New Zealand Road Trip กับจุดแวะที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

Home / ท่องเที่ยวรอบโลก / New Zealand Road Trip กับจุดแวะที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

New Zealand Road Trip
กับจุดแวะที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

 

ประเทศนิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่การขับรถท่องเที่ยวด้วยตัวเองถือเป็นตัวเลือกในลำดับต้นๆ ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ด้วยวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามิกที่สวยงามราวกับภาพวาด การขับรถท่องเที่ยวเองทำให้นักท่องเที่ยวมีอิสระที่จะได้ชื่นชมทิวทัศน์ในแต่ละจุดได้อย่างเต็มที่

หากเลือกที่จะมาเยือนเกาะเหนือของนิวซีแลนด์และขับรถเที่ยวเองแล้ว หนึ่งในเส้นทางขับรถที่น่าประทับใจมิรู้ลืมที่อยากแนะนำ คือ เส้นทาง Pacific Coast Highway ซึ่งเป็นการขับลัดเลาะเลียบมหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศตะวันออกของเกาะเหนือ โดยตั้งต้นจากอ็อคแลนด์ไปจบที่เนเปียร์ ด้วยระยะทางรวมทั้งสิ้น 1,170 กิโลเมตร บนถนนแห่งการเดินทางสายนี้นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับวิวชายฝั่งทะเล และเวิ้งน้ำของมหาสมุทรแปซิฟิกอันงดงาม รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องหยุดพักแวะถ่ายรูปแชร์กับเพื่อนๆ ซึ่งรับรองว่าจะกระตุ้นยอดไลค์ยอดเลิฟได้อย่างท่วมท้น

เริ่มต้นการเดินทางจากอ็อคแลนด์บนทางหลวงหมายเลข 2 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 25 มุ่งหน้าสู่ภูมิภาคเดอะโคโรแมนดัล (The Coromandel) ที่เป็นศูนย์รวมของแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมกลางแจ้งยอดนิยมของชาวกีวี รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่ห้ามพลาดแวะมาแชะรูปสวยๆ เก็บไว้เป็นความทรงจำ

 

Cathedral Cove สัญลักษณ์แห่งโคโรแมนดัล

1 Cathedral-Cove Hi Res
ภาพโดย Andy Belcher

 Cathedral Cove เป็นหนึ่งในจุดหมายที่ห้ามพลาดเมื่อเดินทางมาเยือนภูมิภาคโคโรมันเดล จุดเด่นอยู่ที่เขาที่มีลักษณะโค้งทำให้เกิดเป็นอุโมงค์หิน ยืนตระหง่านเป็นฉากหลังตัดกับหาดทรายขาวและน้ำทะเลใส และเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว โดยการเดินทางมาที่นี่ทำได้สองวิธี คือ เดินเท้าหรือนั่งเรือ เส้นทางเดินเท้าใช้เวลาเดินไป-กลับประมาณชั่วโมงครึ่ง รับรองได้ว่าความสวยคุ้มความเหนื่อยแน่นอน แต่วิธีที่อยากแนะนำคือการพายเรือคายัคซึ่งเป็นกิจกรรมที่ควรต้องทำสักครั้งเมื่อมาเที่ยวนิวซีแลนด์

 

Hot Water Beach แช่สปาธรรมชาติบนหาดทราย

2 Hot-Water-Beach Hi Res
ภาพโดย Adam Bryce

ขับรถต่อจาก Cathedral Cove เพียงแค่ 10 นาที จะพบกับสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ซึ่งทำให้ชายหาดแห่งนี้ต่างจากหาดทั่วๆไป เพราะมีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่อยู่ใต้พื้นทราย เพียงกะเวลาเดินทางมาถึงที่หาดนี้ช่วงเวลาที่น้ำลงและพกพลั่วติดตัวมาด้วย หรือจะหาเช่าจากร้านค้าก็ได้ เท่านี้คุณก็จะได้แช่สปาน้ำร้อนแบบส่วนตัวที่ขุดขึ้นมาเอง พร้อมชมวิวมหาสมุทรแปซิฟิกและเสียงเกลียวคลื่นกระทบฝั่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร รับรองว่าประสบการณ์ที่หาได้ยากเช่นนี้จะตราตรึงในความทรงจำของคุณตลอดไป

แช่สปากันจนสบายตัวแล้วเราเดินทางกันต่อบนทางหลวงหมายเลข 25 และตัดกลับเข้าทางหลวงหมายเลข 2 อีกครั้งเพื่อมุ่งหน้าสู่ภูมิภาค Bay of Plenty ซึ่งเป็นแหล่งรวมชายหาดอันสวยงาม และเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟในทะเลแห่งเดียวของประเทศนิวซีแลนด์ พักจากการขับรถแล้วออกไปยืดเส้นยืดสายกันดีกว่า

 

Mount Maunganui เมืองชายทะเลสุดฮิตบนอินสตาแกรม

Untitled
ภาพโดย Schwede66

เม้าท์มองกานุยติดอันดับเมืองพักตากอากาศชายทะเลยอดนิยมของชาวนิวซีแลนด์มาอย่างยาวนาน และติดอันดับเมืองที่คนถ่ายภาพแชร์ลงอินสตาแกรมมากที่สุดเป็นอันดับสองในปี 2015 หากอยากได้ภาพสวยๆ จะต้องเดินขึ้นเขาที่ชื่อว่า “เมาเอา”  (Mauao) ที่สูง 232 เมตรจากระดับน้ำทะเล ใช้เวลาเดินขึ้นสู่ยอดเขาราว 30-45 นาที ขึ้นอยู่กับความฟิตของร่างกาย แต่รับประกันว่าเมื่อถึงยอดเขาแล้วคุณจะลืมความเหนื่อยล้าเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้ทอดสายตาไปสู่วิว 360 องศา ของแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกที่ไกลสุดลูกหูลูกตา และน่าหลงใหล

White Island ความตื่นเต้นที่รออยู่บนภูเขาไฟในทะเล

4 White island
ภาพโดย www.webwasp.co.uk

จากเม้าท์มองกานุยไปเพียง 87 กิโลเมตร มุ่งหน้าสู่เมืองวากาทาเน (Whakatane) ที่เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางไปยังเกาะภูเขาไฟ White Island ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ การเดินทางจะเพิ่มดีกรีความตื่นเต้นอีกไม่น้อยเมื่อได้ทัวร์รอบปล่องภูเขาไฟแห่งนี้ ซึ่งมีความกว้างประมาณ 2 กิโลเมตร และสูง 321 เมตร ไกด์จะพาคุณไปสัมผัสขุมพลัง ตั้งแต่ช่องระบายไอน้ำจากใต้พิภพ บ่อโคลนที่กำลังเดือดปุดๆ และลำธารร้อนคลุกเคล้ากับกลิ่นกำมะถัน จะเป็นประสบการณ์ใกล้ชิดกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่จะไม่มีวันลืม

เราออกเดินทางต่อไปยังภูมิภาค Eastlandบนทางหลวงหมายเลข 35 ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อยู่ทางตะวันออกสุดของนิวซีแลนด์ ในเมืองกิสบอร์นซึ่งเป็นเมืองหลักของภูมิภาคนี้ มีความเป็น “ที่สุด” หลายๆ จุดรอให้เราไปเช็กอินและแชะภาพอวดเพื่อนๆ

 

East Cape lighthouse ชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในโลก

5 East-cape-lighthouse (1)
ภาพโดย www.maritimenz.govt.nz

เมืองกิสบอร์น (Gisborne) ถูกขนามนามว่าเป็นเมืองแรกสุดของโลกที่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในทุกๆเช้า และมีสถานที่ที่เหมาะสมในการเดินทางไปชมแสงแรกของวันคือ ประภาคารอีสต์เคป ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของโลก บนความสูง 154 เมตรจากระดับน้ำทะเล เส้นทางไปเก็บภาพแห่งสัญลักษณ์ของภูมิภาคนี้จะต้องใช้ความพยายามสักหน่อยกับทางเดินบันได 700 กว่าขั้น แต่เมื่อได้เห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้นปลายขอบฟ้าตัดกับขอบทะเล พูดได้เลยว่าคุ้มเหนื่อยแน่นอน

 

Tolaga Bay ท่าเทียบเรือที่ยาวที่สุดในนิวซีแลนด์

6 Togoga Bay Wharf Hi Res (1)
ภาพโดย www.newzealand.com

ขับรถต่อเพียง 114 กิโลเมตร จากประภาคารอีสต์เคป คุณจะพบกับอีกหนึ่งที่สุดในกิสบอร์น นั่นคือ ท่าเทียบเรือบนอ่าวโทลาก้าที่ยื่นออกไปในทะเลถึง 660 เมตร ได้ชื่อว่าเป็นท่าเทียบเรือที่ยาวที่สุดของนิวซีแลนด์ ใช้เวลาเดินไปกลับราว 30 นาที กระโดดลงจากรถแล้วหยิบกล้องกับชุดว่ายน้ำตัวเก่ง เพื่อเตรียมถ่ายภาพความเป็นที่สุด สำหรับนักท่องเที่ยวที่ใจกล้า และว่ายน้ำแข็ง ลองชวนกันกระโดดลงน้ำแล้วว่ายกลับเข้าฝั่งก็จะช่วยเพิ่มความตื่นเต้นเบาๆ ให้กับวันเดินทางของคุณ และใครที่ชื่นชอบการตกปลา ที่นี่ก็เป็นจุดตกปลาที่ยอดเยี่ยมแห่งหนึ่งเช่นกัน

ส่งท้ายการเดินทางบนถนนสาย Pacific Coast Highway ที่ภูมิภาค Hawke’s Bay ที่นี่เราจะมาผ่อนคลายอย่างเต็มที่จากการขับรถร่วมกว่า 1,000 กิโลเมตร ที่เมืองเนเปียร์ (Napier) ด้วยการดื่มด่ำอาหารเลิศรสและจิบไวน์เลื่องชื่อที่ปลูกในภูมิภาคนี้ ต่อด้วยสัมผัสชีวิตชิลๆ สโลว์ไลฟ์กับการเดินชมสถาปัตยกรรมย้อนยุค

 

Food and Wine อาหารเลิศรส ไวน์เลิศล้ำ

ภาพโดย www.newzealand.com
ภาพโดย www.newzealand.com

Hawke’s Bay เป็นภูมิภาคที่ผลิตไวน์มีชื่อเสียงของนิวซีแลนด์ และเป็นที่ตั้งของโรงผลิตไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ ภูมิอากาศของที่นี่มีลักษณะใกล้เคียงกับเมืองบอร์โดซ์ ประเทศฝรั่งเศส จึงสามารถผลิตไวน์แดงที่มีรสชาติกลมกล่อม โดยมีไร่องุ่นและโรงผลิตไวน์กว่า 30 แห่งที่ให้บริการร้านอาหารและทัวร์ห้องบ่มไวน์ที่เสิร์ฟทั้งไวน์และอาหารคุณภาพเยี่ยมที่ปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถเลือกที่จะขับรถเที่ยวชมไร่องุ่นเอง หรือถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นการทัวร์ด้วยเช่าจักรยานก็จะได้ประสบการณ์ที่สนุกและดีไม่แพ้กัน แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามเมาแล้วขับ

 

Napier ที่นี่เวลาเดินช้าลง

ภาพโดย www.kopakibay.co.nz
ภาพโดย www.kopakibay.co.nz

หลังจากแผ่นดินไหวในปี 1931 สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับอาคารบ้านเรือนใจกลางเมืองเนเปียร์ สถาปัตยกรรมในยุค 1930 รูปแบบของสแปนิชมิชชั่น และที่สำคัญคืออาร์ตเดโค ที่เน้นการใช้รูปทรงเลขาคณิต  ถูกนำมาใช้ออกแบบอาคารใหม่ทำให้ทุกวันนี้เนเปียร์กลายเป็นศูนย์รวมของสถาปัตยกรรมอาร์ตเดโคที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาคารที่โดดเด่นควรไปถ่ายเซลฟี่ด้วย เช่น T&G Building และ National Tobacco Company Building เวลาที่คุณใช้ในการชม และซึมซับความสวยงามของอาคารบ้านเรือนต่างๆ ของเมืองจะช่วยให้รู้สึกถึงความสไลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยเต็มพลังให้กับการเดินทางบนถนนสายต่อไป

ศึกษาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวนิวซีแลนด์เพิ่มเติมได้ที่ www.newzealand.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา