จังหวัดสกลนคร

Home / ข้อมูล 77 จังหวัด, ภาคอีสาน / จังหวัดสกลนคร

จังหวัดสกลนคร เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอน บน ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์สืบเนื่องจวบจนปัจจุบัน ทั้งนี้จังหวัดสกลนครยังเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความสำคัญและหลากหลายในด้าน ต่างๆโดยเฉพาะทางด้านสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ สังคม การเมือง ศาสนา และวัฒนธรรมทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น

จังหวัดสกลนคร  

image

คำขวัญประจำจังหวัด: พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมือง งามลือเลื่องหนองหาร แลตระการปราสาทผึ้ง สวยสุดซึ้งสาวภูไท ถิ่นมั่นในพุทธธรรม

ที่ตั้ง ห่างจากกรุงเทพมหานคร โดยทางรถยนต์ประมาณ 647 กิโลเมตร และห่างจากแม่น้ำโขง  จุดที่ตั้งจังหวัดนครพนม  ซึ่งเป็นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ประมาณ  90  กิโลเมตร    มีพื้นที่   รวมทั้งสิ้น  9,605.76  ตารางกิโลเมตร   หรือประมาณ 6,003,603 ไร่

สถานที่ท่องเที่ยวฮิตในสกลนคร

 อุทยานแห่งชาติภูพาน

อุทยานแห่งชาติภูพาน 

            มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอเมือง อำเภอพรรณานิคม กิ่งอำเภอภูพานจังหวัดสกลนคร และอำเภอสมเด็จอำเภอห้วยผึ้ง อำเภอกุดบาก จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ประมาณ655 ตร.กม. หรือ415,439 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่29 ตุลาคม2525 ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานตามเส้นทางสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ25 กม.

  

สถานที่น่าสนใจในอุทยาทได้แก่

 

น้ำตกคำหอม และ โค้งปิ้งงู  อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ14 กม. บริเวณใกล้เคียงกันจะเป็นที่ตั้งของน้ำตกต่าง ๆ อีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกเหวสินธุ์ชัย น้ำตกตาดโตน น้ำตกสามหลั่น น้ำตกสาวไห้ ผาหินซ้อน อยู่ท่ามกลางป่าไม้ที่ร่มเย็น และหน้าทางเข้าน้ำตกคำหอม บนถนนสายสกลนคร – กาฬสินธุ์ เป็นช่วงที่คดเคี้ยวไปมาเหมือนกับงูเลื้อย ริมทางตกแต่งด้วยไม้ดอก ไม้ประดับเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม การคมนาคม เข้าแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้สะดวก และปลอดภัย สามารถเดินทางเข้าถึงตลอดทั้งปี สำหรับน้ำตกต่าง ๆ จะมีน้ำเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น

 

ผานางเมิน และลานสาวเอ้ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ700 เมตร และ2 กม. ตามลำดับตามทางเดินเท้าจาก ที่ทำการ สองข้างทางจะเป็นป่าพรวงไปตลอดถึงริมหน้าผา ซึ่งเป็นลาดหินทอดยาวหันหน้าไปทางทิศตะวันตกมองเห็นธรรมชาติเบื้องล่างได้อย่างชัดเจนสวยงาม ส่วนด้านล่างหน้าผามีทางเดินไปลานสาวเอ้ ซึ่งเป็นลานหินธรรมชาติที่สวยงาม อยู่ท่ามกลางป่าเขาและบริเวณหน้าผาสูงชันในเดือนสิงหาคม – ตุลาคม และจะได้พบเห็นดอกไม้ขึ้นสลับสี เป็นทุ่งกว้าง เหมาะสำหรับพักผ่อน ถ่ายภาพ และชมธรรมชาติ

ถ้ำเสรีไทย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4.5 กม. เป็นถ้ำที่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝ่ายเสรีไทย ได้ใช้เป็นที่สะสมอาวุธและเสบียง เพราะเป็นทำเลที่เหมาะสม ปกปิดด้วยป่าไม้ที่เขียวชะอุ่ม และบริเวณเดียวกันมีร่องรอยการขุดแต่งเพื่อเป็นสนามบินลับด้วย

  หนองหาน

 หนองหาน

              เป็นทะเลสาบน้ำจืด ที่มีชื่อเสียงและกว้างใหญ่มากแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ123 ตร.กม. เป็นที่รวมของลำห้วยต่าง ๆ หลายสายและยังเป็นต้นน้ำของลำน้ำก่ำซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญทางด้านการเพาะปลูกการเลี้ยงสัตว์ การประมง ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านในชุมชนรอบหนองหาน ระดับน้ำในหนองหานลึกประมาณ 3 – 8 เมตร ในบริเวณหนองหานมีเกาะต่างๆ กว่า20 เกาะ เช่นเกาะดอนสวรรค์ ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด บนเกาะมีวัดร้าง และพระพุทธรูปเก่าแก่ นอกจากนั้นตามเกาะต่างๆ เหล่านี้จะมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่มากมาย เป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด บางเกาะได้สร้างศาลาพักร้อน เช่น เกาะแก้ว เกาะดอนสะคาม และเกาะดอนสะทุง ฯลฯ ซึ่งในเวลากลางวันสาหร่ายซึ่งอยู่ใต้พื้นน้ำ เมื่อแดดส่องลงในน้ำจะเห็นสาหร่ายเป็นสีทอง

 

พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์

พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ 

          ตั้งอยู่กลางเทือกเขาภูพาน บนเส้นทางหลวงสายสกลนคร -กาฬสินธุ์ เส้นทางหลวงหมายเลข213 ห่างจากตัวเมืองสกลนคร13 กม. มีทางแยกเข้าไปทางด้านขวามือ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข2106 เป็นสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระราชวงศ์ ในคราวเสด็จแปรพระราชฐานเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณสถานที่ตั้งเป็นป่าไม้ร่มรื่น มีไม้ดอกไม้ประดับตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ในระหว่างที่ไม่ได้ประทับอยู่ที่พระตำหนัก ทรงอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ ทุกวัน โดยทำหนังสือถึงสำนักเลขาธิการพระราชวัง พระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน กรุงเทพฯ10200 และเมื่อได้รับหนังสือตอบรับแล้วจึงจะเดินทางไปชมได้

 

ถ้ำพระพุทธไสยาสน์ (ถ้ำพระทอง หรือ ภูผาทอง)

ถ้ำพระพุทธไสยาสน์

           ตั้งอยู่ที่ตำบลค้อเขียว ห่างจากที่ว่าการอำเภอวาริชภูมิประมาณ9 กม. บริเวณถ้ำมีลักษณะนำเพิงหินมาดัดแปลงก่อสร้างเพิ่มเติมเป็นศาลาการเปรียญ บริเวณใกล้ถ้ำมีหินธรรมชาติรูปร่างแปลกๆ มากมาย

ผาดงก่อ และ ผาน้ำโจ้ก


ผาดงก่อ และ ผาน้ำโจ้ก
อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของพิพิธภัณฑ์อาจารย์วัน ก่อนถึงพิพิธภัณฑ์มีทางลูกรังแยกซ้ายระยะทาง ประมาณ2 กม. เส้นทางนี้ตัดเลียบผาน้ำโจ้ก และผาดงก่อ ซึ่งอยู่บนภูผาเหล็กอันเป็นยอดสูงสุดของเทือกเขาภูพาน มีก้อนหินขนาดใหญ่วางพาดอยู่ริมหน้าผาที่ดูเหมือนจะหล่นลงไปข้างล่างหากยืนบนภูเขาแห่งนี้จะมองเห็นทิวเขาอันสลับซับซ้อนของภูพาน และหมู่บ้านต่าง ๆ ของจังหวัดอุดรธานี นอกจากนี้หากนักท่องเที่ยวมาเที่ยวบริเวณนี้ในช่วงฤดูฝนสามารถแวะเข้าชมน้ำตกเก้าชั้นน้ำตกแก่งกุลา ซึ่งอยู่ระหว่างทางขึ้นไปยังพิพิธภัณฑ์อาจารย์วัน โดยเดินเท้าจากที่ทำการชั่วคราวอุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก

วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม และ พิพิธภัณฑ์อาจารย์วัน อุตตโม

วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม
เดินทางไปตามเส้นทางสายสกลนคร – อุดรธานี เส้นทางหลวงหมายเลข22 ระยะทาง84 กม. ก็จะถึงอำเภอสว่างแดนดิน เลี้ยวซ้ายผ่านอำเภอส่องดาวไปถึงวงเวียนอนุสาวรีย์พระเวสสันดรระยะทางอีก27 กม. มีทางแยกขวาจะไปวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม จากอนุสาวรีย์ตรงไป5 กม. จะถึงพิพิธภัณฑ์ นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์พระอุดม สังวรวิสุทธิ เป็นรูปทรงจตุรมุข2 ชั้น ประดับด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ชั้นล่างตกแต่งเป็นห้องแสดงภาพวาดเกี่ยวกับประวัติของพระอาจารย์ตั้งแต่เกิดส่วนชั้นบนมีรูปปั้นของท่านในท่านั่งขัดสมาธิ เครื่องสักการะบูชาที่ตกแต่งสวยงาม และตู้กระจกแสดงเครื่องอัฐบริขารของท่านบริเวณใกล้เคียงกันมีถ้ำพวงซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระมุจรินทร์องค์ใหญ่

 พระธาตุภูเพ็ก

พระธาตุภูเพ็ก

           ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหัวบ่อ บนเส้นทางหลวงสายสกลนคร – อุดรธานี ห่างจากตัวเมืองสกลนครไปประมาณ22 กม. มีทางแยกซ้ายไปอีก14 กม. ผู้ที่จะไปนมัสการพระธาตุต้องเดินขึ้นบันได491 ขั้น จะถึงองค์พระธาตุซึ่งสร้างอยู่บนยอดเขาภูพาน องค์พระธาตุสร้างด้วยหินทราย อยู่บนฐานศิลาแลงมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ด้านหน้าเชื่อมต่อกับมณฑป รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชั้นที่1 สูงประมาณ1.58 เมตร ชั้นที่2 สูงประมาณ0.70 เมตร ตัวปราสาทสูง7.67 เมตร ซึ่งยังสร้างไม่แล้วเสร็จ ไม่มี หลังคาและยอดปราสาท เพียงแต่ทำขื่อตั้งไว้เท่านั้น พระธาตุภูเพ็กสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่16 เพื่อเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ภายหลังดัดแปลงเป็นพุทธศาสนสถานและมีการยกเรื่อง ประวัติศาสตร์ การก่อสร้างไว้ในตำนานพระอุรังคธาตุ หรือ ตำนานพระธาตุพนม ซึ่งกล่าวไว้ว่า ปราสาทหลังนี้สร้างขึ้นเพื่อแข่งขันกันระหว่างกลุ่มผู้ชายและกลุ่มผู้หญิง เพื่อรอบรรจุพระอุรังคธาตุ ของพระพุทธเจ้า แต่กลุ่มผู้ชายสร้างพระธาตุภูเพ็ก ได้ยุติการสร้างเมื่อเห็นดาวเพ็กบนท้องฟ้า ซึ่งเป็น กลลวงของกลุ่มผู้หญิงผู้สร้างพระธาตุนารายณ์เจงเวง ปราสาทหลังนี้จึงได้ชื่อว่า ปราสาทพระธาตุ ภูเพ็กตามชื่อดาว “เพ็ก”

 

การเดินทาง

 

รถยนต์

จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข1 ถึงจังหวัดสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข2)ผ่านจังหวัดนครราชสีมา เลี้ยวแยกเข้าอำเภอบ้านไผ่ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง หมายเลข23 ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ทางหลวงหมายเลข213 ผ่านจังหวัดกาฬสินธุ์ข้ามเทือกเขา ภูพานเข้าสู่จังหวัดสกลนคร เป็นระยะทางประมาณ647 กม.

 

รถโดยสารประจำทาง

บริษัท ขนส่ง จำกัด และ บริษัทเอกชน มีรถประจำทางไปจังหวัดสกลนครทุกวัน ออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนกำแพงเพชร2 ติดต่อสอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.936 – 1880, 936 – 0657, 936-0667, 936-2852

 

รถไฟ

จากสถานีรถไฟหัวลำโพงมีขบวนรถไฟไปลงที่จังหวัดอุดรธานี แล้วเดินทางต่อไปโดยรถประจำทาง ไปจังหวัดสกลนคร ประมาณ159 กม. รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง สถานีรถไฟกรุงเทพฯ โทร. 223 – 7010, 223 – 7020

 

เครื่องบิน

บริษัท การบินไทย จำกัด มหาชน มีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปสกลนครทุกวัน ติดต่อสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่โทร.280-0060, 628-2000 สำนักงานสกลนคร ถนนยุวพัฒนา โทร. (042) 712259 – 60

นอกจากนั้นการคมนาคมภายในตัวจังหวัดสกลนครมีรถสามล้อรับจ้างและรถสามล้อเครื่องไว้บริการ

เทศกาลและงานประเพณี

งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง

งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง

            จัดขึ้นในช่วงออกพรรษา ระหว่างวันขึ้น12 – 15 ค่ำ เดือน11 ของทุกปี ในตอนกลางคืนของวันขึ้น13 ค่ำ ก่อนวันทำการแห่ขบวนปราสาทผึ้ง ชาวคุ้มต่างๆ จะนำปราสาทผึ้งของตนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ประดับโคมไฟหลากสีมาตั้งประกวดแข่งขันกัน ณ สนามมิ่งเมือง เพื่อให้ประชาชนได้ชมความสวยงามอย่างใกล้ชิด สำหรับวันขึ้น14 ค่ำ จะเป็นวันแห่ขบวนปราสาทผึ้งที่ตกแต่งอย่างวิจิตรสวยงามของคุ้มวัดต่าง ๆ แห่ไปตามถนนในเขตเทศบาลไปสู่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารปราสาทผึ้งที่แต่ละขบวนนำมาจะมาตั้งไว้เป็นพุทธบูชา ณ บริเวณวัดพระธาตุเชิงชุม ด้วยความศรัทธาของชาวอีสานที่เชื่อว่าในเทศกาลออกพรรษาพระพุทธเจ้าจะเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อมาโปรดเวนัยสัตว์ในโลกมนุษย์ให้พ้นทุกข์

  

งานเทศกาลโส้รำลึก

งานเทศกาลโส้รำลึก

            เป็นงานประจำปีของชาวโส้ ซึ่งจัดขึ้นในวันขึ้น4 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอกุสุมาลย์ การแสดงโส้ทั่งบั้ง จะเริ่มในตอนสายของวันขึ้น4 ค่ำ ตามประเพณีความเชื่อที่สืบทอดมาแต่อดีต เป็นการแสดงพิธีเยา (เชิญวิญญาณเข้าทรงคนป่วยลงสนามหรือแซงสนาม) และพิธีเจี้ยศาลารวมเข้ากันเพื่อให้เกิดรูปขบวนที่สวยงามเป็นจังหวะสอดคล้องกับ เครื่องดนตรีพื้นบ้านที่ดีด สีตีเป่าเข้ากับท่วงท่ารำของสาวโส้ ที่มาร่วมแสดงเป็นจำนวนมาก ชาวโส้ถือว่าเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ในบริเวณงานจะมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านนานาชนิดให้แก่ผู้ไปเที่ยวชม ในราคาถูก การคมนาคมสะดวก รถยนต์เข้าถึงบริเวณงาน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ40 กิโลเมตร

 

งานเที่ยวหนองหาน
ชมภูพานเผ่าไทย ชิมข้าวหอมใหม่ไทสกล เป็นงานประจำปีของจังหวัดสกลนคร ที่จัดขึ้นหลังจากที่ได้มีการจัดงานฉลองเมืองสกลนคร 150 ปี เมื่อปี พ.ศ.2531 โดยกำหนดจัดงานขึ้นในวันเสาร์ สัปดาห์ที่3 ของเดือนธันวาคมของทุกปี มีกำหนดปีละ7 วันบริเวณศาลากลางจังหวัดสกลนครในวันเสาร์ซึ่งเป็นวันเปิดงานจะมีการแสดงขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของกลุ่มชนต่างๆ ที่อยู่ในจังหวัดทุกกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้ไทย (ภูไท) โส้ ย้อ โย้ย กะเลิง กะตาก ลาว ญวน และจีน เป็นต้น นอกจากนี้ในแต่ละวันจะมีกิจกรรมประกอบงานต่างๆ อีกมากมาย เช่น การประกวดนางสาวสกลนคร การออกร้านแสดงนิทรรศการของส่วนราชการต่างๆ การประกวดศิลปวัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านการจัดพาแลง การแสดงมหรสพต่างๆ การออกร้านกาชาด การจำหน่ายสินค้าราคาถูกของร้านค้าเอกชน เป็นต้น

ขออนุญาตใช้เนื้อหา