ที่เที่ยว อุตรดิตถ์ เที่ยวลับแล เที่ยวอุตรดิตถ์ เมืองลับแล

ทริปเที่ยวแหลก ตัวแตก ที่ อุตรดิตถ์ เมืองแห่งเขา ตำนาน และทุเรียน

Home / ข้อมูล 77 จังหวัด / ทริปเที่ยวแหลก ตัวแตก ที่ อุตรดิตถ์ เมืองแห่งเขา ตำนาน และทุเรียน

อุตรดิตถ์ อาจไม่ใช่ Destination ในฝันของใครหลายคน มักเป็นเพียงเส้นทางผ่านไปเที่ยวจังหวัดอื่นทางภาคเหนือ อย่างน่าน หรือเชียงใหม่ แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน Travel.Mthai  ได้มีโอกาสไปเที่ยวอุตรดิตถ์มาค่ะ อยากบอกเพื่อนๆ ว่า มาเถอะ!! ที่นี่เป็นเมืองเงียบสงบในหุบเขา มีสถานที่ท่องเที่ยวครบครันมากๆ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ วัด พิพิธภัณฑ์ อาหารและขนมพื้นบ้าน แถมผู้คนยังน่ารัก ใจดี มีความเป็นกันเอง … ไม่ยืดเยื้อดีกว่า ตามเราไปดู ทำไมทริปนี้ถึงได้เที่ยวแหลก และตัวแตก กันนะ!?

ทริปเที่ยวแหลก ตัวแตก ที่ อุตรดิตถ์
เมืองแห่งเขา ตำนาน และทุเรียน

1. อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก

เดินทางถึงถิ่น เอาฤกษ์เอาชัยด้วยการไหว้สักการะ อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ที่ตั้งเด่นสง่าอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์กันก่อน ซึ่งอนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติในความความกล้าหาญ รักชาติ และความเสียสละ แก่พระยาพิชัยนั่นเองค่ะ

บริเวณพื้นที่เดียวกัน ยังมี พิพิธภัณฑ์ดาบเหล็กน้ำพี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในใจแอบคิดว่าจะใหญ่แค่ไหน พอเห็นของจริงเท่านั้นแหละ โอโห มันใหญ่มากกกจริงๆ ตัวดาบทำมาจากเหล็กน้ำพี้ทั้งเล่ม ส่วนฝักดาบทำด้วยไม้ประดู่ ฝังลวดลายมุกหุ้มปลอกเงินสลักลาย ซึ่งกว่าที่ดาบเล่มนี้จะมาตั้งอยู่ตรงนี้ได้ ใช้เวลาดำเนินการทั้งสิ้น 6 เดือนเลยนะคะ และนอกจากดาบเหล็กน้ำพี้ เขายังจัดแสดงเครื่องรางของขลังที่ทำจากเหล็กน้ำพี้ด้วย

มีความเชื่อกันว่า เหล็กน้ำพี้ เป็นโลหะมหัศจรรย์อานุภาพ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ ทหารสมัยก่อนและพระมหากษัตริย์ จึงนิยมนำไปใช้เพื่อการศึกสงคราม รวมถึงพระยาพิชัยก็ใช้ดาบนี้ปราบศัตรูจนชนะมาหลายครั้งแล้ว

ถัดมาอีกหน่อย อยู่ข้างๆ กัน จะพบ พิพิธภัณฑ์พระยาพิชัยดาบหัก สถานที่เก็บรวบรวมประวิติของพระยาพิชัยดาบหัก ชมแบบจำลองสนามรบ โมเดลวิถีชีวิตชาวอุตรดิตถ์ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณที่หาดูได้ยาก

ที่ตั้ง : หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์

********************************************************************

2. วัดท่าถนน

วัดท่าถนน หรือวัดวังเตาม่อเดิม เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปศักดิสิทธิ์คู่บ้านคู่บ้านคู่เมือง มีเรื่องเล่าว่า ขณะที่หลวงพ่อด้วงเจ้าอาวาสวัดหมอนไม้ เดินทางกลับจากรับนิมนต์ที่วัดสว่างอารมณ์  เมื่อผ่านวัดสะแกที่เป็นวัดร้าง ได้พบเนินดินเป็นจอมปลวกขนาดใหญ่มีเกศพระพุทธรูปโผล่ขึ้นมา เมื่อขุดดูพบว่าเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ มีลักษณะงดงามมาก จึงนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดท่าถนน และเนื่องจากเป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิเพชร จึงเรียกว่าหลวงพ่อเพชร

ด้านหลังวัดท่าถนน เมื่อข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง จะเป็นลานอเนกประสงค์กว้างๆ อยู่ติดกับแม่น้ำน่าน จะมีอนุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และ พลับพลาจำลอง ซึ่งครั้งหนึ่งท่านเคยเสด็จมาตั้งพลับพลา ณ จุดนี้ค่ะ  ทางจังหวัดจึงสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึก บรรยากาศดี ร่มรื่น มีเก้าอี้ให้นั่งริมน้ำรับลมเย็นๆ

พลับพลาจำลอง

ที่ตั้ง : ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์

********************************************************************

3. จวนผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์

จวนผู้ว่าเก่า ลักษณะเป็นอาคารไม้สองชั้น ใต้ถุนยกสูง รูปทรงปั้นหยา ทาสีเขียวอ่อน หลังคามุงกระเบื้องลูกฟูก มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี แต่ว่าตอนนี้ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมนะคะ จะเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 22 สิงหาคม 61 ปีนี้ ถ้ามาเที่ยวชมตอนเย็น ที่จวนผู้ว่า เขาจะเปิดแสงไฟสีส้มสลัวๆ สวยงามคนละฟิลกับตอนกลางวัน สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความคลาสิคที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายยุคสมัย

ที่ตั้ง : ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ********************************************************************

4. ศูนย์บันดาลไทยจังหวัดอุตรดิตถ์

ศูนย์บันดาลไทยแห่งนี้มีอายุกว่า 100 ปี เป็นสถานที่รวบรวมผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย ของดี ของเด่น ในแต่ละชุมชน โดยเฉพาะผ้าทอไทยโบราณ ผ้าทอพื้นเมือง และยังมีเครื่องถ้วยเบญจรงค์ นำมาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้ให้คนในชุมชน

ด้านสถาปัตยกรรม เป็นแบบ Arch ของโรมัน ผสมผสานกับการฉลุลวดลายไม้แบบไทย  โดยได้แนวคิดมาจากรูปแบบของอาคารพระที่นั่งวิมานเมฆ

********************************************************************

5. บ้านขนมเทียนเสวย ชิดดวง กนกมณี

แวะชิมขนมเทียนเสวย ของดี ขึ้นชื่อ และเป็นเจ้าแรกในจังหวัดอุตรดิตถ์ ขนมเทียนที่นี่แปลกกว่าขนมเทียนทั่วไป โดยการนำเนื้อแป้งไปคุกเคล้ากับงาขาว ห่อด้วยใบตอง แล้วนำไปอบควันเทียน จะได้กลิ่นความหอมของควันเทียนและใบตองด้วย ><

นี่คือหน้าตาของขนมเทียนเสวย เหตุที่เรียกชื่อนี้ก็เพราะลักษณะการห่อเขาจะห่อให้สวยงามเหมือนลำเทียนนั่นเองค่ะ เนื้อแป้งนุ่ม รสชาติหวานกำลังดี มีงาให้เคี้ยวกรุบๆ เพลินๆ

คอนเฟิร์มว่าอร่อยจริง เราซื้อกล่องเล็กมา 1 กล่อง มี 16 ชิ้น ราคา 50 บาท สำหรับกล่องขนาดกลาง มี 26 ชิ้น ราคา 80 บาท และกล่องใหญ่  36 ชิ้นราคา 100 บาท

บ้านขนมเทียนเสวย ชิดดวง กนกมณี เปิดขายทุกวัน เวลา 07.00-21.-00 ต้องการรับขนมนอกเวลา โทร 083-685-0368, 081-924-0934

ที่ตั้ง : ด้านหลังโรงแรมสีหราช ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์

********************************************************************

จุดหมายต่อไป เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จัก เมืองลับแล หรือ อำเภอลับแล เมืองแห่งสัจจะวาจา “ห้ามพูดโกหก” ด้วยมีเรื่องเล่าว่า มีชายหนุ่มจากเมืองทุ่งยั้ง มาตกหลุมรักกับหญิงสาวชาวลับแล อยู่กินกันจนมีลูก 1 คน วันหนึ่งภรรยาไม่อยู่บ้าน ชายหนุ่มผู้เป็นพ่อ เมื่อเห็นลูกร้องไห้ไม่หยุด จึงปลอบว่า “แม่มาแล้วๆ” แม่ยายได้ยินเข้า ก็โกรธลูกเขยมากที่พูดเท็จ จึงขับไล่ออกจากเมืองตามกฏ ฝ่ายภรรยาพอทราบเรื่อง ก็เสียใจที่สามีไม่รักษาวาจาสัตย์ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ นางเลยจัดย่ามใส่เสบียงอาหารและของใช้ที่จำเป็นให้สามี แล้วกำชับว่าห้ามเปิดดูจนกว่าจะออกจากเมืองลับแล ชายหนุ่มรับปาก และเดินทางกลับบ้านตามที่ภรรยาชี้ทางให้

แต่ระหว่างทางที่เดินกลับนั้น เขามีความรู้สึกว่าถุงย่ามที่ถือมาหนักขึ้นเรื่อยๆ และหนทางก็ยังอีกไกล จึงแอบเปิดถุงย่ามออกดู เห็นเป็นแง่งขมิ้นหลายอัน จึงหยิบทิ้งไปตามทางจนเหลืออยู่เพียงอันเดียว เมื่อกลับถึงบ้านเขาหยิบแง่งขมิ้นที่เหลือออกมา ปรากฏว่าแง่งขมิ้นนั้นได้กลายเป็นทองแท่ง ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจและเสียดาย พยายามออกไปหาขมิ้นที่ทิ้งไว้ แต่ขมิ้นเหล่านั้นได้งอกเป็นต้นไปหมดแล้ว ทั้งยังหาทางกลับเข้าเมืองลับแลไม่ได้อีกด้วย

ลับแล นอกจากจะเป็นเมืองที่ห้ามพูดโกหกแล้ว ยังเป็นเมืองของ ภูเขากินได้ เพราะภูมิทัศน์ที่โอบล้อมด้วยภูเขาสูง มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะขึ้นไปปลูกผลไม้บนภูเขา พร้อมปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ สมกับเป็นเมืองแห่งภูเขากินได้จริงๆ

6. วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง

ทันที่เข้ามาเมืองลับแล เราดิ่งตรงมาที่ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง สิ่งที่สะดุดตาอย่างแรกเลยก็คือ วิหารด้านหน้า ที่มีหลังคาสีน้ำเงินสวยงาม ซ้อนกันสามชั้น สไตล์ล้านนา ด้านในมี หลวงพ่อประธานเฒ่า เป็นพระประธาน และมีจิตรกรรมฝาผนังที่วาดอย่างวิจิตรบรรจง

ถัดไปด้านหลังวัดเป็น พระบรมธาตุทุ่งยั้ง ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นเจดีย์เก่าแก่แบบลังกาทรงกลม ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม 3 ชั้น ฐานล่างมีเจดีย์องค์เล็กๆ เป็นบริวารอยู่ 4 มุม

เดินออกมาด้านข้างกำแพงวัด จะเห็นพระพุทธรูปปางปรินิพพาน มีเหล่าสาวกที่มาชุมนุมกันในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานนั่งอยู่ล้อมรอบ

ที่ตั้ง : ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

********************************************************************

7. วัดพระแท่นศิลาอาสน์

วัดพระแท่นศิลาอาสน์ ที่ประดิษฐานพระแท่นศิลาอาสน์ เป็นปูชยวัตถุที่สำคัญคู่จังหวัดอุตรดิตถ์ มีลักษณะเป็นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยประดับกลีบดอกบัวรอบฐานของพระแท่น มีพระมณฑปครอบทับทั้งสี่ด้าน

ความจริงแล้วถ้าเราเดินวนอยู่รอบนอกฐาน เราจะมองไม่เห็นพระแท่นเลยด้วยซ้ำ หากไม่ชะโงกหน้าลงไปดูในบ่อใกล้ๆ ก็ให้สังเกตกระจกบนเพดานมณฑป จะสะท้อนให้เรามองเห็นพระแท่นที่อยู่ด้านล่างได้ค่ะ

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ พระพุทธรูปเสี่ยงทาย มีทั้งหมด 5 องค์ด้วยกัน แต่ละองค์จะมีความหมายต่างๆ ได้แก่ โรคภัย การงาน คู่ครอง โชคลาภ และวาสนา อยากขอพรเรื่องอะไร ก็ให้ใช้สองมือยกพระพุทธรูปองค์นั้น  ถ้ารู้สึกว่าพระพุทธรูปเบาจนยกขึ้นเหนือศรีษะได้ แสดงว่าเราจะสมหวังในคำอธิษฐาน

เสร็จจากจุดนี้ เราจะพาไปลุยถนนของกินกันแบบ Local กัน ทั้งร้านของทอดเจ้นีย์ หมี่พันป้าหว่าง และข้าวพันผักอินดี้เลื่องชื่อ บอกเลยว่าเด็ดทุกร้าน เตรียมท้องไว้ให้พร้อมล่ะ!

ที่ตั้ง : ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

********************************************************************

8. ร้านเจ้นีย์ของทอดลับแล

ร้านนี้เปิดขายมานานกว่า 3o ปีแล้ว มีสารพัดเมนูของทอด ที่คนรักสุขภาพเห็นแล้วอาจลำบากใจนิดนึง 555+ ทั้งกุ้งทอด ผักทอด เต้าหู้ทอด เปาะเปี๊ยะทอด ขนมปังหน้าหมูทอด แต่ๆๆ จะถือว่าผิดถ้าไม่ได้กินเมนูท็อปฮิตของร้าน คือ กระบองทอด หรือ หน่อไม้ทอดยัดไส้หมูสับ  ราคาเพียงชิ้นละ 10 บาทเท่านั้นเอง เคล็ดลับความอร่อยนอกจากตัวหน่อไม้แล้ว ยังอยู่ที่น้ำจิ้มถั่ว สูตรพิเศษ มีรสเปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆ ลำขนาดค่า

เจ้นีย์ของทอดลับแล เปิดขายทุกวัน เวลา 8.00-17.00 น.

ที่ตั้ง :  ตำบลศรีพนมมาศ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

********************************************************************

9. ป้าหว่างหมี่พันลับแล

“หมี่พัน” เป็นอาหารพื้นเมืองดั้งเดิมของคนลับแล จะเอาเส้นหมี่ไปปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล มะนาว พริกป่น อาจโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว แคปหมู หรือกากหมู แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปวางบนแผ่นข้าวแคบ และม้วนๆ เหมือนโรตีสายไหม การห่อแบบนี้ยังช่วยถนอมอาหารด้วยนะคะ เป็นภูมิปัญญาของคนลับแล

สำหรับคนที่ไม่รู้จักข้าวแคบ ข้าวแคบเป็นอาหารว่างอย่างหนึ่ง โดยการนำเอาแผ่นแป้งไปตากแดด  และเอาไปทำให้สุกโดยปิ้งหรือทอด อาจโรยงาเพิ่มความหอมอร่อย

ร้านป้าหว่างหมี่พัน เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์

ที่ตั้ง : ตำบลศรีพนมมาศ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

********************************************************************

10. ข้าวพันผักอินดี้

ร้านข้าวพันผักอินดี้ หรือร้านข้าวพันผักป้าตอ เมื่อมาลับแลแล้วจะพลาดร้านนี้ไม่ได้ สำหรับนักท่องเที่ยวและนักชิม เพราะข้าวพันผักอินดี้นั้นจะมีเมนูที่หลากหลาย ไม่ซ้ำกัน พ่อค้าจะคิดสูตรข้าวพันผักใหม่ๆ ขึ้นมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นข้าวพันผักห่อไข่ ข้าวพันผักเนื้อเปื่อย ข้าวพันผักหมูแดง ข้าวพันผักเย็นตาโฟ ไข่ม้วนเย็นตาโฟ

ข้าวพันผักเย็นตาโฟ

วันนี้เราสั่งข้าวพันผักเย็นตาโฟค่ะ เป็นเย็นตาโฟแห้ง ใช้ข้าวพันผักแทนเส้น ส่วนตัวว่าเหมือนก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ แต่ได้รสชาติจี๊ดจ๊าด อร่อยกลมกล่อมแบบไม่ต้องปรุง

ตัวร้านจะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ตกแต่งด้วยของสะสม ของเก่า และสวนเล็กๆ ประดับหน้าร้าน ช่างอินดี้สมชื่อจริงๆ

ที่ตั้ง : ถนนราษฎร์อุทิศ อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 
เวลาเปิดปิด : 
เปิดทุกวัน ยกเว้นวันศุกร์ วลา 09.30 – 16.30 น.

********************************************************************

11. บ้านบนดอย

สวนทุเรียนหลง-หลิน ลับแล และไอศกรีมทุเรียน

เราไปทานไอศกรีมทุเรียนกันต่อที่ บ้านบนดอย แค่ได้ชิมคำแรกก็ร้อง โห แล้ว ไม่คิดว่าทุเรียนกับไอศกรีมจะเข้ากั๊นเข้ากัน เนื้อไอศกรีมละมุนลิ้นมาก หอม หวาน อร่อย ส่วนใครไม่ชอบทุเรียนเขาก็มีไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอมด้วยนะ หรือถ้าไม่ได้ตั้งใจมากิน ก็เลือกช้อปปิ้งของฝากอย่าง ทุเรียนทอด ทุเรียนกวน รวมถึงของที่ระลึกอย่างอื่นอีกเยอะแยะ จำพวกเสื้อผ้าฝ้าย ผ้าซิ่นลับแล ถุงผ้าจากฝีมือหัตถกรรมของคนในชุมชน

เห็นทุเรียนมั้ย อยู่ไกลลิบๆ

นอกจากนี้ เรายังสามารถเดินชมสวนผลไม้ ทั้งทุเรียนหลิน-หลงลับแล ทุเรียนหมอนทอง  มังคุด ลางสาด ลองกอง ฯลฯ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับฤดูกาลด้วยนะคะ

ที่ตั้ง : ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

********************************************************************

12. ตลาดผลไม้หัวดง

ภารกิจการกินวันนี้ยังไม่จบค่ะ! เพราะเรายังไม่ได้กินผลไม้เลื่องชื่อของเมืองลับแลกันเลย เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง ทุเรียนหลง-หลิน ลับแลนั่นเอง  แค่เดินข้ามถนนจากบ้านบนดอยมาก็เจอแล้ว ตลาดผลไม้หัวดง เป็นตลาดผลไม้ขายส่งและปลีกที่ใหญ่ที่สุดในอุตรดิตถ์

ก้าวแรกที่ข้ามถนนมาถึง … อื้อหือออ กลิ่นทุเรียนปะทะจมูกเข้าอย่างจัง เพราะช่วงที่เราไปตรงกับหน้าทุเรียนพอดีค่ะ (มิ.ย.-ก.ค.) มีหลายร้านให้เลือกซื้อจนตาลาย เดินไปเดินมา มาหยุดอยู่ที่ร้านแม่ลูกหมี ที่ได้รับการการันตีจากหลายคนว่าทุเรียนหลง-หลินลับแล ของร้านนี้ อร่อยจริง! แถมแม่ค้ายังใจดี ปอกเปือกทุเรียน และยื่นให้กินกันสดๆ ตรงนั้นเลย รสชาติหวานแหลม เนื้อแน่น กลินก็ไม่ฉุน และถ้าใคติดใจจนอยากซื้ออยากกลับบ้าน ทางร้านแม่ลูกหมีก็มีบริการส่ง ems ฟรีทั่วประเทศด้วยน้า นอกจากทุกเรียนลง-หลินแล้ว ตลาดแห่งนี้ยังมี ทุเรียนพื้นบ้าน ทุเรียนหมอนทอง ลองกอง ลางสาด และผลไม้ตามฤดูกาลนานาชนิด รวมถึงขนมทานเล่นอย่างทุเรียนทอด ทุเรียนกวนอีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

********************************************************************

13. วัดท้องลับแล

ภายในอุโบสถของวัดท้องลับแล มีปรากฏการณ์แปลกอย่างหนึ่ง นั่นคือ ภาพสะท้อนกลับหัว โดยพระสมชาย เป็นพระรูปแรกที่พบภาพหัวกลับขณะเข้าไปทำวัตรภายในโบสถ์ ที่ปิดทั้งประตูและหน้าต่าง แต่บานหน้าต่างยังเหลือช่องเล็กๆ พอให้แสงลอดเข้ามา ทำให้เกิดเป็นภาพสะท้อนหัวกลับของศาลาการเปรียญฝั่งตรงข้าม

ภาพสะท้อนกลับหัวของ เจดีย์แก้ว

ต่อมาหมอภูมินทร์ ทันตแพทย์ชาวเชียงใหม่ ได้เดินทางมาพิสูจน์ปรากฏการณ์ชวนพิศวงนี้ จนเกิดศรัทธาและสร้างเจดีย์แก้วด้านข้างพระอุโบสถ เพื่อจะได้เห็นภาพกลับหัวที่สวยงามยิ่งขึ้น  ช่วงเวลาที่จะชมได้ชัดๆ คือวันที่มีแสงแดดจัด ประมาณ 13.00-15.00 น. เรียกว่าเป็น Unseen ของที่เลยก็ว่าได้

********************************************************************

14. วัดดอนสัก

มาถึงวัดสุดท้ายของเราในทริปนี้แล้วที่ วัดดอนสัก โดดเด่นด้วยบานประตูไม้ของวิหาร ซึ่งทำด้วยไม้แกะสลัก เป็นลวดลายก้านกนกก้านขด มีรูปสัตว์หิมพานต์แทรกอยู่ในลวดลายนั้น ลักษณะอ่อนช้อยสวยงาม ถ้าสังเกตให้ดี บานประตูซ้ายกับขวา จะแกะสลักไม่เหมือนกันนะคะ แต่น่าแปลก พอปิดประกบทั้งสองบานแล้ว ลวดลายมีความกลมกลืน เข้ากันได้อย่างสนิท

ที่ตั้ง : ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

********************************************************************

15. เลอ ลับแลง
(Le lablang art&cultural home)

พิพิธภัณฑ์เรือนลับแลโบราณ ‘เลอลับแลง’ เป็นบ้านไม้โบราณ ที่แสดงให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนไท-ยวนลับแลง สมัยก่อน อนุรักษ์ไว้โดยพี่ดาบฟ้า ซึ่งก็คือเจ้าของคนปัจจุบัน ได้ทำการซื้อเรือนมาจากทายาทของพญาสิงห์แก้ว แล้วย้ายมาปลูกสร้างให้ได้ใกล้เคียงสภาพเดิมมากที่สุด ไว้ที่บ้านท้องลับแล ต.ฝายหลวง อ.ลับแล (ที่ตั้งเดิมคือ บ้านนาโป่ง ต.นาโป่ง อ.ลับแล แขวงเมืองพิไชย มณฑลพิษณุโลก) เพื่อต้องการรือฟื้นอัตลักษณ์ไทยวนลับแลง

ประกอบด้วยเรือนสองหลัง คือ เรือนสิงห์แก้ว และเรือนเปง-จัน สำหรับเรือนสิงห์แก้ว เป็นเรือนไม้กาแลแบบลับแลงดั้งเดิม ที่นิยมกันในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา แบ่งพื้นที่ใช้สอยอออกเป็น ชานแดด เรือนนอน เรือนข้าว ครัวไฟ หอลม และชานน้ำ

เรือเปง-จัน เป็นเรือนสรไนแบบลับแลงโบราณ แบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็น 5 ส่วน ชานแดด เรือนนอนหลัก เรือนนอนรอง หอลม และชานน้ำ

คำว่า ลับแลง แปลว่า ตอนเย็น หรือ พลบค่ำ … มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ความมืดเข้าปกคลุมแทนที่ เมืองนี้จะหายลับไปจากสายตา เหมือนไม่เคยเป็นเมืองมาก่อน นั่นก็เพราะมีภูเขาม่อนฤาษี ตั้งตระหง่านบดบังแสงพระอาทิตย์ ทำให้ที่นี่มืดเร็วผิดปกติ ชาวบ้านจึงเรียกเมืองว่า “ลับแลง” ภายหลังเพี้ยงเป็น “ลับแล”

ที่ตั้ง : ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

********************************************************************

16. พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจก ไท-ยวนลับแล

ใครที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นเมืองหายาก หรือกำลังมองหาของฝากให้ญาติผู้ใหญ่ ให้ลองมาเที่ยว พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจก ไท-ยวนลับแล ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณ ม่อนลับแล ที่นี่มีทั้งผ้าทอพื้นเมือง ผ้าซื่นตีนจก จากฝืมือการทออย่างปราณีตงดงามของชาวลับแล มีหลายสีสันให้เลือก รวมไปถึงเสื้อผ้าพื้นเมืองต่างๆ ผ้าพันคอ หรือย่ามสะพายก็มีเช่นกัน

นอกจากนี้บริเวณม่อนลับแลยังแบ่งพื้นที่ออกเป็น ร้านขายของฝากพื้นเมือง ส่วนจัดแสดงหัตถกรรมพื้นบ้าน ร้านอาหารและคาเฟ่ที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า “ลับแล ลา ลีกา” ให้เข้ามานั่งพักคลายร้อน จิบเครื่องดื่มเย็นๆ อย่างกาแฟม่อนลับแล ซึ่งเป็น Signature ของร้าน ถ้าไม่ใช่คอกาแฟ ก็มีชาเขียว ชาเย็น ชามะนาว โกโก้ น้ำผลไม้ และอีกสารพัดน้ำหวาน แต่ถ้าให้ดีต้องสั่งเค้กมากินคู่กันด้วย อร่อยลงตัวสุดๆ

ที่ตั้ง : ตำบลฝายหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
เวลาเปิดเปิด : เปิดทุกวัน เวลา9.00–20.00

********************************************************************

17. ตลาดท่าน้ำไท-ยวนน้ำอ่าง

มีน้องควายมายืนต้อนรับ

นอกจากพิพิธภัณฑ์ วัดวาอาราม และอาหารการกินที่ขึ้นชื่อแล้ว ยังมีอีกหนึ่งที่เที่ยวอุตรดิตถ์ ที่อยากแนะนำให้ไปเดินเล่น ชิมช้อป ยามแดดร่มลมตก นั่นก็คือ ตลาดท่าน้ำไท-ยวนน้ำอ่าง หรือ ตลาดประชารัฐต้องชม ตั้งอยู่ในตำบลน้ำอ่าง อำเภอตรอน เป็นตลาดที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ประมาณปีกว่าๆ จัดตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูวิถีชุมชนวัฒนธรรมไท-ยวน ทั้งยังสร้างรายได้ให้คนในท้องถิ่น

ภายในตลาด ชาวบ้านจะตั้งซุ้มขายอาหารเรียงกันเป็นวงกลม โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาหารพื้นเมือง อย่าง แกงหอย แกงบอน คั่วอึ่ง แกงหน่อไม้ แกงเลียงใส่ปลาสร้อยย่าง ไส้อั่ว น้ำพริกอ่อง ข้าวซอย ข้าวพันผัก และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากของกินจะอร่อย สินค้าต่างๆ ก็น่าซื้อ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน ของเล่นจากไม้และกะลามะพร้าว ของใช้ในบ้านที่ทำด้วยไม้ ขายกันแบบราคามิตรภาพ เหมือนพี่ซื้อน้อง น้องซื้อพี่ ^^

ถ่ายรูปคู่รถสองแถวไม้สุดคลาสสิค ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า รถคอกหมู วิ่งระหว่างอำเภอเมือง-น้ำอ่าง ปัจจุบันเหลืออยู่ไม่ถึง 10 คันแล้ว

ซื้ออาหารมาเต็มไม้เต็มมือ ก็นั่งทานกันที่โต๊ะที่จัดไว้บริเวณสนามหญ้าตรงกลาง พร้อมชมการแสดงจากเยาวชนตำบลน้ำอ่าง ซึ่งจะสวมชุดไท-ยวน ออกมาร่ายรำไปตามจังหวะเสียงดนตรี และตามลีลาท่าทางในแบบเฉพาะตัว

ที่ตั้ง : ตำบลน้ำอ่าง อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวันเสาร์แรกของเดือน และเสาร์ที่สามของเดือน เวลา 16.00-20.00 น.

********************************************************************

ขอบคุณการเดินทางครั้งนี้ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา