ชวนเที่ยว กาฬสินธุ์ กับ 3 ถิ่นสุดยอดแดนอีสาน

Home / นักเที่ยวเชี่ยวทาง, ภาคอีสาน / ชวนเที่ยว กาฬสินธุ์ กับ 3 ถิ่นสุดยอดแดนอีสาน

กาฬสินธุ์ เป็นถิ่นได้โนเสาร์ แต่คราวนี้ เราไม่ได้แวะไปพิพิธภัณฑ์ชมไดโนเสาร์ แต่เรามาเก็บบรรยากาศธรรมชาติ วิวทิวทัศน์ดีๆ ให้ชุ่มฉ่ำตา ชุ่มฉ่ำปอด เพราะในดินแดนอีสานแห่งนี้ มีอะไรน่าท่องเที่ยวกว่าที่คุณคิด

ชวนเที่ยว กาฬสินธุ์ กับ 3 ถิ่นสุดยอดแดนอีสาน

 

กาฬสินธุ์ภาพจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ที่รอยต่อระหว่าง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กับ อำเภอหนองกุงศรี และอำเภอยางตลาด มีเขื้อนกั้นลำน้ำแห่งหนึ่ง ที่แสนจะสวยคลาสิค เพราะเป็นลักษณะของเขื่อนดิน รูปทรงธรรมชาติ สวยงาม สูงขึ้นมาจากท้องน้ำ ราวๆ 30 เมตร เขื่อนที่ว่านั่นก็คือ “เขื่อนลำปาว”

การเดินทางไป ให้ใช้เส้นทางหมายเลข 209 ทางหลวงสายกาฬสินธุ์-มหาสารคาม ตรงหลักกิโลเมตรที่ 10 แยกขวามือเข้าเขื่อนลำปาวตามถนนลาดยาง 26 กิโลเมตรสันเขื่อนยาว 7.8 เมตร กว้าง 8 เมตร

เขื่อนลำปาวภาพจาก kruyuyi.blogspot.com

เขื่อนนี้มีมาตั้งแต่เมื่อ พ.ศ. 2511 เพื่อปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยาง และเพื่อบรรเทาอุทกภัยและเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้แก่ หาดดอกเกด ซึ่งเปรียบเสมือนสวรรค์ชายหาดของคนอีสาน

ใครจะเชื่อว่าอีสานก็มีชายหาด แม้จะไม่ใช่ทะเล แต่ก็เป็นหาดที่นี่เป็นแหล่งตากอากาศของชาวบ้านกาฬสินธุ์ได้ อารมณ์ก็เหมือนได้ไปเที่ยวชายทะเล หลายคนเวลามาก็จะมานั่งหามุมร่ม ๆ ปูเสื่อสั่งอาหารมาทานกันก็ได้ เสื่อบริการฟรี ถ้าสั่งอาหารกับเจ้าไหน เขาจะตามเอาเสื่อมาปูให้

หาดดอกเกดภาพจาก http://travelinkalasin.com

หาดดอกเกด อยู่บริเวณทะเลสาบตรงหัวเขื่อนติดกับ สนง.โครงการเขื่อน เป็นชายหาดกรวด ไม่ลึกชัน น้ำใสสะอาดในฤดูแล้งหาดจะกว้างใหญ่ขึ้น บรรยากาศที่นี่ดูไปก็คล้ายบางแสนก่อนที่จะปรับปรุงล่าสุด ที่นี่ในวันหยุดมีผู้คนไปพักผ่อนเล่นน้ำกันมาก มีทั้งร้านอาหารและเครื่องเล่นทางน้ำหลากชนิดบริการ และมีศาลาพักร้อนเถียงนาน้อย ซุ้มดอกเห็ด แวดล้อมไปด้วยสวนหย่อม ปลูกไม้ดอกไม้ ประดับสวยงาม ร่มรื่นดี

เหตุที่ได้ชื่อ “หาดดอกเกด” ก็เพราะมีต้น “การะเกด” ซึ่งเป็นไม้ พื้นเมืองปลูกปะปนอยู่กับต้นไม้อื่นเป็นกลุ่ม ๆ เมื่อเวลาออกดอกจะส่งกลิ่นหอมอบอวลชวนชื่นใจยิ่งนัก

ใครจะไปหาดดอกเกด ก็ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 209 (กาฬสินธุ์-มหาสารคาม) ตรงหลักกิโลเมตรที่ 10 เลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ 26 กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่งที่สามารถใช้ได้ คือ เส้นทางสายกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ แยกเลี้ยวซ้ายผ่านอุทยานสัตว์ป่าลำปาว โดยใช้ถนนบนสันเขื่อน หรือถนนแนวหลังสันเขื่อนได้อีกเส้นทางหนึ่ง

แหลมโนนวิเศษภาพจาก http://travelinkalasin.com

เที่ยวกันจนเกือบเย็นย่ำ ไม่รอดูพระอาทิตย์ลับของฟ้านั้นก็กะไรอยู่ แล้วที่กาฬสินธุ์นี่ ก็มีเป็นผืนดินที่ยื่นเข้าไปในบริเวณอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำปาว ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สุดแสนจะโรแมนติคไม่แพ้แหลมพรหมเทพเลยทีเดียว

ชาวบ้านเรียกที่ตรงนี้ว่า “แหลมโนนวิเศษ” พื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ที่สวยงาม มีลักษณะเป็นผืนดินยื่นเข้าไปในเขื่อนลำปาวน้ำก็ล้อมเข้ามาแล้วท่วมไม่ถึงเนินดินที่สูงขึ้นซึ่งมีลักษณะเป็นแหลม คำว่าโนน(ภาษาถิ่น)มาจากคำว่าเนิน เป็นลักษณะของดินที่สูง จึงเรียกแหลมโนนวิเศษ ต่อมาจึงเปลี่ยนมาเป็นแหลมโนนวิเศษเนื่องจากการกร่อนเสียงของภาษาจาก “พิเศษ” เป็น “วิเศษ” โดยมีความหมายใกล้เคียงกัน และวิเศษมีความหมายที่ดี ชาวบ้านจึงเรียก “แหลมโนนวิเศษ” มาจนถึงปัจจุบันนี้

แหลมโนนวิเศษภาพจาก nonburee.com

ทิวทัศน์โดยรอบสวยงามเหมาะที่จะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เหมาะที่จะพาสมาชิกในครอบครัวมาเที่ยวและมาปิกนิก ทุกช่วงเย็นในฤดูร้อนและฤดูหนาวจะมีผู้มาเที่ยวตากอากาศพักผ่อน เล่นน้ำ บ้างก็เล่นกีฬาทางน้ำ ตกปลา หาหอยน้ำจืดเพื่อมาบริโภค นับว่าเป็นทรัพยากรทางน้ำที่อุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์น้ำจืดนานาพันธ์

เมื่อมองมาทางทิศตะวันออกจากแหลมโนนวิเศษสามารถมองเห็นภูกุ้มข้าวและภูสิงห์ ถือเป็นที่ปิดท้ายความประทับใจของการมากาฬสินธุ์ครั้งนี้เลย

 

ที่มา : emaginfo.com , เรียบเรียงโดย : Travel MThai

ขออนุญาตใช้เนื้อหา