มหัศจรรย์ 5 สถานที่ในเนปาล ที่รอดพ้นจากภัยพิบัติ !!

Home / ท่องเที่ยวรอบโลก / มหัศจรรย์ 5 สถานที่ในเนปาล ที่รอดพ้นจากภัยพิบัติ !!

หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเนปาลเมื่อหลายวันที่ผ่านมา สื่อต่างๆได้นำเสนอภาพความเสียหายของโบราณสถานอันสำคัญตามประวัติศาสตร์กันอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าสถานที่ต่างๆจะมีอันเสียหายไปหลายแห่ง แต่ประเทศเนปาลที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งเหล่าทวยเทพก็ยังมีสถานที่อื่นๆที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งมนต์ขลังที่พลาดไม่ได้ ในวันนี้เราจะพาทุกท่านมาพบกับ 5 สถานที่ใน เนปาล ที่ไม่ว่าธรรมชาติหรือกาลเวลาก็ไม่สามารถทำลายความศรัทธาลงได้

มหัศจรรย์ 5 สถานที่ในเนปาล ที่รอดพ้นจากภัยพิบัติ !!

 

1. วัดนาธาโปลา Nyatapola Temple

ศาสนสถานลักษณะเหมือนหลังคาซ้อนกันระดับความสูง 5 ชั้น ไล่ระดับจากใหญ่ไปเล็ก บันไดทอดยาวสู่ด้านบนสุดซึ่งเป็นที่สถิตของเทวีลัทธิตันตระ แต่ละขั้นบันไดจะมีรูปปั้นหินคู่ขนาดใหญ่ตั้งขนาบข้างอยู่ ว่ากันว่าเหล่ารูปปั้นนั้นเปรียบเสมือนสิ่งอารักขาองค์เทวี ซึ่งรูปปั้นชั้นบนสุดจะมีพลังสูงกว่าชั้นล่างถึง 10 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งสิ่งที่น่าประหลาดใจมากที่สุดก็คือ ถึงแม้เนปาลจะประสบกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง แต่ศาสนสถานวัดนาธาโปลาที่มีความสูงกว่า 50 เมตรแห่งนี้ก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังอื่นๆ ทำให้ชาวเมืองยิ่งเกิดความศรัทธามากยิ่งขึ้นไปอีก

วัดนาธาโปลา Nyatapola Temple
ภาพประกอบจาก : http://ww.itimes.com/poll/the-view-of-nyatapola-your-pick/result

2. วัดปศุปฏินาถ Pashupatinath Temple

วัดฮินดูที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำพัคมาตี (Bagmati River) สร้างขึ้นในราชวงศ์มัลละเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ ลักษณะเป็นหลังคาที่ทำจากทองซ้อนกัน 2 ชั้น เป็นวัดที่อนุญาตให้เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาฮินดูเท่านั้น ถึงจะสามารถเข้าไปภายในวัดได้ เป็นอีกหนึ่งศาสนสถานที่ได้รับความเลื่อมใสจากชาวฮินดูเป็นอย่างมาก และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 หลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว แรงสั่นอันรุนแรงกลับไม่สามารถทำลายศาสนสถานแห่งนี้ลงได้ ปัจจุบันเหล่าผู้ประสบภัยชาวเนปาลส่วนหนึ่งจึงใช้วัดปศุปฏินาถเป็นสถานที่สำหรับหลบภัยชั่วคราว

Pashupatinath Temple
PHOTOGRAPH BY JAMES P. BLAIR, NATIONAL GEOGRAPHIC CREATIVE


3. กฤษณะ มัณฑีร์ Krishna Mandir

วิหารฐานสี่เหลี่ยมสร้างจากหินดำ ยอดด้านบนสุดเป็นทรงศิขรสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2180 มีความเก่าแก่มากกว่า 400 ปี กับสุดยอดงานสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากโมกุลของอินเดีย รวมถึงงานแกะสลักอันอ่อนช้อย ถือว่าเป็นศาสนสถานแห่งเดียวในเนปาลที่มีเจดีย์ 21 องค์ ที่ทำจากหินแกรนิตสีเทาทั้งหมด เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวเนปาล

กฤษณะ มัณฑีร์ Krishna Mandir
ภาพประกอบจาก : http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Krishna_temple_at_Patan_,_Nepal.jpg

 

4. วัดลุมพินี Lumbini Temple

ตั้งอยู่ในเขตประเทศเนปาล ติดชายแดนประเทศอินเดียทางเหนือ เป็นพุทธสังเวชนียสถาน 4 ตำบลเพียงแห่งเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเขตแดนของประเทศอินเดีย ได้รับการพัฒนาและฟื้นฟูจากชาวพุทธทั่วโลกในฐานะ “พุทธอุทยานทางประวัติศาสตร์” เป็น 1 ในพุทธสังเวชนียสถานสำคัญของชาวพุทธ เนื่องจากเป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ที่ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเวลาต่อมา

วัดลุมพินี Lumbini Temple
PHOTOGRAPH BY IRA BLOCK, NATIONAL GEOGRAPHIC CREATIVE

 

5. วัดตะเลชุ Taleju Temple

อีกหนึ่งสถานที่สำคัญในกาฐมาณฑุ เป็นอาคาร 3 ชั้นก่อสร้างด้วยอิฐ เป็นวัดประจำองค์พระมหากษัตริย์ หรือวังของกุมารี ตัวอาคารมีลายไม้แกะสลักเป็นเรื่องราวของฮินดูปกรฌัมที่มีอายุกว่า 250 ปี ที่เนปาลมีความเชื่อกันว่าเทวีตะเลชุ คือผู้ที่คอยปกปักรักษาองค์พระมหากษัตริย์และประเทศเนปาล โดยจะมีการสรรหาเทวีที่มีลักษณะของเทพตรงตามที่ตำนานเขียนไว้ เมื่อสามารถเลือกตัวแทนขององค์เทวีได้แล้วเด็กสาวคนนั้นต้องออกจากครอบครัวมาอาศัยอยู่กับผู้ดูแลภายในวังใหญ่ และครอบครัวก็จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากรัฐบาล

วัดตะเลชุ Taleju Temple
วัดตะเลชุ Taleju Temple

ทั้ง 5 นี้เป็นเพียงสถานที่ที่เรายกตัวอย่างขึ้นมาเท่านั้น ถึงจะเกิดภัยพิบัติอย่างรุนแรงแต่พลังศรัทธาในศาสนาของชาวเมืองก็ไม่ได้จางหายไปไหน ยังคงมีอีกหลายสถานที่ที่ยังหลงเหลือ เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และเสน่ห์อันน่าหลงใหลของประเทศเนปาลอย่างเต็มเปี่ยม ถึงแม้จะต้องใช้เวลาเพื่อฟื้นฟูทั้งภูมิประเทศและสภาพจิตใจของชาวเมืองอีกสักระยะ แต่เราเชื่อว่าอีกไม่นานประเทศเนปาลจะได้กลับมาเป็นเมืองมรดกโลกอันตระการตาอีกครั้งในเร็ววัน

… เพราะฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ …

 

หากท่านใดสนใจส่งใจช่วยเหลือชาวเนปาล สามารถบริจาคได้ผ่านทางช่องทางดังต่อไปนี้

ช่องทางบริจาคกับ Unicef ช่วยผู้ประสบภัย เนปาล

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : National Geographic
และข้อมูลจาก : นิตยสาร Honeymoon + Travel

นิตยสาร Honeymoon + Travel

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา