เอื้อมมือจับฟ้าที่ ภูสอยดาว

Home / ข่าวท่องเที่ยว / เอื้อมมือจับฟ้าที่ ภูสอยดาว

 

                ทุ่งดอกไม้แสนสวยยามฤดูฝน ภูสอยดาวเป็นอุทยานแห่งชาติ แต่เดิมเป็นวนอุทยานภูสอยดาว จัดตั้งเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2533 โดยครอบคลุมพื้นที่ 48,962 ไร่ ในท้องที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ต่อมาส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้สำรวจพื้นที่ป่าเพิ่มเติมท้องที่อำเภอบ้านโคก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี 2537 โดยครอบคลุมพื้นที่ 125,110 ไร่ หรือ 199 ตารางกิโลเมตร เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว


สภาพทั่วไป   

ภูสอยดาวมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำปาด มีเทือกเขาภูสอยดาวทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาว ยอดภูสอยดาวมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ( อยู่ในเขตประเทศลาว ) สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วยชนิดของป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง จึงทำให้มีลักษณะภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี ( ภูสอยดาวในเขตไทย หมายถึงลานสนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูสอยดาว อยู่ที่ระดับความสูง 1,633 เมตร )

แต่ก่อนนั้นเคยมีคนเปรียบเทียบภูสอยดาวเป็นภูกระดึง2 ทั้งนี้เพราะว่าสภาพพื้นที่และป่าสนที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่สิ่งที่ภูสอยดาวต่างกับภูกระดึงและเด่นกว่าคือสภาพป่าสนที่เป็นเนินสลับซับซ้อนให้บรรยากาศของการเดินเที่ยวบนภูได้มากกว่า อีกทั้งระยะทางการเดินเที่ยวบนภูยังไม่ไกล สามารถเดินชมโดยรอบเพียงวันเดียว แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บนภูอยู่ไม่ไกลกันไม่ว่าจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกซึ่งอยู่ห่างจุดตั้งแคมป์เพียง 10 นาที จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นอยู่ห่างเพียง 30 นาทีโดยประมาณ ทุ่งดอกไม้มีอยู่ทั่วไปบนภูและมีมากที่สุดบริเวณจุดกางเต็นท์ ทุ่งดอกไม้บนภูมีหลายชนิดผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกดอกให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชื่นชมตลอดฤดูฝนจนถึงช่วงต่อฤดูหนาว


ลักษณะภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิสูงสุด 35 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 13 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ย 27 องศาเซลเซียส


การเดินทางไปภูสอยดาว

ภูสอยดาว อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ( สนง. ทัวร์ดอย กม.0 ) ประมาณ 550 กิโลเมตร การเดินทางจากกรุงเทพฯ เส้นทางที่สะดวกมี 2 เส้นทางคือ เส้นทางสายชาติตระการ เป็นเส้นทางที่ต้องขึ้นเขา อีกเส้นทางคือเส้นทางสายน้ำปาด ดังรายละเอียด


1. จากจังหวัดพิษณุโลก ใช้ทางหลวงเลข 11 ที่มุ่งตรงไปยังจังหวัดอุตรดิตร์ เมื่อถึงอำเภอวัดโบสถ์ ( 28 กม. จากพิษณุโลก )  ให้แยกขวาไปบ้านโป่งแคตามทางหลวงหมายเลข 1206  เมื่อถึงสามแยกบ้านโป่งแค ( 46 กม ) ให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1143 มุ่งตรงไปจนถึงอำเภอชาติตระการ ( 32 กม.) ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1237 วิ่งตรงไปอีก 71 กม เป็นทางลาดยางช่วงแรกเป็นทางผ่านทุ่งนา ช่วงท้ายเป็นทางลัดเลาะตามไหล่เขาทางแคบชำรุดเป็นบางช่วง แต่ทางไม่ชัน มีรถยนต์น้อย ไปตอนกลางคืนน่ากลัว แต่ถ้าผ่านเส้นทางนี้ช่วงเช้ามืดจะเห็นวิวที่สวยงามมาก ถึงแยกทางหลวงสาย 1268 เลี้ยวซ้ายไปภูสอยดาว ระยะทาง 58 กม.


2. จากพิษณุโลก มุ่งตรงไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์ประมาณ กม 70 กว่าๆ ให้แยกขวาไปยังบ้านน้ำพี้ เมื่อถึงสามแยกตัดกับถนนสาย 1047 ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง 1047 ตรงไปไกลมากจนเลยอำเภอน้ำปาด จนถึงโรงพยาบาลน้ำปาดให้แยกขวาไปตามถนนสาย 1239 มุ่งตรงไปบ้านห้วยมุ่น (แต่ไม่ได้ผ่านหมู่บ้านห้วยมุ่น) ตรงไป 47 กม มีโค้งหลายร้อยโค้งขึ้นๆ ลงๆ เนิน ถนนสภาพดี เส้นทางปลอดภัย ขับไปจนครบ 47 กม จะพบกับทางสามแยกให้แยกขวาไปอีก 18 กม ก็ถึงสะพานข้ามลำห้วย นั่นล่ะคือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เริ่มเดินขึ้นกันจากจุดนี้


ที่มา : tourdoi.com


รูปภาพ jiro11.multiply.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา