Special Report: พากินอาหารปักษ์ใต้ เตรียมเที่ยวสามจังหวัดชายแดน

Home / นักเที่ยวเชี่ยวทาง / Special Report: พากินอาหารปักษ์ใต้ เตรียมเที่ยวสามจังหวัดชายแดน

     วันนี้ทีมงานจิงโจ้เป็นโล้เป็นพายข่าวจะพาไปลุยตึก ททท. สำนักงานใหญ่ ใครไปไม่เป็นไม่ต้องกลัวครับ เพียงแค่จับรถไฟฟ้าใต้ดินไปสถานีเพชรบุรี เดินออกทางออกที่เขียนว่าไปท่าเรืออโศก พอขึ้นมาแตะพื้นโลกปั๊บก็เลี้ยวซ้ายเดินเลาะถนนเพชรบุรีตัดใหม่ไปเรื่อย ๆ ผ่านโรงเรียนเซนต์ดอมินิคส์ (คงคุ้นหูจากภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม นะครับ) เลยไปเรื่อย ๆ รวมระยะทางเกือบ ๆ 500 เมตร คุณก็จะเจอตึก ททท. สำนักงานใหญ่ในสภาพที่เหมือนหมาหอบแดดเล็กน้อย

วันนี้ทีมงานของเรามีนัดครับ มีงานแถลงข่าวอีกแล้ว แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เราสนใจครับ เราสนใจแค่ว่า ในงานจะมีอาหารอะไรให้ทีมงานได้กระแทกปากกันตายบ้าง (โคตรเป็นมืออาชีพจริง ๆ ครับ) แถมนี่เราอาจจะได้ลิ้มรสอาหารปักษ์ใต้แบบออริจิน่อลเป็นหนแรกในชีวิต เพราะวันนี้เป็นงานแถลงข่าว“มหกรรมท่องเที่ยวชายแดนใต้”

หมายเชิญระบุว่างานเริ่ม 14.30 น. จะมีการแสดง ‘ดีเกฮูลู’ ซึ่งเป็นนาฏศิลป์ท้องถิ่นของภาคใต้เลย น้อง ๆ หนู ๆ ตัวเล็ก ๆ ออกมาเต้นประกอบเพลงกันสนุกสนานสุด ๆ ดึงความสนใจคนทั้งงานไปรุมล้อมแย่งกันถ่ายรูป

Special Report: พากินอาหารปักษ์ใต้ เตรียมเที่ยวสามจังหวัดชายแดน

.

กองทัพสื่อ

กองทัพสื่อมวลชนระดมรัวชัตเตอร์ราวห่าปืนกล

 

แต่ดีเกฮูลูดึงทีมงานเราไม่ได้..

ทีมงานจิงโจ้เป็นโล้เป็นพายข่าวมุ่งตรงไปสำรวจซุ้มอาหารทันที และนี่คือสิ่งที่เราพบครับ เหล่าอาหารปักษ์ใต้ที่เกิดมาไม่เคยกิน ไม่เคยเห็น ไม่เคยแม้แต่ได้ยินชื่อ (ใครภูมิลำเนาท้องถิ่นวานให้ความรู้ทีครับ)

.

6964-attachment

ปลาหมึกอวบอั๋น

 เริ่มที่อาหารสีสันดุโหดและขนาดอันอวบอั๋น มันคือปลาหมึกยัดไส้ด้วยข้าวเหนียวนำมาต้มให้สุกในน้ำที่ปรุงพิเศษ รสชาตินุ่มลิ้นกระเดียดไปทางหวาน ๆ เล็กน้อย เจ้าบ้านบอกผมว่าอาหารจานนี้ชื่อ ‘ซูป๊ะ ซูตง’ หรืออะไรทำนองนั้น ผมฟังไม่ถนัด

ข้าวและแกง

ข้าวและแกงปลาหน้าตาสดใส

.

ตามติดด้วยข้าวผัดซึ่งรสชาติเหมือนข้าวหมกไก่ (แต่ไม่มีไก่) ราดด้วยแกงปลาอะไรสักอย่าง ฟังชื่อไม่ถนัดอีกแล้ว รสชาติตัดกันดีมาก เพราะตัวข้าวจะออกหวานนิด ๆ แกงออกไปทางเค็ม (ใครนึกไม่ออกให้ลองจินตนาการแกงเผ็ดปลาดุกดูครับ ใกล้เคียงกันแต่ไม่หวานขนาดนั้น) กินด้วยกันอร่อยเหาะไปเลย และยังต้องมีเครื่องเคียงเป็นไข่ต้มหั่นซีก (อันนี้คงไม่มีชื่อเรียกเป็นภาษาแปลก ๆ อีกนะ) มี“สมัน’ ซึ่งทำจากกุ้งและปลาสับ ๆ กับเครื่องปรุงและนำไปคั่วให้สุก.

สองอันบนเป็นขนม สองอันล่างเป็นสมันและไข่ต้ม

สองจานบนในภาพเป็นกะทิและน้ำเชื่อม สองจานล่างคือสมันและไข่ต้ม

.

ขนมหวานสีเขียวน่ารัก

ขนมหวานทำจากแป้งข้าวเจ้า

.

ตบท้ายด้วยขนมหวานหน้าตาน่ารัก เป็นขนมทำจากแป้งข้าวเจ้าสีเขียวนวล กินคู่กับกะทิและน้ำเชื่อมรสชาติเฉพาะถิ่น ผลคืออร่อยจนทีมงานจิงโจ้เป็นโล้เป็นพายข่าวขอยกนิ้วโป้งให้ทุกนิ้วบนร่างกาย

เอาล่ะ เดี๋ยวจะหาว่านอกเรื่องมากเกินไป เราจึงชักภาพการแสดงของน้อง ๆ มาให้ดูกันเล็กน้อย

ดีเกฮูลู

น้อง ๆ แสดงดีเกฮูลูอย่างสนุกสนาน

.

         หลังจากอิ่มหนำดี พิธีกรสาวชาวใต้ก็เริ่มงานแถลงข่าว โดยมีผู้ร่วมแถลงทั้งสิ้น 3 ราย กล่าวถึงความสำคัญของจังหวัดชายแดนใต้ของเราว่า ในยุคโบราณนั้นถือว่ามีความสำคัญและเป็นที่รู้จักมากกว่าอาณาจักรอยุธยาเสียอีก เพราะเมืองอย่างปัตตานีนั้นถือว่าเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดเมืองหนึ่งในเอเชียยุคโบราณ และในปัจจุบันแม้จะมีข่าวความไม่สงบในภาคใต้ แต่แท้จริงแล้วสามจังหวัดชายแดนนั้นมีบรรยากาศสงบและมีสถานที่ให้ท่องเที่ยวเยอะมาก เป็นโอกาสอันดีที่ชาวไทยทุกคนจะได้เดินทางไปเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันเกรียงไกรของภาคใต้บ้านเรา

ภาพการแถลงข่าว

บรรยากาศบนเวที

.

         เราจะได้เห็นภาคใต้ในมุมต่างออกไป มิใช่แค่เพียงหาดทราย สายลม สองเรา แต่มันคือประวัติศาสตร์ของชาติอันยิ่งใหญ่ ทางผู้จัดงานได้นำร่องแคมเปญนี้ด้วยการจัด “มหกรรมท่องเที่ยวแดนใต้” ขึ้นในระหว่างวันที่ 5– 7 พ.ย. 2553 ที่มูลนิธิศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย คลองตัน กรุงเทพฯ

         ภายในงานจะขนเอาเอกลักษณ์ปักษ์ใต้มาโชว์กันอลังการ ให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวของสามจังหวัดชายแดนครบทุกมิติ พร้อมด้วยการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าพื้นถิ่นไม่สามารถหาชมได้ที่ไหนอีกแล้วในโลก งานนี้แทบจะบังคับให้ไปกันเลย เพราะหาโอกาสยากมากที่จะเกิดกิจกรรมแบบนี้ขึ้นในกรุงเทพฯ

         ใครไปไม่ถูก โทรสอบถามที่ 07-3522411 และ 07-3542346 ทุกวัน/เวลาราชการ

ส่วนทีมงานจิงโจ้เป็นโล้เป็นพายข่าวคงต้องขอตัวไปนั่งย่อยอาหารสักพัก แล้ว 5– 7 พ.ย. นี้ เจอกันในงานนะครับทุกคน

 

*เครดิต

รายงานข่าว: ทีมงานจิงโจ้เป็นโล้เป็นพายข่าว

ขออนุญาตใช้เนื้อหา