มหกรรมแข่งขันนกเขาชวา เสียงอาเซียน ครั้งที่ 29

Home / ข่าวท่องเที่ยว / มหกรรมแข่งขันนกเขาชวา เสียงอาเซียน ครั้งที่ 29

จังหวัดยะลา เตรียมจัดงานมหกรรมแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียน ครั้งที่ 29 คาดจะผู้นิยมเลี้ยงนกเขาชวาเสียงจากไทยและประเทศต่างๆในอาเซียนเข้าร่วมงาน ส่งผลให้มียอดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้ไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาทต่อปี

มหกรรมแข่งขันนกเขาชวา เสียงอาเซียน ครั้งที่ 29

นกเขา ยะลา

นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าวว่า เทศบาลนครยะลา ร่วมกับ จังหวัดยะลา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา กำหนดจัด งานมหกรรมแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียน ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 1-2 มีนาคม 2557 ที่สนามสวนขวัญเมือง เทศบาลนครยะลา

โดยจะมีผู้นิยมเลี้ยงนกเขาชวาเสียงหรือ ชาวชวาวงศ์จากหลากหลายพื้นที่ ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาร่วมแข่งขันประมาณ 2,000 นก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริม คือ การแข่งขันนกกรงหัวจุก ใน วันที่ 3 มีนาคม ที่สนามศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา และกิจกรรมเทศกาลอาหารจานเด็ดสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันที่ 1-3 มีนาคม ที่สนามช้างเผือก นับเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้บรรจุในปฏิทินท่องเที่ยวของประเทศไทยเผยแพร่ไปทั่วโลก

นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า งานมหกรรม แข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซียน ซึ่งดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องถึง 29 ปี ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้แก่ธุรกิจที่เกี่ยวกับนก ตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำ คือ ธุรกิจฟาร์มนกและการเพาะเลี้ยงนก กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะขายลูกนกทั้งในประเทศและมีการส่งออกไปยังต่างประเทศ ธุรกิจกลางน้ำ คือ กลุ่มอาชีพทำกรงนก หัวกรงนก ตะขอกรงนก กลุ่มอาชีพตัดเย็บผ้าคลุมกรงนก กลุ่มผลิตอาหาร อาหารเสริม และยารักษาโรคสำหรับนก เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหิน ผลไม้พื้นเมืองจังหวัดยะลา จากเดิมที่เคยมีราคาเพียงหวีละ 15–20 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 40-50 บาท รวมทั้งอาหารนกชนิดอื่นๆ เช่น หนอนนก ผักผลไม้ ฯลฯ ส่วนธุรกิจปลายน้ำ คือ ร้านน้ำชา ธุรกิจโรงแรม ขนส่ง ร้านอาหาร OTOP สินค้าที่นำมาเป็นของรางวัลทุกประเภท ของที่ระลึก รวมถึงสินค้าที่นำมาวางขายรอบๆ สนามแข่งขัน

ดังนั้น เมื่อมองภาพรวมถือว่ากิจกรรมนี้ส่งผลให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน ก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน ส่งผลให้เศรษฐกิจในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการหมุนเวียนของเม็ดเงิน และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่จะช่วยดับไฟใต้ เพราะผู้ที่ชื่นชอบนก มาจากต่างเชื้อชาติ ศาสนา แต่สามารถใช้กิจกรรมและความสนใจร่วมกัน เกิดความสัมพันธ์ที่ดีนำไปสู่สังคมที่มีความสันติสุขต่อไป

ขอบคุณข่าวสารจาก สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์

ขออนุญาตใช้เนื้อหา