10 วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ครั้งหนึ่งควรไปสักการะเพื่อเป็นมงคลชีวิต

Home / นักเที่ยวเชี่ยวทาง / 10 วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ครั้งหนึ่งควรไปสักการะเพื่อเป็นมงคลชีวิต
วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ไหว้พระ

เดิินทางไหว้พระรับพรที่วัดศักดิ์สิทธิ์ พร้อมศึกษาประวัติความเป็นมาของอาณาจักรที่หยั่งรากลึกมานานกว่าพันปี

10 วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
ที่ครั้งหนึ่งควรไปสักการะเพื่อเป็นมงคลชีวิต

10 วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ครั้งหนึ่งควรไปสักการะเพื่อเป็นมงคลชีวิต

ทางเว็บไซต์ Skyscanner นำเสนอวัดสำคัญ 10 แห่ง จากทั่วไทย ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองตั้งแต่สมัยโบราณกาล เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับใครหลายๆ คนที่ได้มีโอกาสไปเยือนในจังหวัดนั้น หรือกำลังวางแผนจะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์รับพรชีวิต จะมีที่ใดบ้าง ลองติดตามกัน…

 

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่

10 วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ครั้งหนึ่งควรไปสักการะเพื่อเป็นมงคลชีวิต

เป็นวัดคู่เมืองล้านนามาช้านาน ตั้งอยู่บนดอยสูงซึ่งเชื่อกันว่าแต่เดิมเป็นที่บำเพ็ญภาวนาของฤาษีสุเทวะ สร้างขึ้นในสมัยพญากือนา พ.ศ. 1929 เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ต่อมาใน พ.ศ. 2100 พระมหาญาณมงคลโพธิ์แห่งวัดอโศการาม เมืองลำพูน ได้สร้างบันไดนาคหลวงสู่พระธาตุเพื่อให้ประชาชนได้ขึ้นไปสักการะพระธาตุได้ ง่ายขึ้น และต่อมาในปี พ.ศ. 2477 ครูบาศรีวิชัย ได้ริเริ่มสร้างถนนขึ้นสู่ดอยสุเทพ ในบริเวณทางขึ้นจะมีอนุสาวรีย์ของครูบาศรีวิชัยอยู่ด้วย นอกจากนี้ภายในเขตวัดก็ยังมีงานพุทธประติมากรรม ศิลปกรรมอื่นๆ อีก เช่น ฉัตร 4 มุม สัตติบัญชร (รั้วหอก) หอยอ หอท้าวโลกบาล ไหดอกบัว อนุสาวรีย์ฤาษีสุเทวะ และบันไดนาคเป็นต้น

สถานที่ตั้ง ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

 

วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดอยุธยา

10 วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ครั้งหนึ่งควรไปสักการะเพื่อเป็นมงคลชีวิต

วัดนี้ถูกสร้างขึ้นก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา แต่ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าใครเป็นผู้สร้าง แต่ตามพงศาวดารเหนือกล่าวว่าพระเจ้าสายน้ำผึ้งเป็นผู้สร้าง ณ บริเวณที่พระราชทานเพลิงศพของพระนางสร้อยดอกหมาก และทรงได้พระราชทานนามว่า “วัดพระนางเชิง” ในพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ที่สุดของอยุธยา ซึ่งคาดว่าได้มีการสร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. 1867 ชื่อว่า “พระพุทธเจ้าพนัญเชิง” หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนาม “หลวงพ่อโต” ในรัชสมัยของ ร.4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีการบูรณะวัดและหลวงพ่อโตครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2497 และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก” ชาวไทยจีนนิยมเรียกกันว่า “หลวงพ่อซำปอกง” งานศิลปกรรมภายในวัดมีทั้งศิลปะสมัยสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ มีตึกสถาปัตยกรรมแบบจีน “ตำหนักเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก” และมีรูปปั้นของพระองค์ในเครื่องแต่งกายแบบจีนประดิษฐานอยู่ด้วย

สถานที่ตั้ง ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอยุธยา

 

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร “วัดมหาธาตุ”
“วัดมหาธาตุเชลียง” จังหวัดสุโขทัย

10 วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ครั้งหนึ่งควรไปสักการะเพื่อเป็นมงคลชีวิต

เป็นวัดหลวงโบราณขนาดใหญ่ที่สำคัญของสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มีโบราณสถานสำคัญอยู่ภายในอาณาเขตวัด เช่น พระมหาธาตุเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ มณฑปพระอัฏฐารศประดิษฐานพระอัฏฐารศ พระพุทธรูปศิลปะลังกาสูง 19 ศอก วิหารหลวงก่อด้วยศิลาแลงที่เคยประดิษฐานพระศรีสากยมุนีพระพุทธรูปสำริดขนาด ใหญ่ ซึ่งสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระธรรมราชาลิไทในปี พ.ศ. 1905 และต่อมาได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วิหารหลวงวัดสุทัศน์เทพวราราม กรุงเทพฯ ในสมัยรัชกาลที่ 1 และเจดีย์ 5 ยอดที่เชื่อกันว่าบรรจุพระบรมอัฐิของพระธรรมราชาลิไท

สถานที่ตั้ง ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

 

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) จังหวัดกรุงเทพฯ

10 วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ครั้งหนึ่งควรไปสักการะเพื่อเป็นมงคลชีวิต

เป็นวัดที่รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพระอารามหลวงตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอกของพระบรมมหาราชวัง และเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา แต่ใช้เพื่อประกอบพิธีกรรมต่างๆ ของบ้านเมือง เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร “พระแก้วมรกต” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของ นอกจากนี้ก็ยังมีพระพุทธรูปและงานศิลปกรรมแขนงต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมาก เช่น พระมณฑป พระศรีรัตนเจดีย์ ปราสาทพระเทพบิดร หอพระมณเฑียรธรรม วิหารยอดหอพระนาก ศาลาราย พระอัษฎามหาเจดีย์ (พระปรางค์ 8 องค์) หอพระคันธารราษฎร์ มณฑปยอดปรางค์ หอระฆัง เจดีย์ทอง 2 องค์ นครวัดจำลอง งานจิตรกรรมฝาผนังรอบพระระเบียงคดเรื่องรามเกียรติ์อันสวยงามและมีความยาว ที่สุดในโลก และรูปปั้นยักษ์ทวารบาลเฝ้าประตู เป็นต้น

สถานที่ตั้ง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพฯ

 

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) จังหวัดกรุงเทพฯ

10 วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ครั้งหนึ่งควรไปสักการะเพื่อเป็นมงคลชีวิต

วัดประจำรัชกาลที่ 1 และยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิของพระองค์ภายใต้พระประธานในพระอุโบสถ “พระพุทธเทวปฏิมากร” อีก ด้วย โดยวัดแห่งนี้แต่เดิมเป็นวัดเก่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และถูกยกฐานะเป็นพระอารามหลวงในสมัยกรุงธนุรี เดิมชื่อวัดโพธารามหรือวัดโพธิ์ ตั้งขนาบพระบรมมหาราชวัง แต่ด้วยความทรุดโทรมของวัดเมื่อเปลี่ยนราชวงศ์ รัชกาลที่ 1 จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดขึ้นมาใหม่ และพระราชทานนามว่าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส และรัชกาลที่ 4 ได้ทรงปรับนามเป็นวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดแห่งนี้มีพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ที่มีความยาวถึง 46 เมตร และสิ่งน่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น รูปปั้นฤาษีดัดตน พระมหาสถูป พระเจดีย์ วิหารสี่ทิศ และยักษ์วัดโพธิ์ เป็นต้น

สถานที่ตั้ง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพฯ

 

วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม

10 วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ครั้งหนึ่งควรไปสักการะเพื่อเป็นมงคลชีวิต

ตามตำนานกล่าวไว้ว่าองค์พระธาตุเดิมมีอายุกว่า 2300 ปี สร้างขึ้นโดยพระมหากัสสปะ พระอรหันต์ 500 องค์ และเจ้าพระยามหานครต่างๆ เพื่อประดิษฐานพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) และทรัพย์สมบัติมีค่ามากมาย เมื่อพ.ศ. 2518 องค์พระธาตุได้ล้มทลายลงมาจึงได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ครอบองค์เดิม ไว้ ในบริเวณวัดแห่งนี้มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกนำไปใช้ในพระราชพิธีราชาภิเษก ของทุกรัชกาล และจะมีงานสมโภชพระธาตุจัดขึ้นทุกปีในวันเพ็ญเดือน 3 วัดพระธาตุแห่งนี้เป็นที่เคารพทั้งในหมู่พุทธศาสนิกชนชาวไทยและชาวลาว

สถานที่ตั้ง ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

 

วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร จังหวัดสกลนคร

10 วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ครั้งหนึ่งควรไปสักการะเพื่อเป็นมงคลชีวิต

ตามตำนานเล่าว่าพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ได้เสด็จมาประทับรอยพระบาทที่วัดแห่งนี้ นอกจากนี้ยังพบหลักฐานแท่นบูชาขอมโบราณ และศิลาจารึกอักษรขอมในราวศตวรรษที่ 15- 16 ในผนังทางเข้าอุโมงค์พระธาตุ องค์พระธาตุในปัจจุบันเป็นศิลปะล้านช้างจากการที่ได้รับการบูรณะในราวศตวรรษ ที่ 19 ภายในพระวิหารวัดเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระองค์แสน พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน พระคู่เมืองสกลนคร นอกจากนี้ภายในวัดยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีมาพร้อมพระธาตุ ในอดีตมีการนำน้ำจากที่นี่ไปประกอบพิธีกรรมสำคัญๆ ของเมือง มีพระอุโบสถที่มีจิตรกรรมอันวิจิตร และหอกลองหรือหอระฆังที่สร้างโดยชาวเวียดนามเพื่อถวายองค์พระธาตุเชิงชุม

สถานที่ตั้ง ริมหนองหาน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

 

วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จังหวัดสุพรรณบุรี

10 วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ครั้งหนึ่งควรไปสักการะเพื่อเป็นมงคลชีวิต

หรือรู้จักกันในนามสั้นๆ ว่า “วัดป่า” มีอายุเก่าแก่กว่า 1200 ปี เป็นวัดที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพสูงสุดของชาวสุพรรณบุรี ประดิษฐานพระพุทธรูปปางเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิขนาดใหญ่ เป็นที่รู้จักกันในนามหลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปคู่เมืองของสุพรรณบุรี ซึ่งภายในองค์พระยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ 36 องค์ ภายในเขตวัดยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น บ้านขุนช้าง อนุสาวรีย์ขุนแผน อนุสาวรีย์ขุนช้าง อนุสาวรีย์นางพิมพิลาไลย และงานจิตรกรรมฝาผนังเรื่องขุนช้าง-ขุนแผนที่บริเวณรอบวิหาร

สถานที่ตั้ง ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

 

วัดไชยธาราราม “วัดฉลอง” จังหวัดภูเก็ต

10 วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ครั้งหนึ่งควรไปสักการะเพื่อเป็นมงคลชีวิต

สร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองและเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในภูเก็ต วัดแห่งนี้เป็นที่ศรัทธาของชาวเมืองที่ศรัทธาในตัวหลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อช่วง และหลวงพ่อเกลื้อมที่เลื่องลือเรื่องการปรุงยาสมุนไพรรักษาโรคร้ายต่างๆ นอกจากนี้หลวงพ่อแช่มยังได้ช่วยเหลือชาวภูเก็ตต่อสู้กับกบฏอั้งยี่ในปี พ.ศ. 2419 จนเป็นความเชื่อกันมาถึงปัจจุบันว่าหากได้ไปนมัสการหุ่นขึ้ผึ้งจำลองของหลวง พ่อทั้งสามที่วัดฉลองแล้วจะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอย่างมาก ภายในวัดมีโบราณสถานและงานศิลปกรรมสำคัญมากมาย เช่น พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมีประกาศประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุอายุกว่า 2200 ปีที่อัญเชิญมาจากศรีลังกา ภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า กุฏิจำลองของหลวงพ่อ รูปหล่อยักษ์ “นนทรีย์” และตา “ขี้เหล็ก” เฝ้าพระประธาน “ท่านเจ้าวัด” ในวิหารเก่าแก่

สถานที่ตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

 

วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรมหาวิหาร จังหวัดสุราษฏร์ธานี

10 วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ครั้งหนึ่งควรไปสักการะเพื่อเป็นมงคลชีวิต

มีองค์พระเจดีย์โบราณของลัทธิมหายานที่สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย รุ่งเรืองราวศตวรรษที่ 13-14 ถือเป็นสถาปัตยกรรมศรีวิชัยองค์เดียวที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ภายในวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ อีก เช่น พระพุทธรูปเก่าแก่ทำด้วยศิลาแลงปางสมาธิและพระพุทธรูปเก่าแก่ต่างๆ ในระเบียงคดรายรอบองค์พระธาตุ และพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร เป็นต้น

สถานที่ตั้ง ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก skyscanner.co.th

ขออนุญาตใช้เนื้อหา