มนต์รัก เมืองน่าน… ปู่ย่าม่าน หวานอมตะ ที่ วัดภูมินทร์

เขียนเรื่องเที่ยว
มนต์รัก เมืองน่าน… ปู่ย่าม่าน หวานอมตะ จิตรกรรมกระซิบรัก ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุดทั้งด้านองค์ประกอบและอารมณ์

เวลาเราพูดถึงอนุสรณ์แห่งความรัก เราก็มักจะนึกไปถึงตำนานรักคลาสสิคแสนโรแมนติกของฝรั่งมังค่า เรานึกถึงเมืองเวโรนาในอิตาลีเมื่อคิดถึงโรมิโอและจูเลียต หรืออีกหลายๆ สถานที่ หลายๆ เมืองที่อยู่ไกลตัวเราออกไป จนเรามองข้ามหรือนึกไม่ถึงว่า ในเมืองไทยของเรานี่แหละ ที่ยังมีอนุสรณ์แห่งตำนานรักอมตะ ให้เราได้ตามไปชื่นชมแบบประทับใจไม่แพ้เมืองนอกเมืองนาแม้แต่น้อย แถมยังพูดได้เต็มปากอีกว่า เมืองนี้ทั้งเมือง อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรักที่แสนจะโรแมนติกเข้ากับเดือนแห่งความรักพอ ดิบพอดี จนพูดกันว่าในช่วงนี้ของทุกปีไม่มีมุมไหนของที่นี่ที่จะขาดแคลนคู่รัก

มนต์รัก เมืองน่าน… ปู่ย่าม่าน หวานอมตะ ที่ วัดภูมินทร์

มนต์รัก เมืองน่าน… ปู่ย่าม่าน หวานอมตะ

เราไปเยี่ยม เมืองน่าน เมืองที่ยังคงเอกลักษณ์พื้นบ้านแบบลานนาและวิถีชีวิตชาวพื้นเมืองที่เรียบ ง่ายและจริงใจแฝงเสน่ห์แบบไทยวนและไทลื้อ เช่นเดียวกับอากาศของเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ที่ยังคงเย็นสบาย เหมาะที่จะเดินปล่อยใจให้ชื่นชมกับความงามของสถาปัตยกรรมเก่าแก่และวิถี ชีวิตของผู้คนในด้านที่ไม่ปรุงแต่ง อีกทั้งเดือนนี้ยังเป็นเดือนแห่งความรักด้วยแล้ว เราจึงตั้งใจที่จะมาตามรอยความรักอันลือลั่นของภาพจิตรกรรมอันงดงาม และขึ้น ชื่อของที่นี่

แน่นอน…มาคราวนี้ เรามีภาพเขียนกระซิบรักของปู่ม่าน-ย่าม่าน เป็นจุดมุ่งหมาย

มนต์รัก เมืองน่าน… ปู่ย่าม่าน หวานอมตะ

ภาพจิตรกรรมกระซิบรักนี้ ปัจจุบันยังคงตั้งอยู่ที่ วัดภูมินทร์ ในตัวเมืองน่าน ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ภาพจิตรกรรมนี้ภาษาถิ่นเรียกว่า ฮูบแต้ม หรือรูปแต้ม โดยฝีมือของ หนานบัวผัน สล่าชาวไทลื้อในสมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อ พ.ศ.2410 ภาพเขียนในวัดส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวชาดกในพุทธศาสนา ประกอบกับวิถีชีวิตของคน เมืองในสมัยนั้น หนึ่งในนั้นคือภาพที่ตรึงตรามาแต่ช้านานอย่างภาพปู่ม่าน ย่าม่าน ซึ่งเป็นคำเรียกผู้ชายผู้หญิงชาวไทลื้อในสมัยโบราณกระซิบสนทนากัน จะเห็นได้ว่าสมัยนั้นผู้ชายนิยมสักหมึก ส่วนผู้หญิงก็แต่งกายไทลื้ออย่างเต็มยศ ภาพนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุดทั้งด้านองค์ประกอบและอารมณ์ ซึ่งสะท้อนความเป็นชาวไทลื้อได้อย่างไม่มีที่ติ อีกทั้งช่างวาดก็ยังมีมุมมองและแนวคิดที่ทันสมัย รู้จักนำสีสันมาใช้อย่างเช่นสีแดง ฟ้า ดำ น้ำตาลเข้ม วิธีลงฝีแปรงก็ยังคล้ายภาพวาดสมัยใหม่ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองน่านไปโดยปริยาย

เราเองก็เห็นตามนั้นว่าจริง เพราะถ้าว่ากันเฉพาะในตัวเมืองน่านแล้ว ภาพๆ นี้ สร้างอิทธิพลให้คนท้องถิ่นนำไปประยุกต์ออกแบบตกแต่งใหม่ให้เข้ากับสถานที่ สังเกตดูจากหลายๆ ร้านที่ออกแบบตกแต่งใหม่ในแนวเอาใจนักท่องเที่ยว เป็นวิธีส่งเสริมการตลาดของชาวเมืองน่านในยุคนี้ที่ใช้ต้อนรับแขกบ้านแขก เมืองให้ประทับใจเมื่อได้ไปเยือน

มนต์รัก เมืองน่าน… ปู่ย่าม่าน หวานอมตะ

ภาพกระซิบ รักปู่ม่าน-ย่าม่าน ยังมีบทบรรยายอันสละสลวยเป็นภาษาล้านนา ซึ่งต่อมาได้รับการแปลถ่ายทอดโดย อาจารย์สมเจตน์ วิมลเกษม ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอักษรล้านนา ถอดคำบรรยายภาพนี้ออกมาอย่างวิจิตรไพเราะดังนี้ว่า

“คำฮักน้อง กูปี้จักเอาไว้ในน้ำก็กลัวหนาว
จักเอาไว้พื้นอากาศกลางหาว ก็กลัวหมอกเหมยซอนดาวลงมาคะลุม
จักเอาไปใส่ในวังข่วงคุ้ม ก็กลัวเจ้าปะใส่แล้วลู่เอาไป
ก็เลยเอาไว้ในอกในใจตัวชายปี้นี้ จักหื้อมันไห้อะฮิอะฮี้
ยามปี้นอนสะดุ้งตื่นเววา…”

ส่วนคำแปลของภาพที่แปลออกมาเป็นภาษาไทย ก็จับจิตจับใจเช่นกันว่า

”ความรักของพี่จะเอาฝากไว้ในน้ำก็กลัวมันเหน็บหนาว
จะฝากไว้กับท้องฟ้า อากาศ กลางหาวก็กลัวเมฆหมอกมาขลุ้ม
จะเอาฝากไว้ในข่วง ในคุ้ม ก็กลัวเจ้ากลัวนายมาเจอะเจอแย่งรักของพี่ไป
ก็เลยเอาฝากไว้ในอกในใจขอตัวพี่ให้มันร่ำให้อะฮิ อะฮี้
ถึงน้องทุกยามสะดุ้งตื่นเววา”

มนต์รัก เมืองน่าน… ปู่ย่าม่าน หวานอมตะ

เสียงกระซิบรักของ ปู่ม่าน หากเราไปเยือนเมืองน่านในตอนนี้ ก็อาจจะได้ยิ่นมัคคุเทศก์คอยเจื้อยแจ้วถ่ายทอดให้ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ หลายคนอาจจะชอบกับเสน่ห์เรียบๆ แบบเก่า มากกว่าจะหักโหมไปกับการโปรโมทการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง แต่ถึงกระนั้น เมืองน่านในทุกวันนี้ ก็ยังคงเปี่ยมเสน่ห์แบบที่ว่า มาเมื่อไหร่ ก็ยังประทับใจไม่รู้ลืมกลับไปทุกที

ใน วัดภูมินทร์ ยังคงมีความงามของภาพจิตรกรรมให้เดินชมได้เรื่อยๆ ทั้งภาพวาดชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมืองน่านในสมัยร้อยกว่าปีที่ผ่านมา ที่สล่าช่างวาดยังคงใส่ฝีมือผสานจินตนาการปนความน่ารักของผู้คนไว้อย่างน่า สนใจ หรือหากจะเปลี่ยนไปชมอะไรที่เป็น “3D” หรือเรียกง่ายๆ บ้านๆ ก็คือสามมิติ ภายในบริเวณวัดก็ยังมีสถูปพระเจดีย์มาลัยโปรดโลก พร้อมรูปปั้นและฉากจำลองเมืองนรกเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้คนไม่คิดทำบาป ก็เป็นอีกหนึ่งสีสันงานศิลป์ที่ซุ่มซ่อนอยู่ภายในวัดเก่าแก่คู่เมืองน่าน แห่งนี้

หากมีเวลาเราจะไปต่อกันที่เมืองรอบนอก และหากจังหวะเป็นใจ เราอาจจะลองใช้เส้นทางจากชายแดนน่านเดินทางข้ามไปยังฝั่งสปป.ลาว เพื่อเก็บอีกบรรยากาศหนึ่งของการเดินทางไปเยี่ยมเมืองพี่เมืองน้องในเส้นทาง และบรรยากาศที่ต่างออกไปจากพรมแดนหนองคายที่คุ้นเคยกัน

แต่วันนี้เราขออิ่มเอมกับความรัก และพักหัวใจไว้กับความรักอันเป็นอมตะของปู่ม่าน-ย่าม่าน ก็นานๆ แม้จะไม่ใช่เดือนแห่งวาเลนไทน์ แม้ไม่มีตุ๊กตา ดอกไม้ แต่เราก็ดื่มด่ำไปกับความรักได้ไม่แพ้ใครเหมือนกัน

บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com

www.emaginfo.com


View Larger Map

เขียนเรื่องเที่ยว

นักเที่ยวเชี่ยวทาง

 
HotelSThailand.com

พูดคุย/วิจารณ์กันก่อนจ้าาา

*


  • Re (#63830) : มนต์รัก เมืองน่าน… ปู่ย่าม่าน หวานอมตะ ที่ วัดภูมินทร์

    ยังมีวัดหนองบัว ที่อ ท่าวังผา อีกนะครับ อยู่ในหมู่บ้านไทลื้อ วัดสายงามมากครับ

    โดยคุณ : Tao , เขียนเมื่อ 19 สิงหาคม 2013 เวลา 07:16, IP : 61.91.131.xxx
  • Re (#63610) : มนต์รัก เมืองน่าน… ปู่ย่าม่าน หวานอมตะ ที่ วัดภูมินทร์

    ชอบภาพนี้มากเลย เมื่อไปเที่ยวเมืองน่านมักแวะไปไว้พระ และไปดูทุกครั้ง แต่แปลกใจ ว่าทำไม เล็บมือผู้หญิง ที่ใหญ่ กว่าผู้ชาย แล้วทำไมผู้หญิง ไม่มีหน้าอก

    โดยคุณ : tayoshi , เขียนเมื่อ 15 สิงหาคม 2013 เวลา 00:10, IP : 49.0.102.xxx