the Sun เป็นวิหารใหญ่ที่สุดและยังมีวิหารอื่นๆ อีกเช่น นอกจากเมืองโบราณแห่งนี้จะเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์แล้วยังเป็นเมืองลึกลับอีกด้วย เนื่องเพราะไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า คนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองเหล่านี้เป็นใครและมาจากไหน กระทั่งมีผู้คนกล่าวขวัญถึงเมืองนี้ว่าเป็น City of the Gods

พีระมิด : Chogha Zanbil

พีระมิด Chogha Zanbil

อันดับที่ 4 ได้แก่ Chogha Zanbil ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Inshushinak ซึ่งเป็นหนึ่งในเทพเจ้าที่ดีของ Elam จะประกอบด้วยห้าเสาของความสูงที่แตกต่างกันในแต่ละสร้างด้านหนึ่งของอื่น ๆ พื้นที่ภายในที่ตรง ziggurat หลักมีไว้สำหรับพระเจ้าหลักในขณะที่พื้นที่ตรงกลางซึ่งประกอบด้วยห้องพักของสิบเอ็ดไว้สำหรับพระเจ้าน้อย ในพื้นที่ที่อยู่นอกคุณสามารถหาพระราชวังและสถานที่ที่ศพที่สุสานใต้ดินห้าจะถูกวางไว้การก่อสร้างคลองที่ดีในการจัดหาน้ำจากแม่น้ำที่ยังอยู่ในการใช้เป็นแหล่งน้ำไม่เพียงพอสำหรับความต้องการของประชาชน ที่ไม่ได้ใช้ก้อนอิฐที่เว็บไซต์ด้านซ้ายเท่านั้นที่พิสูจน์ให้เห็นว่า Chogha Zanbil ที่เหลืออยู่จนกว่าจะยกเลิกแอสบุกเมือง excavasions โบราณคดีเอาสถานที่ระหว่าง 1951-1962 เพียงที่จะค้นพบเมืองที่ลดลง ทุกความพยายามของพวกเขาได้จ่ายเป็น ยูเนสโก ประกาศ Chogha Zanbil เป็น เว็บไซต์มรดกโลก ในปี 1970 เข้าชมไซต์นี้พยายามที่จะมีชีวิตอีกเกียรติศักดิ์ของอาณาจักรโบราณเช่นเดียวกับที่จะต้องประหลาดใจด้วยความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่ว่าคนในยุคที่สามารถคิดงานชิ้นเอกที่โดดเด่นนี้

พีระมิด : The Red Pyramid

พีระมิด The Red Pyramid

อันดับที่ 3 ได้แก่ The Red Pyramid พีระมิดแดง (Red Pyramid) สร้างโดยฟาโรห์สนอฟรู หลังจากพีระมิดเมดุม และพีระมิดหักงอ นับเป็นพีระมิดที่มีรูปร่างสมบูรณ์แบบแห่งแรกของโลก ด้านทั้ง 4 ของพีระมิดแดงทำมุมเอียง 43 องศาเท่ากับมุมเอียงในส่วนบนของพีระมิดหักงอ ซึ่งเท่ากับมีการนำบทเรียนจากการสร้างพีระมิดครั้งก่อนมาใช้นั่นเอง พีระมิดแดงมีความสูงถึง 104 เมตร (341 ฟุต) หรือประมาณอาคารสูง 30 ชั้น (เมื่อคิดความสูงที่ชั้นละ 3.5 เมตร) ฐานพีระมิดแต่ละด้านยาว 220 เมตร (722 ฟุต) หรือมีขนาดฐานเกือบเท่ากับมหาพีระมิดคูฟูแห่งกิซ่า นับเป็นพีระมิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพีระมิด 3 แห่งที่เมืองดาชูร์ (Dahshur) และในยุคสมัยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จยังนับเป็นสิ่งก่อสร้างสูงที่สุดในโลกในขณะนั้นอีกด้วย และเนื่องจากพีระมิดนี้สร้างโดยปิดผิวนอกด้วยหินแกรนิตสีแดงทำให้ได้ชื่อว่าพีระมิดแดงจากสีหินแกรนิตนั่นเอง

พีระมิด : The Bent Pyramid

พีระมิด The Bent Pyramid

อันดับที่ 2 ได้แก่ The Bent Pyramid พีระมิดหักงอ (Bent Pyramid) หรือบางครั้งเรียกกันสั้นๆ ว่า พีระมิดเบี้ยว สร้างขึ้นโดย ฟาโรห์สนอฟรู (Snofru) หลังจากการก่อสร้างพีระมิดไมดุมประสบความล้มเหลว เดิมมีเป้าหมายจะสร้างให้มีรูปร่างเป็นแบบพีระมิดที่สมบูรณ์ แต่เกิดปัญหาในระหว่างการก่อสร้างเนื่องจากแต่ละด้านของพีระมิดทำมุมชันมากเกินไปคือชันถึง 54 องศาทำให้ต้องเปลี่ยนแบบการก่อสร้างกลางคัน กลายเป็นพีระมิดที่แต่ละด้านหักมุมเปลี่ยนความชันที่ประมาณระหว่างกลางความสูงของพีระมิดเหลือความชัน 43 องศา นับเป็นพีระมิดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งเนื่องจากรูปร่างที่แปลกตาอย่างเห็นได้ชัดและแสดงถึงความสามารถของผู้สร้างที่สามารถแก้ไขปัญหาการก่อสร้างที่เกิดขึ้นเมื่อกว่า 4,600 ปีมาแล้ว ประสบการณ์จากพีระมิดหักมุมนี้เอง ทำให้การก่อสร้างพีระมิดแห่งต่อมาประสบความสำเร็จ และส่งผลให้มีการสร้าง มหาพีระมิดแห่งกิซ่า ที่กลายเป็นหนึ่งเดียวของ เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

พีระมิด : The Pyramids of Giza

พีระมิด The Pyramids of Giza

อันดับที่ 1 ได้แก่ The Pyramids of Giza พีระมิดที่ยิ่งใหญ่ทั้งสามอันแห่งเมืองกีซ่านี้ ที่ใหญ่ที่สุดคือปิรามิดของพระเจ้าฟาโรห์คีออพส์ เรียกว่า มหาปิรามิด ฐานของพีระมิดแห่งนี้มีความกว้างถึง 5770,000 ตาราง 768 ฟุต บริเวณฐานปิรามิด 4 ด้านนั้น มีความกว้างยาวเท่ากัน คือ 755 ฟุต หรือ 230.12 เมตร จะแตกต่างกันมากน้อยแค่ 8 นิ้ว ตัวมหาพีระมิดนี้สูงประมาณ 432 ฟุตประมาณได้ว่ามีหินก้อนมหึมาถึง 2,300,000 ก้อน หนักกว่า 6,000,000 ตัน แต่ละก้อน หนักถึง 2.5 ตัน บางก้อนหนักถึง 16 ตัน กว้างยาวประมาณ 3 ฟุต หรือ 1 เมตร สันนิษฐานว่าผู้สร้างพีระมิดนี้ อาศัยดวงดาวเป็นหลัก นอกจากความใหญ่โตอันน่ามหัศจรรย์ของพีระมิดแล้ว การก่อสร้างให้ สำเร็จยัง น่ามหัศจรรย์ยิ่งกว่าหลายเท่าถ้าทราบว่าหินเหล่านี้ต้องสกัดมาจากภูเขาที่อยูไกล แล้วลากมาสู่ฝั่งแม่น้ำไนล์ล่องลงมาเป็น ระยะทางนับร้อยไมล์ จึงมาถึงจุดใกล้ที่ก่อสร้าง แล้วชักลากผ่านทะเลทรายไปถึงที่ก่อส้างต้องแต่งสลักเป็นแท่งสี่เหลี่ยม แล้วยก วางซ้อนขึ้นไปจนถึง 432 ฟุต ใจกลางพีระมิดมีห้องเก็บพระศพของพระเจ้าคีออพส์ข้างในทำจากหินแกรนิต กว้าง 34 ฟุต ยาว 17 ฟุต และสูง 19 ฟุต หีบพระศพของพระเจ้าคีออพส์ทำด้วยหินแกรนิตตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของห้องปิรามิดของพระเจ้าคีออพส์ ล้อมรอบด้วยหลุมศพ และพีระมิดเล็ก ๆ อีก 3 แห่ง ซึ่งเป็นของสมาชิกในราชวงศ์และในราชสำนักชั้นสูง

http://www.toptenthailand.com/display.php?id=3746

ขออนุญาตใช้เนื้อหา