ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ “อัญเชิญพระอัฐิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช” ณ วัดของสองธรรมราชา 6-13 เม.ย. นี้

Home / นักเที่ยวเชี่ยวทาง / ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ “อัญเชิญพระอัฐิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช” ณ วัดของสองธรรมราชา 6-13 เม.ย. นี้

วัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ นี้อีกหนึ่งวัดที่ทรงคุณค่าแห่งหนึ่งของเมืองไทย โดยเป็นพุทธสถานที่สมเด็จญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดให้สร้างขึ้นขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า และยังเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิของ สมเด็จญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งจะจัดพิธีอัญเชิญในวันที่ 6 เมษายน 2560 นี้ด้วย

ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์
“อัญเชิญพระอัฐิสมเด็จพระญาณสังวรฯ”
ณ วัดของสองธรรมราชา 6-13 เม.ย. นี้

พิธีอัญเชิญพระอัฐิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช

ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน และผู้สนใจทั่วไป ร่วมงาน พิธีอัญเชิญพระอัฐิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประดิษฐานบนบุษบกหินอ่อน และพิธีเปิดอริยาคารโดยสมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตและประธานกรรมการบริหารวัดญาณสังวรารามเป็นองค์ประธานฝ่ายสงฆ์

บริเวณ ณ โถงชั้น 1 ในพระบรมธาตุเจดีย์มหาจักรีพิพัฒน์ วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ในวันพฤหัสที่ 6 เมษายน 2560 เวลา 10.00 น. และงานจะมีจัดต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้สนใจทุกท่านเข้ากราบนมัสการพระอัฐิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถึงวันที่ 13 เมษายน 2560

โดยภายในงานจะมีกิจกรรมจำหน่ายสินค้าจากร้านค้า OTOP  การออกร้านจากนักเรียนโรงเรียนผู้รู้ ญสส. ๘๐ การนำเที่ยวสถานที่สำคัญในวัดกับมัคคุเทศก์น้อย การแสดงดนตรีธรรมคีตาจากมูลนิธิหลวงประดิษฐ์ไพเราะ และพิธีสวดมนต์เย็นบำเพ็ญพระราชกุศลถวายแด่ราชวงศ์จักรี (6-12 เม.ย.60)

 

.

“วัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร”
วัดสองธรรมราชา ทรงคุณค่าของเมืองไทย

วัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร

วัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ แห่งนี้กล่าวได้ว่าเป็น “วัดของสองธรรมราชา” ที่ธรรมราชาและสังฆราชา ทรงเกื้อกูลและช่วยกันสรรสร้างร่วมกัน ทำให้ที่ดินรกร้างว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตา กลายเป็นวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ทรงคุณค่า และงดงาม จวบถึงทุกวันนี้

แต่เดิมนั้น วัดญาณสังวรารามฯ เป็นพุทธสถานที่สมเด็จญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดให้สร้างขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ผู้มีพระคุณต่อประเทศ และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เพื่อส่งเสริมพระบารมีของทุกพระองค์ให้ยิ่งๆ ขึ้นไป

โดยเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้สร้าง พระอุโบสถ พระมณฑป เจดีย์ ศาลา จนถึงหมู่อาคารสถานที่สำคัญต่าง ๆ ภายในวัด ที่มีคุณค่าด้านพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง และยังปรารถนาให้ วัดญาณสังวราราม เป็นวัดสายปฏิบัติกรรมฐาน ในภาคตะวันออก อีกด้วย

เมื่อความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าเจ้าพระคุณสมเด็จฯ จะสร้างวัดญาณสังวราราม ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าว ภาคอุตสาหกรรมและความต้องการทางด้านวัตถุนิยมมีการเจริญเติบโตสูงมากขึ้นในแถบภาคตะวันออกของประเทศไทย พระองค์จึงทรงห่วงใยว่าความเจริญเติบโตที่รวดเร็ว จะทำให้ประชาชนห่างไกลพระพุทธศาสนา จึงทรงมีพระราชดำริที่ต้องการให้ วัดญาณสังวราราม เป็นศูนย์รวมทางพุทธศาสนาของภาคตะวันออก และได้สร้างโครงการพระราชดำริในพื้นที่บางส่วนของวัด เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่สนใจได้มีโอกาสเข้าชมเพื่อเรียนรู้


สถานที่สำคัญ วัดญาณสังวรารามฯ

พระอุโบสถ

"วัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร" วัดสองธรรมราชา ทรงคุณค่าของเมืองไทย

สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บนประตูกลางด้านนอกของพระอุโบสถ อัญเชิญตราพระราชลัญจกรไอยราพตประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าตามสินมหาราชมาประดิษฐานไว

พระอุโบสถ

อุโบสถ ถอดแบบมาจากวิหารรังสีในวัดบวรนิเวศวิหาร ด้านในประดิษฐานสมเด็จพระพุทธญาณเรศวร์ ซึ่งเป็นพระประธานภายในอุโบสถ สร้างขึ้นเพื่อน้องเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนเรศวร จำลองแบบมาจากพระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร ภายในองค์สมเด็จพระพุทธญาณเรศวร์ ยังได้บรรจุพระผงพุทธพิมพ์ญาณสังวร ทรงสมเด็๗ฯ จำนวน 84,000 องค์ ไว้ภายในฐานพระปฏิมาด้วย

.

พระบรมธาตุเจดีย์มหาจักรีพิพัฒน์

"วัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร" วัดสองธรรมราชา ทรงคุณค่าของเมืองไทย

สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติบูรพมหากษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระกรุณารับเป็นองค์อุปถัมภ์ในการก่อสร้าง อีกทั้งยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนาม พระบรมธาตุเจดีย์มหาจักรีพิพัฒน์ ซึ่งมีความหมายว่า “พระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมธาตุเพื่อความวัฒนาถาวรของราชวงศ์จักรี”

ภายในพระบรมธาตุเจดีย์ แบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นที่จัดนิทรรศการชั่วคราว ซึ่งขณะนี้กำลังจัดเตรียมเป็นที่สถานที่ตั้งของบุษบกหินอ่อน เพื่อประดิษฐานพระอัฐิของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ชั้นที่ 2 มีแท่นประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และชั้น 3 เรียกว่า “ห้องทอง” เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุของพระสาวก

.

พระมหามณฑปพุทธบาท ภปร. สก.

"วัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร" วัดสองธรรมราชา ทรงคุณค่าของเมืองไทย

สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนามเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ องค์พระมณฑปด้านนอกประดับด้วยกระเบื้องโมเสกทอง ซึ่งแต่เดิมเคยประดับอยู่รององค์พระศรีรัตนเจดีย์ ที่ตั้งอยู่บนฐานไพทีทิศตะวันตก ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กระทั่งในคราวบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามเมื่อพุทธศักราช 2525 ได้มีการสั่งกระเบื้องโมเสกทองใหม่มาจากประเทศอิตาลี กระเบื้องชุดเก่าจึงได้ถูกนำมาใช้ประดับที่องค์พระมหามณฑปนี้

ภายในพระมหามณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทแกะสลักบนหินธรรมชาติ น้ำหนัก 35 ตัน ซึ่งได้มาจากจังหวัดจันทบุรี และมีพระพุทธรูป 4 ปางประทับอยู่ 4 มุมของพระมหามณฑป ได้แก่ ปางลีลา ปางรำพึง ปางประทานพร และปางเปิดโลก


บุษบกหินอ่อน ที่ประดิษฐานพระอัฐิของ
สมเด็จญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

"วัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร" วัดสองธรรมราชา ทรงคุณค่าของเมืองไทย
ภาพจำลอง บุษบกหินอ่อน

วัดญาณสังวรารมฯ ได้จัดทำบุษบกหินอ่อน เพื่อใช้บรรจุพระอัฐิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยรูปแบบเป็นบุษบกเครื่องยอดรูปทรง 8 เหลี่ยม มีขนาดความสูงจากฐานถึงส่วนยอด 3.50 เมตร และมีขนาดกว้าง 1.20 เมตร

บุษบกองค์หินอ่อน

บุษบกองค์นับเป็นนวัตกรรมใหม่ในการก่อสร้าง  มีการใช้วัสดุและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสมผสานกับรูปทรง และลวดลายทางสถาปัตยกรรมไทยประเพณี โครงสร้างขององค์บุษบกเป็นสแตนเลส กรุผิวด้วยหินอ่อนสีขาวจากประเทศอิตาลี ประดับตกแต่งด้วยองค์ประกอบลวดลายส่วนต่างๆ ด้วยงานประติมากรรมหล่อโลหะลงรักปิดทอง

บุษบกหินอ่อน

การจัดสร้างบุษบกหินอ่อนองค์นี้วางแผนและควบคุมขั้นตอนการก่อสร้างโดยอาจารย์สรายุทธ ทรัพย์สุข รองคณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และออกแบบโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์จักรพร สุวรรณนคร  คณาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เหรียญที่ระลึกงานประดิษฐานพระอัฐิบนบุษบก

และพุทธศาสนิกชนหรือผู้สนใจทุกท่าน สามารถร่วมทำบุญเพื่อร่วมสร้างบุษบก ได้ที่วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดชลบุรี หรือเฟสบุค วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเฟสบุค วัดญาณสังวราราม ชลบุรี ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนสุขุมวิท พัทยากลาง ชื่อบัญชีวัดญาณสังวรารามเพื่อโครงการพัฒนาวัด เลขที่ 676-027777-9

โดยการร่วมทำบุญจำนวนเงิน 1,000 บาทขึ้นไปจะได้รับ เหรียญที่ระลึกงานประดิษฐานพระอัฐิบนบุษบก ทำจากทองแดงรมดำ ด้านหน้าเป็นรูปสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และด้านหลังเป็นรูปบุษบก ตอกเลขลำดับการผลิต พร้อมแผ่นซีดีแสดงที่มาการจัดสร้างบุษบก บรรจุในกล่องผ้าไหม จำนวนจำกัดเพียง 9,999 ชุด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 081-824-2131

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา