สุดแค้นฯ ฟีเวอร์ พบ 10 ที่เที่ยวนครสวรรค์ เมืองปากน้ำโพ

Home / นักเที่ยวเชี่ยวทาง / สุดแค้นฯ ฟีเวอร์ พบ 10 ที่เที่ยวนครสวรรค์ เมืองปากน้ำโพ

เป็นที่พูดถึงมากทีเดียวกับละครฟอร์มใหญ่ เชือดเฉือนทางอารมณ์ของฝั่งวิกน้อยสี อย่าง “สุดแค้นแสนรัก” ที่ใกล้จะลาจอเต็มทีแล้ว โดยฉากหลังของเรื่องคือเมืองปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ แหล่งประวัติศาสตร์อีกแห่งของประเทศไทย travel.mthai.com จึงขอพาทุกท่านไปพบกับ 10 ที่เที่ยวนครสวรรค์ เมืองปากน้ำโพ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เผื่อวันไหนคุณแวะไป จะได้ไม่พลาดสถานที่สำคัญ

แต่เราไม่ได้จะพาไปเที่ยวโรงพยาบาลนครสวรรค์นะ ในเรื่องนี่เข้าออกเป็นว่าเล่นเลย อิอิ

สุดแค้นฯ ฟีเวอร์

จะเห็นได้ว่า ช่วงนึงจะมีฉากน้ำตก (อาจเป็นจังหวัดอื่น) เราเลยมโนไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนครสวรรค์ ว่าเมืองปากน้ำโพแห่งนี้ มีสถานที่น่าเที่ยวที่ไหนบ้าง ไปชมกันเลยฮะ

สุดแค้นฯ ฟีเวอร์ พบ 10 ที่เที่ยวนครสวรรค์ เมืองปากน้ำโพ

gfsd dgsd

“เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ” นครสวรรค์ เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางตอนบน เคยมีชื่อเรียกในอดีตหลายชื่อ ทั้ง เมืองพระบาง เมืองชอนตะวัน และ เมืองปากน้ำโพ สุดท้ายได้เปลี่ยนชื่อเป็น นครสวรรค์ เพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ชาวบ้านก็ยังนิยมเรียก เมืองปากน้ำโพ เพราะเคยมีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ตรงปากแม่น้ำ หรืออย่างที่รู้ ๆ กันว่าแม่น้ำ ปิง วัง ยม น่าน ไหลรวมกันกลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา

1. อุทยานสวรรค์

อุทยานสวรรค์

อุทยานสวรรค์ (หนองสมบุญ) สวนสาธารณะกลางเมืองนครสวรรค์ ที่มีผู้นิยมไปพักผ่อนหย่อนใจกันมาก อุทยานสวรรค์ประกอบด้วยหนองน้ำขนาดใหญ่ เดิมเรียกว่า หนองสมบุญ ต่อมาเทศบาลนครนครสวรรค์ ได้ปรับปรุงสภาพให้เป็นสวนสาธารณะมีถนนวงแหวน 2 ชั้นล้อมรอบ ตรงกลางเป็นเกาะ มีสวนหย่อม สวนไม้ดอกไม้ประดับ มีพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด สนามหญ้า น้ำพุ เวทีกลางแจ้ง น้ำตกจำลองขนาดใหญ่ ริมฝั่งน้ำภายในอุทยานจัดเป็นสวนสุขภาพ ด้านหน้าของสวนสาธารณะสร้างอย่างสวยงาม มีห้องน้ำ ห้องแต่งตัวบริการแก่นักท่องเที่ยว

 

2. วนอุทยานถ้ำเพชร – ถ้ำทอง

ถ้ำเพชรถ้ำทอง
ภาพจาก : traveltxcx.blogspot.com

วนอุทยานถ้ำเพชร – ถ้ำทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าบริเวณเขาชอนเดื่อ เป็นเทือกเขาหินปูนเตี้ย ๆ มีสภาพป่าสลับกับภูเขาหินปูน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนเขา เอกลักษณ์ที่สำคัญคือ ถ้ำหินปูนใหญ่น้อยกว่า 70 ถ้ำ เท่าที่สำรวจและได้ตั้งชื่อไว้แล้ว ก็มี ถ้ำมรกต ถ้ำวังไข่มุก ถ้ำประดับเพชร ถ้ำประกายเพชร ถ้ำเหล็กไหล ถ้ำเจ้าแม่กวนอิม ถ้ำเพชรคิงคอง ถ้ำพญานาค ถ้ำดาวดึงส์ ถ้ำวิมานลอย ถ้ำเจ้าพ่อเสือ ถ้ำฤาษี เป็นต้น

ในแต่ละถ้ำจะมีความสวยงามแตกต่างกันไป บ้างก็เป็นหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลก ๆ บ้างก็มีผนังถ้ำที่มีลักษณะเป็นกากเพชร เมื่อมีแสงกระทบจะเป็นประกายระยิบระยับ สวยงามมาก บางถ้ำสีสันสวยงาม เช่นสีแดง สีเขียว สีคราม ซึ่งสีเหล่านี้เกิดจากแร่ธาตุตามธรรมชาติ บางถ้ำต้องเดินขึ้นเขาและลัดเลาะไปตามป่าทึบ ได้รสชาติการท่องเที่ยวผจญภัยอีกรูปแบบหนึ่ง นอกจากนี้ บนเขาชอนเดื่อยังพบไม้มงคลที่หายากคือ โมกราชินี นับล้านต้น

3. วัดคีรีวงศ์

วัดคีรีวงศ์
ภาพจาก : nattakan20456.blogspot.com

วัดคีรีวงศ์ เดิมเป็นวัดร้างกลางป่าเขาสร้างสมัยปลายกรุงสุโขทัย ปัจจุบันเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนครสวรรค์  มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาปฏิบัติกิจกรรมทางพุทธศาสนาเป็นประจำ  ภายในบริเวณวัดประกอบด้วย พระอุโบสถ สมเด็จพระพุทธโคดมจำลอง ศาลาพุทธานุภาพ วิหารหลวงพ่อโต และพระจุฬามณีเจดีย์

พื้นที่ของวัดคีรีวงศ์ ทั้งบนเขาและที่ราบ ประมาณ 280 ไร่ มีลักษณะเป็นภูเขา ด้านเหนือด้านตะวันออกและด้านตะวันตกเป็นภูเขา มีทางเข้าด้าน ทิศใต้ทางเดียว มีลักษณะคล้ายฮวงจุ้ย เดิมชื่อเขาใหญ่ ปัจจุบันชื่อ เขาดาวดึงส์ เพราะตั้งอยู่ ตรงถนน ดาวดึงส์และอยู่เมืองนครสวรรค์ เมื่อขึ้นไปถึงฐานพระเจดีย์ชั้น 4 จะมองเห็นภูมิทัศน์อันสวยงามของเมืองนครสวรรค์ในระยะไกลประมาณ 10 กิโลเมตร ถ้ามองไปทางทิศตะวันออกจะมองเห็นเขากบ บึงบอระเพ็ด และตลาดปากน้ำโพ หากมองไปทางทิศใต้ จะเห็นอุทยานสวรรค์  ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ และเขาจอมคีรีนาคพรต หันไปทางทิศตะวันตก จะเห็นภูเขาน้อยใหญ่  ทอดตัวตระหง่านอยู่เป็นช่วง ๆ โดยมีภูเขาหลวงเป็นฉากกั้น

4. บึงบอระเพ็ด

บึงบอระเพ็ด
ภาพจาก : www.aei.nu.ac.th

บึงบอระเพ็ด เป็นบึงน้ำจืดซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 132,737 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง พื้นที่บางส่วน ประมาณ 66,250 ไร่ ได้ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ ป่าเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2518 บีงบอระเพ็ดมีลักษณะเป็นท้องน้ำและบึงกว้างใหญ่ มีเกาะเล็ก ๆ อยู่ในบึงประมาณ 10 เกาะ เป็นเกาะที่เกิดจากการทับถมตัวของพืชน้ำ มีพรรณไม้น้ำหลากหลายชนิด จึงเหมาะเป็นที่อยู่อาศัยสร้างรัง วางไข่ ของนกหลายชนิด มีทัศนียภาพสวยงาม

ในอดีตบึงบอระเพ็ดได้ชื่อว่าเป็น “ทะเลเหนือ” หรือ “จอมบึง” เพราะมีสัตว์และพันธุ์พืชน้ำอยู่มากมาย รู้จักกันมานานว่าเป็นแหล่งน้ำที่มีจระเข้ชุกชุม ปัจจุบันจระเข้ในบึงเหลืออยู่น้อยมาก จะมีให้เห็นก็ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครสวรรค์ ซึ่งได้เพาะพันธุ์และเลื้ยงไว้ให้นักท่องเที่ยวชมเท่านั้น เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดแหล่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

5. เขาหน่อ – เขาแก้ว

เขาหน่อเขาแก้ว
ภาพจาก : 123.242.166.4/webnkw-bak020812

เขาหน่อ-เขาแก้ว เขาหน่อเป็นเขาหินปูนที่มีวัดเขาหน่ออยู่เชิงเขา มีบันไดขึ้นสู่ยอดเขาซึ่งเป็นจุดชมวิว มีถ้ำสวยงามอยู่หลายถ้ำ ระหว่างทางมีถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่ เมื่อครั้งพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จภาคเหนือทางชลมารคสายแม่น้ำปิง เคยทรงประทับพักแรมที่นี่ ต่อมาจังหวัดได้สร้างพระบรมรูปไว้เป็นอนุสรณ์ บริเวณยอดเขามีทิวทัศน์ที่งดงาม ประดับประดาไปด้วยป่าลั่นทมที่มีอายุนับร้อยปี ส่วนที่เชิงเขามีฝูงลิงจำนวนมาก คอยรับอาหารจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

เขาแก้ว อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน มีถ้ำหลายถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของค้างคาวมากมาย เมื่อถึงเวลาใกล้ค่ำจะมองเห็นฝูงค้างคาวนับล้าน ๆ ตัว ที่อาศัยอยู่ตามถ้ำน้อยใหญ่ในภูเขาทั้งสองลูก บินออกไปหากิน เวลาค้างคาวบินออกจากถ้ำและจะใช้เวลาหลายสิบนาที ดูเป็นสายยาวสีดำพริ้วไปมาอยู่บนท้องฟ้า

6. สะพานเดชาติวงศ์

สะพานเดชาติวงศ์
ภาพจาก : www.doh.go.th

สะพานเดชาติวงศ์ เป็นสะพานรถยนต์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน ก่อนเข้าสู่ใจกลางเมืองจังหวัดนครสวรรค์ เป็นสะพานที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย ชื่อของสะพานนั้นมาจากชื่อสกุลของพันตรีหม่อมหลวงกรี เดชาติวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวงในสมัยนั้น ก่อสร้างแล้วเสร็จ เปิดใช้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2483  เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กมีความยาว 404.5 เมตร ทางรถกว้าง 6.50 เมตร ทางเท้าข้างสะพาน 1 เมตร สะพานแห่งนี้เป็นสะพานที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทยในการเดินทางเข้าสู่จังหวัดทางภาคเหนือ และนอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวแม่น้ำสองสีที่สวยงามที่สุดอีกจุดหนึ่งด้วย

7. เมืองโบราณและ พิพิธภัณฑ์จันเสน

เมืองโบราณจันเสน
ภาพจาก : www.bloggang.com

เมืองโบราณจันเสน สันนิษฐานว่าอยู่ในสมัยทวารวดี มีคูเมืองเป็นเนินดินโดยรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยม แต่มุมทั้งสี่เป็นรูปมนจนเกือบเป็นวงกลม ล้อมรอบด้วยคูเมืองซึ่งกว้างประมาณ 20 เมตร ปัจจุบันยังมีสภาพเป็นที่ลุ่มน้ำขัง แต่ยังเป็นร่องรอยพอมองเห็นร่องรอยรูปร่างของคูเมืองได้อย่างชัดเจน ขอบเขตเมืองโบราณมีความยาวประมาณ 800 เมตร กว้าง 700 เมตร คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่เศษ ในบริเวณเมืองโบราณได้ขุดพบโบราณวัตถุหลายอย่าง ประเภทที่ทำด้วยเศษดินเผา อาทิ พระพิมพ์ต่าง ๆ ตุ๊กตา ตะเกียง ประเภทที่ทำด้วยหิน ได้แก่ ฐานบัว ธรรมจักร ขวานหินขัดที่ทำด้วยโลหะ มีตุ้มหูทำด้วยตะกั่วหรือดีบุก ใบหอกที่ทำด้วยสำริด ปัจจุบันโบราณวัตถุดังกล่าวเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์จันเสน

8. ภูทอง Golden Hill Village

Golden Hill Village
ภาพจาก : www.facebook.com/GoldenHillVillage

Golden Hill Village หรือ ภูทอง ที่นี่คือจุดแวะพักที่น่าสนใจ เพราะมีทั้งร้านอาหารสวยๆ ร้านกาแฟ และร้านขายเสื้อผ้า เครื่องประดับ เก๋ๆ กระเป๋าสวยๆ สไตล์วินเทจ ภายใต้อาคารสไตล์ยุโรป ที่มีมุมให้ถ่ายภาพมากมายเหมาะสำหรับสาวๆ ที่จะแวะถ่ายภาพกันด้วยความเพลิดเพลิน

การตกแต่งภายในของที่ Golden Hill Village หรือ ภูทอง จะใช้สไตล์วินเทจย้อนยุค ให้สีสวย สีหวานๆ ดูสะอาดตา น่าจะถูกใจสำหรับคุณสาวๆ ส่วนพนักงานต้อนรับ แลดูจริงใจ และให้การต้อนรับลูกค้าเป็นอย่างดีครับ พร้อมแนะนำ ให้แวะเข้าไปดูร้านค้าอีกหลายๆ ร้านในโครงการด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา ส่วนด้านหลังของอาคารนั้น จะเป็นสนามหญ้า สีเขียวๆ พร้อมมุมถ่ายภาพหลายมุมอยู่เลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีคนมาถ่ายภาพ pre-wedding ที่นี่อยู่บ่อยๆ ซึ่งหากใครสนใจ ก็สามารถติดต่อกับทางโครงการเพื่อนัดวันมาถ่ายได้เลย โครงการ Golden Hill Village ภูทอง เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 – 20.00 น. โทร : 056-247-077 , 0818203487

9. วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์
ภาพจาก : pantip.com/topic/32312114

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ความสวยงามแปลกตาของวัดแห่งนี้ คือการสร้างวัดเป็นรูปเรือหลวงบนยอดเขา ซึ่งสื่อความหมายถึงพาหนะที่จะช่วยให้พ้นห้วงกิเลสภายในวัดประดิษฐานเจดีย์ศรีพุทธคยา ซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยาจากประเทศอินเดีย ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวย ส่วนยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น ซึ่งมีความสวยงามดูแปลกตา บริเวณรอบๆ เจดีย์จะมีพระพุทธรูปปางประทับยืน และประทับนั่งอยู่ทั่วไปบริเวณชั้นบนสุดยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุอีกด้วย

การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ เดินทางมุ่งหน้า อ.ตาคลี นครสวรรค์ ถึงกองบินสี่ เจอแยกไปหัวหวาย (ทางหลวงแผ่นดิน 3329) เลี้ยวซ้าย ขับรถไปเรื่อย ๆ จะเจอสี่แยกตัดกันกับเส้นตากฟ้า-ท่าตะโก ให้ตรงเข้าไป ขับรถผ่านหมู่บ้านทาง รพช. มีป้ายบอกตลอดทางจะเห็นภูเขาอยู่ด้านหน้าประมาณห้า กม.จากแยกก็จะถึงวัด

10. แก่งแม่เรวา

แก่งแม่เรวา
ภาพจาก : adventure.tourismthailand.org

แก่งหรือลำห้วยแม่เรวา มีต้นกำเนิดมาจากเขาโมโกจูซึ่งเป็นยอดเขาสูงสุดของผืนป่าตะวันตก ไหลผ่านพื้นป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำที่ใสสะอาดตลอดปีแม้จะเป็นช่วงหน้าฝน สายน้ำมีความคดเคี้ยวลดหลั่นไล่ระดับมีแก่งต่างระดับในหลายจุด แต่ละแก่งไม่สูงมากเหมาะสำหรับล่องแก่งเรือยางและพายเรือคายัค ระยะทางโดยรวม 8 กิโลเมตร ใช้เวลาล่องประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวผจญภัยที่สุดยอดอีกแห่งหนึ่ง

จุดเริ่มต้นล่องแก่งที่อยู่กลางป่าซึ่งอยู่ลึกเข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร โดยต้องเริ่มจากการขี่จักรยาน หรือเดินผ่านเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติเข้าไป นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการรถอีแต๊กของชาวบ้านซึ่งมาวิ่งให้กับทางอุทยานฯเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ระหว่างการล่องจะผ่านจุดชมวิว “มออีหืด” ที่อยู่บนยอดเขาสูงด้านขวา เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น มีทะเลหมอกไกลสุดสายตา จุดสิ้นสุดของการล่องแก่งจะอยู่ที่ “แก่งลานนกยูง” ซึ่งถือว่าเป็นแก่งปราบเซียน เพราะทั้งแคบและสูงคล้ายน้ำตกเล็กๆ หลายๆ ชั้น สายน้ำก็เชี่ยวกราก ใครพายคายัคผ่านไปได้โดยไม่คว่ำก็ถือว่าสุดยอด

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.unseentravel.com และ adventure.tourismthailand.org

เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ขออนุญาตใช้เนื้อหา