จังหวัดร้อยเอ็ด

Home / ข้อมูล 77 จังหวัด, ภาคอีสาน / จังหวัดร้อยเอ็ด

จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นจังหวัดในบริเวณลุ่มแม่น้ำชีในภาคอีสานของไทย ที่อดีตเคยเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อนยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยปรากฏชื่อในตำนานอุรังคธาตุว่า สาเกตนคร หรือ เมืองร้อยเอ็จประตู อันเนื่องมาจากเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรื่องโดยที่มีเมืองขึ้นจำนวนมาก

จังหวัดร้อยเอ็ด

ทุ่งกุลาร้องไห้

คำขวัญประจำจังหวัด: สิบเอ็ดประตูเมืองงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกต บุญผะเหวดประเพณี มหาเจดีย์ชัยมงคล งามน่ายลบึงพลาญชัย เขตกว้างไกลทุ่งกุลา
โลกลือชาข้าวหอมมะลิ

 

ที่ตั้งจังหวัดร้อยเอ็ดตั้งอยู่ตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างละติจูดที่ 15 องศา 24 ลิปดาเหนือ ถึง 16 องศา 19 ลิปดาเหนือ และลองจิจูดที่ 103 องศา 16 ลิปดาตะวันออก ถึง 104 องศา 21 ลิปดาตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร โดยทางรถยนต์ประมาณ 512 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้น 8,299.46 ตางรางกิโลเมตร หรือ 5,187,156 ไร่

 

สถานที่ท่องเที่ยวฮิตในร้อยเอ็ด 

 

ทุ่งกุลาร้องไห้

ทุ่งกุลาร้องไห้ 

           เป็นทุ่งกว้างใหญ่ของภาคอีสาน มีอาณาเขตครอบคลุมถึง 5 จังหวัด คือ ในแนวทิศเหนือนั้นครอบคลุมอำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย ของจังหวัดร้อยเอ็ด ในแนวทิศใต้มีลำน้ำมูลทอดยาวตลอดพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ในแนวทิศตะวันตกผ่านอำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร และอำเภอพยัคฆภูมิพิสัยของจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ประมาณ 3 ใน 5 นั้นอยู่ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด ทุ่งกุลาร้องไห้มีเนื้อที่กว้าง 2,107,681 ไร่ สาเหตุที่ทุ่งกว้างแห่งนี้ได้ชื่อว่าทุ่งกุลาร้องไห้นั้น ก็ด้วยมีเรื่องเล่ากันว่า พวกกุลาซึ่งเป็นพวกที่เดินทางค้าขายระหว่างเมืองต่างๆ ในสมัยโบราณได้ชื่อว่าเป็นนักต่อสู้ คือมีความเข้มแข็งอดทนเป็นเยี่ยม แต่เมื่อพวกกุลาเดินทางมาถึงทุ่งนี้ ได้รับความทุกข์ยากเป็นอันมากถึงกับร้องไห้ เพราะตลอดทุ่งนี้ไม่มีน้ำหรือต้นไม้ใหญ่เลย ฤดูแล้งแผ่นดินก็แห้งแตกระแหง ปัจจุบันท้องทุ่งอันกว้างใหญ่นี้ได้รับการพัฒนาจากส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ บางแห่งก็ทำการเกษตรกรรม บางแห่งก็ใช้เป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ ซึ่งนับแต่จะมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ ศูนย์พัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ห่างจากที่ว่าการอำเภอสุวรรณภูมิ 6 กิโลเมตร เลยกู่พระโกนาไปเล็กน้อย 

 

ผาน้ำย้อย

ผาน้ำย้อย 

             ตั้งอยู่ที่บ้านโคกกลาง ตำบลผาน้ำย้อย   เป็นผาหินขนาดใหญ่ ซึ่งมีน้ำไหลและซึมตลอดปีอยู่บนภูเขาเขียว แบ่งพรมแดนระหว่างอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร และอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ประมาณ 20,000 ไร่ เป็นป่าไม้เนื้อแข็งนานาชนิด มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด เช่น หมูป่า เก้ง กวาง ไก่ป่า ผาน้ำ ย้อยอยู่สูงจากระดับพื้นดิน 200 เมตรและสูงกว่าระดับน้ำทะเล 380-500 เมตร  บนเขาลูกนี้มี วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม มีเนื้อที่ 2,500 ไร่ โดยมีพระอาจารย์ศรีมหาวิโร ซึ่งเป็นศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัต เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ภายในบริเวณมี  พระมหาเจดีย์ชัยมงคล  เป็นพระเจดีย์ที่ใหญ่องค์หนึ่งของประเทศไทย ออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นสีขาวตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีทองเหลืองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ มีความกว้าง 101 เมตร ความยาว 101 เมตร ความสูง 101 เมตร สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่ เป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  และได้ตกแต่งลวดลายงามวิจิตรของศิลปะยุคใหม่และยุคเก่าผสมเป็นศิลปะร่วมสมัยที่หาดูได้ยาก พระมหาเจดีย์ชัยมงคลนี้ตั้งอยู่ในบริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม ภายในพระมหาเจดีย์มีทั้งหมด 6 ชั้ คือชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงกว้างใหญ่โออ่า   ใช้เป็นห้องเอนกประสงค์ และประชุมบำเพ็ญบุญ   ชั้นที่ 2 เป็นศาลาประชุมสงฆ์ ผนังติดตั้งรูปพระพุทธประวัติ ชั้นที่ 3 เป็นชั้นอุโบสถ และประดิษฐานรูปพระคณาจารย์ปราชญ์อีสานในอดีต เป็นรูป   เหมือนสลักหินอ่อน และหุ่นรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์ ชั้นที่ 4 เป็นชั้นชมวิว ชมทัศนียภาพรอบภูเขาเขียว  ชั้นที่ 5 เป็นชั้นพิพิธภัณฑ์   ชั้นที่ 6 เป็นชั้นสูงสุดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ระหว่างเวลา 06.00-17.00 น.

 

มหาเจดีย์ชัยมงคล

มหาเจดีย์ชัยมงคล 

             พระเจดีย์ที่ใหญ่องค์หนึ่งของประเทศไทยเป็นพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และได้ตกแต่งลวดลายงามวิจิตรของศิลปะยุคใหม่และยุคเก่าผสมเป็นศิลปะร่วมสมัย

 

วัดบึงพระลานชัย

วัดบึงพระลานชัย 

             เป็นวัดโบราณถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านชาวเมือง อยู่ใกล้ชิดติดกับบึงพลาญชัย เป็นเนินสูง เป็นที่ประกอบพิธีกรรมฉลองชัยชนะ จากการยกทัพจับศึก เจ้าบ้านเจ้าเมืองสมัยโบราณ

  

วัดดงเจ้าปู่มเหศักดิ์

วัดดงเจ้าปู่มเหศักดิ์ 

            ตั้งอยู่บ้านร่องคำ หมู่ 5 ตำบลอาจสามารถ อำเภออาจสามารถ ระยะทางจากตัวอำเภอถึงวัด 6 กิโลเมตรเส้นทางเป็นทางลาดยางตลอดสาย เส้นทางสายอาจสามารถ-พนมไพร เข้าทางบ้านใหม่พัฒนา หมู่ 14 ตำบลอาจสามารถระยะทาง 1 กิโลเมตร ศาลเจ้าปู่มเหศักดิ์ เป็นโบราณสถานเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองของอำเภออาจสามารถ มีโบสถ์ซึ่งก่อตั้ง ตั้งแต่สมัยโบราณ หันหน้าไปทางทิศใต้ และมีแผ่นจารึกโบราณซึ่งเป็นที่สักการะของชาวอำเภออาจสามารถ และบุคคลทั่วไป

 

บึงเกลือ

บึงเกลือ 

           เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ในบึงน้ำมีน้ำขังตลอดปี ริมบึงมีหาดทรายขาวสะอาด กว้างขวาง วันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวเข้าท่องเที่ยวพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก

 

วัดกลางมิ่งเมือง

วัดกลางมิ่งเมือง 

            ตั้งอยู่บนเนินในเมือง เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างก่อนตั้งเมืองร้อยเอ็ด ส่วนอุโบสถสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย ในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา

 

กู่พระโกนา

กู่พระโกนา 

           เป็นปราสาทหินในศิลปะลพบุรีหรือศิลปะขอม เทียบอายุได้กับศิลปะเขมรสมัยบาปวนประมาณพุทธศตวรรษที่16 ร่วมสมัยกับกู่กาสิงห์ ลักษณะเป็นกลุ่มปราสาท3 หลัง ก่อด้วยอิฐ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกันเรียงกันในแนวทิศเหนือ – ใต้ ปราสาททั้ง3 ล้อมรอบด้วยกำแพงสี่เหลี่ยมก่อด้วยศิลาแลง มีซุ้มประตูทางเข้าอยู่ด้านหน้าและด้านหลัง ภายในกำแพงด้านข้างปราสาท มีอาคารสี่เหลี่ยมก่อด้วยศิลาแลงเรียกว่า “บรรณาลัย” ตั้งอยู่1 หลัง

 

การเดินทาง

 

รถยนต์
จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข1 ผ่านสระบุรี นครราชสีมา แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข23 ผ่าน มหาสารคาม จนถึงจังหวัดร้อยเอ็ด รวมระยะทาง512 กิโลเมตร

รถประจำทาง
มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-ร้อยเอ็ด ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร.1490 เว็บไซต์ www.transport.co.th
ปัจจุบันบริษัท ขนส่ง จำกัด ได้เปิดให้บริการจองตั๋วรถโดยสารออนไลน์แล้ว ติดต่อได้ที่www.thaiticketmajor.com นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่www.thairoute.com

รถไฟ
จากกรุงเทพฯ ไปลงที่จังหวัดขอนแก่น แล้วต่อรถยนต์โดยสารเข้าจังหวัดร้อยเอ็ด ใช้เวลาเดินทางประมาณ8 ชั่วโมง มีรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงไปขอนแก่นทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร.1690 เว็บไซต์ www.railway.co.th

เครื่องบิน
สายการบินโซล่าร์แอร์ให้บริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-ร้อยเอ็ด สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.0 2535 2455-6 เว็บไซต์www.solarair.co.th

เทศกาลและงานประเพณี

 งานประเพณีบุญข้าวจี่ของดีเมืองโพธิ์ชัย หรือบุญเดือนสาม

งานประเพณีบุญข้าวจี่ของดีเมืองโพธิ์ชัย
เป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นตาม ฮีตสิบสอง จารีตประเพณีโบราณของชาวอีสาน ซึ่งถือว่าการได้ทำบุญข้าวจี่แล้วจะได้บุญกุศลมากและเป็นกาละทานชนิดหนึ่ง ในงานได้จัดให้มีการประกวดธิดาปุณณทาสี และข้าวจี่ยักษ์อีกด้วย

งานประเพณีกินข้าวปุ้นบุญผะเหวด

งานประเพณีกินข้าวปุ้นบุญผะเหวด
เริ่มจัดในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ และจัดเป็นประจำทุกปี ประมาณต้นเดือนมีนาคม บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์และบึงพลาญชัย บุญผะเหวดหรือทางภาคกลางเรียกว่าบุญมหาชาติ นิยมจัดในช่วงเดือนสี่ เป็นงานบุญที่พระเทศน์มหาเวสสันดรชาดก เรียกการเทศน์นี้ว่า เทศน์มหาชาติ มีการแห่ขบวนผะเหวด ๑๓ ขบวน ตามกัณฑ์เทศน์มหาชาติ จากอำเภอและหน่วยงานต่าง ๆ บริเวณรอบบึงพลาญชัยด้านในจัดเป็นร้านข้าวปุ้น (ขนมจีน) ไว้คอยบริการฟรีสำหรับผู้มาร่วมงาน นอกจากนี้ยังจัดให้มีการประกวดศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน เช่น พานบายศรีสู่ขวัญ เป็นต้น

ประเพณีบุญบั้งไฟ

ประเพณีบุญบั้งไฟ
เป็นงานที่จัดตามอำเภอต่าง ๆ ภายในจังหวัด ประมาณเดือนมิถุนายน โดยแต่ละอำเภอจะมีขบวนแห่บั้งไฟซึ่งจัดอย่างสวยงาม แสดงถึงประเพณีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยเฉพาะที่อำเภอพนมไพร และอำเภอสุวรรณภูมิ จะมีขบวนแห่ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา