วัดร่องขุน สวรรค์แห่งธรรมะของชาวพุทธ

Home / ข่าวท่องเที่ยว / วัดร่องขุน สวรรค์แห่งธรรมะของชาวพุทธ

วัดร่องขุ่น สวรรค์แห่งธรรมะของชาวพุทธ

วัดร่องขุ่นแรงบันดาลใจจากยอดศิลปิน

วัดร่องขุ่น สวรรค์แห่งธรรมะของชาวพุทธ


อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
เกิดเมื่อวันที่ 15 กพ 2498 ที่หมู่บ้านเล็กๆที่ไม่มีแม้ไฟฟ้า ชื่อหมู่บ้านร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย เป็นบุตรคนที่ 3 มีพ่อเป็นคนจีน และแม่เป็นสาวชาวพะเยา (เมื่อก่อนเป็นอำเภอหนึ่งของเชียงราย) ตอนเด็กๆเป็นคนที่เกเร ไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ ตกแล้วก็ตกอีก แต่ชอบวาดเขียนเป็นชีวิตจิตใจ ในสมุดเรียนมีแต่รูปวาด เลยตั้งเป้าที่จะเรียนเพาะช่างและมหาวิทยาลัยศิลปากรให้ได้ ซึ่งสามารถเข้าเรียนได้ และเรียนได้อย่างดีเยี่ยมจนได้รับรางวัลเหรียญทองจากการประกวดงานระดับชาติ ในสมัยที่ยังเรียนอยู่ชั้นปีที 4หลังจากสำเร็จการศึกษาภาคศิลปไทยเป็นรุ่นแรก ก็ตั้งเป้าชีวิตว่าจะเป็นศิลปินสร้างงานศิลปะไปจนตาย โดยเริ่มชีวิตจากห้องเช่าเล็กๆ แต่เก็บเงินซื้อบ้านได้ภายใน 3 ปี

วัดร่องขุ่น สวรรค์แห่งธรรมะของชาวพุทธ

มีอยู่ครั้งนึงที่ได้รับทุนเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ที่ครั้งนึงได้เห็นโบสถ์ที่วัดไทย วัดพุทธปทีป ในกรุงลอนดอน ก็รู้สึกมีความศรัทธา อยากเขียนภาพฝาผนังถวายเป็นพุทธบูชา โดยใช้ชีวิตกว่า 4 ปีอยู่ที่นั่นท่ามกลางความยากลำบากต่างๆนาๆ มีปัญหาสารพัด ผู้คนทะเลาะกัน พระไม่ลงรอยกับกรรมการ ไม่มีเงิน ไม่มีแรงหลังจากอธิษฐานจากหลวงพ่อดำที่อยู่ที่นั่น ว่าเหนื่อยเหลือเกินแล้ว ท้อที่สุด แต่อยากทำให้เสร็จ ขอแลกด้วยชีวิตก็ยอม ปาฏิหารมีจริง อาจารย์ได้พบกับพลเอกเปรมทีมาเยี่ยมที่ลอนดอนพอดี การทำงานนั้นได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจาก พลเอกเปรม จนสำเร็จ แต่รู้สึกว่าหลวงพ่อดำจะประธานให้แต่โชค และไม่ต้องการชีวิตของอาจารย์ตอบแทน

วัดร่องขุ่น สวรรค์แห่งธรรมะของชาวพุทธ

กลับมาเริ่มต้นชีวิต ที่เมืองไทยด้วยเงินติดกระเป๋าเพียง 4000 บาท แต่ด้วยฝีมือการวาดภาพที่เข้าขั้นอัจฉริยะ สามารถทำเงินได้มหาศาลภายในเวลาอันสั้น ช่วงนี้เป็นช่วงที่อาจารย์เฉลิมชัยบอกว่าเกลียดตัวเองที่สุด เพราะเต็มไปด้วยกิเลส ลุ่มหลง กามารมณ์ แต่หลังจากติดบ่วงทางโลกได้ 2-3 ปี อาจารย์เฉลิมชัย ก็เริ่มหันเข้าสู่ธรรมะ บวชและออกธุดงค์อยู่ตามป่าช้า และหลังจากสึกออกมาก็ไม่เคยทำความเลวใดอีกเลย

วัดร่องขุ่น สวรรค์แห่งธรรมะของชาวพุทธ

อาจารย์เฉลิมชัย ได้มีโอกาสถวายงานรับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยร่วมในทีมวาดรูปประกอบหนังสือพระมหาชนก เลยมีความประทับใจ และรู้สึกว่าชีวิตนี้พร้อมจะถวาย เพื่อสร้างงานซักชิ้นไว้คู่พระบารมี

วัดร่องขุ่น สวรรค์แห่งธรรมะของชาวพุทธ

เมื่อครั้งกลับวัดร่องขุ่น ที่คนรุ่นพ่อร่วมกันสร้าง ที่ตอนนั้นมีสภาพทรุดโทรมเป็นที่สุด ก็เลยมีแรงดลใจว่าอยากสร้างวัดร่องขุ่น ด้วยศิลปะสมัยใหม่ เหมาะกับประเทศไทยภายใต้ร่มโพธิสมภารของในหลวง รัชกาลที่ 9 จึงลงมือก่อสร้างตั้งแต่ 2540 โดยอุทิศทั้งชีวิตให้กับการสร้างงานชิ้นสุดท้ายของชีวิตชิ้นนี้ นับถึงวันนี้เป็นเวลา 9 ปี จากเดิมที่คิดจะสร้างแค่โบสถ์ 1 หลัง ตอนนี้ตั้งใจจะสร้าง 9 หลัง และมีผู้ใจบุญร่วมบริจาคที่ดิน รวมแล้วเป็น 9 ไร่
อาจารย์เฉลิมชัย ได้รับรางวัลและปริญญากิตติมศักดิ์มากมาย แต่ตนเองคิดว่ามันไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะการให้อันบริสุทธิ์ย่อมนำมา ซึ่งการรับอันมากมายไปจนตายและหลังความตายอย่างแน่นอน

ไปเที่ยววัดสวยๆและยังได้อิ่มบุญอิ่มใจกันถ้วนหน้าอีกด้วย

วัดร่องขุ่น สวรรค์แห่งธรรมะของชาวพุทธ

วัดร่องขุนตั้งอยู่ในเขตตำบลคลองลานพัฒนา ตำบลคลองน้ำไหล ตำบลโป่งน้ำร้อน และตำบลสักงาม อยู่ห่างจากตัวจังหวัด ประมาณ 65 กม. ออกแบบและก่อสร้าง โดยอาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เมื่อ พ.ศ. 2540 โดย บนพื้นที่เดิมของวัด 3 ไร่ และขยายออกเป็น 12 ไร่ อุโบสถ ประดับกระจกสีเงินแวววาววิจิตรงดงามแปลกตาภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังโดยเฉพาะภาพพระพุทธองค์หลังพระประธานซึ่งเป็นภาพที่ใหญ่งดงามมาก

 

http://travel.mthai.com/uploads/2009/07/22/1468-attachment.jpg              http://travel.mthai.com/uploads/2009/07/22/1469-attachment.jpg

ความหมายของอุโบสถ

สีขาวของโบสถ์แทนพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า กระจกขาวหมายถึง พระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้าที่เปล่งประกายไปทั่วโลกมนุษย์และจักรวาล

1449-attachment

สะพาน หมายถึง การเดินข้ามวัฏสงสารมุ่งสู่พุทธภูมิ ก่อนขึ้นสะพานครึ่งวงกลมเล็กหมายถึง โลกมนุษย์ย์ วงใหญ่ที่มีเขี้ยวเป็นปากของพญามาร หรือพระราหูหมายถึง กิเลสในใจแทนขุมนรกคือทุกข์ ผู้ใดจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในพระพุทธภูมิต้องตั้งจิตปลดปล่อยกิเลสตัณหาของ ตนเองทิ้งลงไปในปากพญามาร เพื่อเป็นการชิระจิตเราให้ผ่องใสถึงจะเดินผ่านขึ้นไป บนสันของสะพานจะประกอบไปด้วยอสูรอมกัน 16 ตัว ข้างละ 8 ตัว อุปกิเลส 16
 http://travel.mthai.com/uploads/2009/07/22/1437-attachment.jpg http://travel.mthai.com/uploads/2009/07/22/1441-attachment.jpg
 จากนั้นก็จะถึงกึ่งกลางสะพาน หมายถึง เขาพระสุเมระ เป็ฯที่อยู่องเทวดา ด้านล่างเป็นสระน้ำ หมายถึง สีนดรมหาสมุทร มีสวรรค์ตั้งอยู่ 6 ชั้นด้วยกัน ผ่านสวรรค์ 6 เดินลงไปสู่แผ่นดินของพรหม 16 ชั้น แทนด้วยดอกบัวทิพย์ 16 ดอก รอบอุโบสถ ดอกที่ใหญ่สุด 4 ดอก ตรงทางขึ้นด้านข้างโบสถ์ หมายถึง ซุ้มพระอริยเจ้า 4 พระองค์ ประกอบด้วยพระโสดาบัน พระสกิทาคามี ระอนาคามี และพระอรหันต์ เป็นสงฆ์สาวกที่เราควรกราบไหว้าบูชาก่อน ขึ้นบันได ครึ่งวงกลม หมายถึง โลกุตตรปัญญา บันไดทางขึ้น 3 ขั้น  แทนอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ผ่านแล้วจึงขึ้นไปสู่แผ่นดินของอรูปพรหม 4 แทนด้วยดอกบัวทิพย์ 4 ดอก และ บานประตู 4 บาน บานสุดท้ายเป็นกระจกสามเหลี่ยมแทนความว่าง (ความหลุดพ้น) แล้วจึงจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้าวสู่พุทธภูมิ

http://travel.mthai.com/uploads/2009/07/22/1447-attachment.jpg

http://travel.mthai.com/uploads/2009/07/22/1443-attachment.jpgภายในประกอบด้วยภาพเขียนโทนสีทองทั้งหมด ผนัง 4 ด้าน เพดาน และพื้นล้วนเป็นภาพเขียนที่แสดงถึงการหลุดพ้นจากกิเลสมาร มุ่งเข้าสู่โลกุตรธรรม  ส่วนบนของหลังคาโบสถ์ ผมได้นำหลกธรรมอ้นสำคัญยิ่งของการปฏิบัติจิต 3 ข้อ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา นำไสู่ความว่าง (ความหลุดพ้น)

ช่อ ฟ้าเอก หมายถึง ศีล ประกอบด้วยสัตว์ 4 ชนิดผสมกัน แทน ดิน น้ำ ลม ไฟ ช้าง หมายถึง ดิน นาค หมายถึง น้ำ ปีกหงส์ หมายถึง

ลม และหน้าอก หมายถึง ไฟ ขึ้นไปปกปักรักษาพระศาสนา บนหลัง ช่อฟ้าเอกเทินด้วยพระธาตุ หมายถึง ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 ข้อ และ 84,4000 พระธรรมขันธ์

ช่อ ฟ้าชั้นที่ 2 (บน) หมายถึง สมาธิ แทนด้วยสัตว์ 2 ชิด คือ หญานาคกับหงส์ เขี้ยวพญานาค หมายถึง ความชั่วในตัวมนุษย์ หงส์

หมายถึง ความดีงาม ศีลเป็นตัวฆ่าความชั่ว (กิเลส) เมื่อใจเราชนะเกิเลสได้ก็เกิดสมาธิ มีสติกำหนดรู้เกิดปัญญา

ช่อฟ้าชั้นที่ 3 (สูงสุด) หมายถึง ปัญญา แทนด้วยหงส์ปากครุฑ หมอบราบนิ่งสงบไม่ปรารถนาใดๆ มุ่งสู่การดับสิ้นซึ่งอาสวะกิเวล

 

http://travel.mthai.com/uploads/2009/07/22/1450-attachment.jpg                        http://travel.mthai.com/uploads/2009/07/22/1470-attachment.jpg

ภายในด้าน หลังหางช่อฟ้าชั้นที่ 3 มีลวดลาย 7 ชิ้น หมายถึงโพชฌงค์ 7 ลาย 8 ชิ้นรองรับฉัตร หมายถึง มรรค 8 ฉัตรหมายถึงพระนิพพานลวดลายบนเชิงชายด้านข้างของหลังคาชั้นบนสุดแทนด้วย สังโยชน์ 10เสา 4 มุม ด้านข้างโบสถ์ คือ ตุง (ธง) กระด้าง เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้าตามคติล้านนา

http://travel.mthai.com/uploads/2009/07/22/1453-attachment.jpg

การเดินทาง
วัด ร่องขุ่นตั้งอยู่ที่บ้านร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย ไปตามหางหลวงหมายเลข 1 สายพะเยา-แม่สาย กม.ที่ 816 แยกซ้ายประมาณ 100 เมตร (เข้าทางเดียวกับน้ำตกขุนกรณ์)

 

 แผนที่

http://travel.mthai.com/uploads/2009/07/22/1463-attachment.gif


ที่มาจากwww. relaxzy.com

 

วัดร่องขุ่น สวรรค์แห่งธรรมะของชาวพุทธ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา