เปิดตัว “เขาเล่าว่า…” 24 แหล่งท่องเที่ยว ผ่านวิถีเรื่องเล่า

Home / นักเที่ยวเชี่ยวทาง / เปิดตัว “เขาเล่าว่า…” 24 แหล่งท่องเที่ยว ผ่านวิถีเรื่องเล่า

จากวิถีชีวิตของชาวบ้านในท้องถิ่นต่างๆทั่วประเทศไทย ที่มีการทำมาหากิน พักผ่อนบันเทิง ความเชื่อ และ ศาสนา บวกกับความเจ้าบทเจ้ากลอนของคนไทย จนเกิดเป็นบทร้องรำ ศิลปะ นิทาน นิยาย คำบอกเล่า หรือ ตำนานต่างๆที่สืบสานกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

 “เขาเล่าว่า…” ท่องเที่ยววิถีไทย ผ่านวิถีแห่งเรื่องเล่า

"เขาเล่าว่า..."

ในปี 2559 นี้ จะเป็นการเปิดเป็นประสบการณ์การเดินทางครั้งใหม่ให้กับการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนอยากออกไปค้นหาเรื่องราวที่มาจากเรื่องเล่า ในโครงการ “เขาเล่าว่า” ที่ถือได้ว่าเป็นมิติใหม่ของการท่องเที่ยวในเชิงลึกมากขึ้นเป็น “กลยุทธ์ท่องเที่ยวแบบสี่มิติ” คือ

  1. AWARENESS “รับรู้” เรื่องราววิถีและความเชื่อแบบไทยๆที่น่าสนใจจากพื้นที่ต่างๆ
  2. EXPERIENCE “เข้าไปเห็น” กระตุ้นให้ออกเดินทางไปท่องเที่ยวไปสัมผัสกับเรื่องราวต่างๆทั่วเมืองไทย
  3. ENGAGEMENT “มีส่วนร่วม” ได้ลงไปสัมผัสกับธรรมชาติและชุมชน
  4. VALUE “เข้าถึง” เรื่องราวความเป็นมา ความเชื่อ ตลอดจนคุณค่าต่างๆของพื้นที่

โดยแนวคิดหลักของโครงการเขาเล่าว่า คือความเชื่อที่ว่า..เบื้องหลังทุกๆที่ในเมืองไทยนั้นก็เต็มไปด้วย.. เรื่องราวเรื่องเล่า ของพื้นบ้าน บ้างก็เป็นคล้ายตำนานจากเมืองเก่า… บ้างก็เป็นเรื่องเล่าของคนในท้องถิ่น… บ้างให้คุณประโยชน์ ในแก่ผู้ไปสัมผัส…. บ้างเป็นมงคลแก่ผู้ที่ได้ไปกราบไหว้… บ้างคล้ายความเชื่อที่ท้าทาย เร้นลับ…

ททท. จึงขอเชิญคนไทยออกไป รับรู้ สัมผัส มีส่วนร่วม และ เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวทั่วเมืองไทย ที่นอกจากจะมีความสวยงาม หรือมีความศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังเต็มไปด้วยเรื่องราว “เขาเล่าว่า”

….. ที่ไม่ได้เล่าเพียงให้เราแค่เชื่อ …. แต่เล่าให้เราออกไปเห็น

“เขาเล่าว่า” ภาคเหนือ

1. “สะพานอธิษฐานสำเร็จ” สะพานซูตองเป้ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 

สะพานชูตองเป้

เขาเล่าว่า … ก่อนจะทำการใหญ่ ก่อนที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จใดๆ ให้ถามใจตัวเองก่อนว่ามีแรงศรัทธามากพอหรือเปล่า? ด้วยพลังแห่งศรัทธาและการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านที่ก่อประสานกันเป็นสะพานที่มีความงดงาม จนกลายเป็นความเชื่อที่ว่า…ใครที่มาที่นี่ให้เดินข้ามผ่านสะพานอธิษฐานสำเร็จ แล้วไปอธิษฐาน ณ วัดที่ปลายสะพาน…ความสำเร็จในสิ่งที่หวัง ก็คงจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

Su Tong Pe Bridge, Mae Hong Son

 

2. “ประตูรักแห่งขุนเขา” ประตูผาบ่อง ดอยผาตั้ง อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย

ประตูรักแห่งขุนเขา อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย

เขาเล่าว่า … รักแท้คือการเดินทางที่ต้องไปค้นพบ ที่หินผาแข็งแกร่งที่นิ่งสงบนับล้านปีถือเป็นแหล่งสะสมพลังงานของโลกใบนี้ จะมีประตูรักแห่งขุนเขา…ที่เต็มไปด้วยพลังรักอันบริสุทธิ์ ให้จับมือคนที่เรารักแล้วเดินก้าวข้ามผ่านไปด้วยกัน จะช่วยเสริมความรักให้แข็งแกร่งดั่งภูผา

 

3. “เมืองที่ห้ามพูดโกหก” เมืองลับแล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

เมืองที่ห้ามพูดโกหก1 อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

เขาเล่าว่า … จากตำนานที่เล่าต่อๆ กันมา มีเมืองอยู่เมืองหนึ่ง ที่คนมีบุญเท่านั้นจึงจะได้เข้าไปถึง เมืองนี้เป็นเมืองของคนดี ถือวาจาสัตย์ ใครประพฤติผิดไร้ซึ่งสัจจะวาจา ต้องถูกออกจากเมืองไปทันที

 

4. “พระยาช้างชนะศึก” กู่ช้าง กู่ม้า อ.เมือง จ.ลำพูน

พระยาช้างชนะศึก2 อ.เมือง จ.ลำพูน

เขาเล่าว่า … “ภู่ก่ำงาเขียว” เป็นช้างคู่บารมีของพระนางจามเทวีแห่งหริภุญไชย เป็นพระยาช้างที่มีฤทธิ์มาก เมื่อออกศึกสงครามเพียงแค่ช้างหันหน้าไปทางศัตรูก็ทำให้ศัตรูอ่อนแรงลงได้ ว่ากันว่า…ครั้งหนึ่งในชีวิต หากมีโอกาสได้ลอดท้องพระยาช้างชนะศึกงาเขียว เท่ากับได้รับพรแห่งชัยชนะให้สมหวังในทุกสนามแข่งขัน ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน และการดำเนินชีวิต

พระยาช้างชนะศึก1 อ.เมือง จ.ลำพูน

“เขาเล่าว่า” ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

5. “หินชมนภา” หาดชมดาว อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี

หินชมนภา2 อ.นาตาล จ.อุบลฯ

เขาเล่าว่า … ณ หาดหินรูปทรงประหลาดอันกว้างใหญ่ ในฤดูน้ำโขงลด จะมีหินกลางน้ำผุดขึ้นมาให้เราได้เห็น ชาวบ้านเชื่อกันว่าให้หาหินนี้ให้เจอ เพราะเป็นจุดชมท้องฟ้าที่ส่องแสงและสีสันได้สวยที่สุด ทั้งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณ และทะเลดวงดาว สวยระยิบระยับเต็มท้องฟ้าในยามคืนข้างแรม

หินชมนภา1 อ.นาตาล จ.อุบลฯ

ท้องฟ้าที่สวยและงดงามดั่งฝัน ใครได้มาเซล์ฟฟี่ตรงนี้ก็จะทำให้เราได้สัมผัสกับชีวิตที่สวยงามดั่งฝัน และอย่าลืมแชร์ความสวยงามนี้ไปให้คนอื่นๆได้เห็นกันด้วย

 

6. “มหายุทธแดนอีสาน” พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก อ.เมือง จ.ยโสธร

“มหายุทธแดนอีสาน” พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก

เขาเล่าว่า … กาลครั้งหนึ่งที่อีสานแล้ง เพราะฝนไม่ตกต่อเนื่องกันถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน !!! จนทำให้พญามหายุทธแดนอีสานอาสานำสัตว์ต่างๆ เช่น ช้าง, ม้า, วัว, ควาย, ปลวก, ผึ้ง และต่อแตน ขึ้นไปรบพญาแถนจนชนะ ฝนจึงตกมาตามเดิม โดยมีข้อแม้ว่า ต้องจุดบั้งไฟขึ้นไปบอกกล่าวทุกปี ทั้งหมดนี้จึงเป็นเรื่องราวที่มาของประเพณีบั้งไฟและแลนด์มาร์คพญามหายุทธแดนอีสานแห่งใหม่ ของเมืองไทย… ที่ใครเห็นต้องตะลึง

 

7. “ถ้ำพญานาค” ศาลพญานาค ใต้สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 2 อ.เมือง จ.มุกดาหาร

ถ้ำพญานาค1 อ.เมือง จ.มุุกดาหาร

เขาเล่าว่า … จากความเชื่อทางพุทธศาสนาและศรัทธาของชุมชนลุ่มแม่น้ำโขงที่มีต่อพญานาค เชื่อกันว่า ณ เสาต้นที่ 2 ของสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำโขงเป็น “ถ้ำพญานาค” ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านเชื่อว่า เป็นจุดที่ท่านจะขึ้นมาเพื่อให้พรและปกปักรักษาลูกหลาน ใครที่ได้มาสักการะให้ขอพรพญานาค ณ ถ้ำพญานาค ขอโชคลาภ ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตมักสำเร็จผล

ถ้ำพญานาค2 อ.เมือง จ.มุกดาหาร

8. “วิมานเทวดา” ภูทอก อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ

วิมานเทวดา1อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ

เขาเล่าว่า … เส้นทางสู่โลกแห่งการหลุดพ้นนั้นคือ ความเพียรพยายาม ที่นี่คือแดนสวรรค์บนดินที่ทุกคนสามารถไปสัมผัสปรัชญาทางธรรม โดยใช้ความเพียรและครองสติขึ้นจากชั้นที่ 1 จนถึงชั้นที่ 7 เชื่อกันว่าเป็นเสมือนวิมานของเทวดาแห่งป่าหิมพานต์ ใครที่มีโอกาสได้ขึ้นไปปฏิบัติธรรมบนยอดของภูสวรรค์ 7 ชั้น จะถือว่าเป็นมหาบารมี

 

9. “ผ้าผิวสวย” ผ้าย้อมคราม จ.สกลนคร และ จ.อุดรธานี

ผ้าผิวสวย จ.สกลนคร และ จ.อุดรธานี

เขาเล่าว่า … “ผ้า” สามารถช่วยบำรุงผิวของเราให้สวยได้จากภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่นำพืชโบราณที่เป็นที่เลื่องลือในสรรพคุณด้านสุขภาพมาย้อมสีผ้าแบบไร้สารเคมี ที่ทำให้เมื่อใส่จะรู้สึกเย็นสบาย ไม่ร้อน และถูกวิจัยมาแล้วโดยประเทศญี่ปุ่นและอเมริกาว่า สามารถป้องกันรังสียูวีได้ แพทย์พื้นบ้านโบราณยังเชื่อว่า กลิ่นหอมของผ้าทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และยังสามารถนำไปนึ่งเพื่อประคบบาดแผลลดอาการอักเสบได้อีกด้วย

 

10. “แห่นาคโหด” แห่นาคโหด บ้านโนนเสลา อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ

แห่นาคโหด อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ

เขาเล่าว่า … พิธีแห่นาคที่นี่…แปลก…ประหลาด…และโหดที่สุดในโลก!! บททดสอบความอดทนอดกลั้นของลูกผู้ชาย เพื่อทดแทนพระคุณของ “แม่” ที่ต้องอดทนอดกลั้นกับความเจ็บปวดเมื่อตอนคลอดลูกออกมา และต้องอดทนกับความทรมานในการ “อยู่ไฟ” บนแคร่ไม้ไผ่ ฉะนั้นนาคที่นี่จะสามารถบวชได้ ต้องอดทนกับความเจ็บปวดและครองตัวให้มั่นบนแคร่ไม้ไผ่ที่ถูกเซิ้ง ถูกโยนอย่างรุนแรง และถูกหามแห่ไปรอบๆหมู่บ้าน

 

“เขาเล่าว่า” ภาคกลาง

11. “พระประทานพร”

เขาเล่าว่า … ที่นี่มีพระที่จะประทานพร 3 ข้อ ให้กับผู้ที่ปกราบไหว้และสัมผัสได้ครบทั้ง 3 ที่ 3 องค์

– หลวงพ่อสด (พระสงฆ์องค์ใหญ่) วัดจันทรังษี อ.เมือง จ.อ่างทอง ให้ไปสัมผัสลูกแก้วที่ฐานพระ ท่านจะประทานพรให้สุขภาพสดใสแข็งแรง

พระประทานพร1 วัดจันทรังษี อ.เมือง จ.อ่างทอง

 

– หลวงพ่อใหญ่ (พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย) วัดม่วง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ให้ไปสัมผัสที่ปลายพระหัตถ์พระพุทธเจ้าองค์ใหญ่ ท่านจะประทานพรให้ตำแหน่งหน้าที่การงาน กิจการเจริญรุ่งเรือง เป็นใหญ่เป็นโต

พระประทานพร2 วัดม่วง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง

 

– พระนอน (พระนอนองค์ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย) วัดขุนอินทประมูล อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ให้ไปสัมผัสที่ฝ่าพระบาทพระนอน ท่านจะประทานพรให้มีอายุยืนยาว

พระประทานพร3 วัดขุนอินทประมูล อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

12. “เขาหนุมานวัดใจ” เขาวงพระจันทร์ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

เขาเล่าว่า … ระยะทางกับความยากลำบาก พิสูจน์มิตรภาพและรักแท้ เสริมพลังรัก กับลพบุรีเมืองลิง

เขาหนุมานวัดใจ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

หากได้พาคนที่เรารักไปร่วมพิสูจน์รักแท้ โดยการพิชิตยอดเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองหนุมาน ด้วยการเดินขึ้นบันได 3,790 ขั้นไปด้วยกัน พร้อมสักการะรอยพระพุทธบาทและสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาแห่งนี้ เราจะรู้เลยว่าเขาคือ “รักแท้” ของเราอย่างแน่นอน หรือผู้ที่เกิดปีนักษัตรปีวอก (ปีลิง) ไปกราบไหว้ขอพรเสริมพลัง เป็นสิริมงคลแห่งปีกับเจ้าพ่อพระกาฬ (ศาลพระกาฬ อ.เมือง จ.ลพบุรี)

 

13. “มหาเทพแห่งความสำเร็จ”

เขาเล่าว่า …พระศิวะเคยกล่าวไว้ว่า การบูชาเหล่ามหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ใดต้องการความสำเร็จ ความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ ให้บูชา “มหาเทพ” เทพแห่งปัญญาและศิลปะองค์นี้ก่อนทุกครั้ง และตามความเชื่อโบราณเชื่อว่า ถ้าอยากขอพรท่านให้สมหวังเร็วขึ้น หลังขอพรจากองค์เทพ “พระพิฆเนศ” แล้ว อย่าลืมไปกระซิบขอพรที่หูหนู บริวารของเทพ หนูบริวารนี้จะนำความไปเตือนท่านให้ประทานสิ่งที่ต้องการกลับมา โดยมีเคล็ดลับว่าจะต้องเอามืออีกข้างปิดที่หูหนู

– พระพิฆเนศองค์นอน วัดสมานรัตนาราม อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

พระพิฆเนศองค์นอน วัดสมานรัตนาราม

 

– พระพิฆเนศองค์ยืน อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา

 พระพิฆเนศองค์ยืน อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน

 

– พระพิฆเนศองค์นั่ง วัดโพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา

พระพิฆเนศองค์นั่ง วัดโพรงอากาศ

ฉะเชิงเทรา…เป็นเมืองแห่งมหาเทพ “พระพิฆเนศ” ทั้งปางนอน-ปางนั่ง-ปางยืน ที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย   ครั้งหนึ่งในชีวิตอย่าลืมไปสักการะให้ครบทุกที่ เพื่อเสริมสิริมงคลครั้งยิ่งใหญแก่ชีวิต

 

14. “พระปางขอฝน” พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์วัดทิพย์สุคนธาราม อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี

พระปางขอฝน อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี

เขาเล่าว่า … ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาลนั้นฝนแล้งมาก แต่ด้วยพระพุทธบารมี…ได้ทรงพลิกพื้นที่แห้งแล้งให้มีน้ำฝนหลั่งไปทั่วทุกสารทิศ และที่อำเภอห้วยกระเจา คืออีสานจังหวัดกาญจนบุรี จึงเป็นที่มาของพระปางขอฝน ที่สุดแห่งความศรัทธากับประติมากรรมทางพุทธศิลป์ …พระพุทธรูปสำริดปางขอฝนที่สูงที่สุดในประเทศไทยและงดงามว่ากันว่า หากได้มากราบไหว้ ชีวิตจะพบแต่ความร่มเย็นเป็นสุขดั่งแผ่นดินที่ได้รับสายฝน

 

“เขาเล่าว่า” ภาคตะวันออก

15. “เกาะแห่งรัก” สะพานอัษฎางค์ และช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด) เกาะสีชัง จ.ชลบุรี

สะพานอัษฎางค์

เขาเล่าว่า … ที่ใดมีรักของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ที่นั่นย่อมอบอวลไปด้วยพลังแห่งรัก ณ เกาะแห่งนี้ เต็มไปด้วยเรื่องราวของ  ความรัก ว่ากันว่า…ใครที่อยากเติมความหวานให้ชีวิต ยามเช้าให้ชวนกันมาเติมพลังแห่งรักกับแสงแรกของวัน ณ ปลายสะพานแห่งรัก และยามพระอาทิตย์ตกให้ไปอธิษฐานขอพรกลางช่องเขา

เกาะแห่งรัก2 อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี

16. “สะดือมังกร” หาดเตยงาม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

สะดือมังกร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

เขาเล่าว่า … ผืนทะเลใดที่มีสะดือมังกร ทะเลตรงนั้นจะเป็นเหมือนศูนย์รวมแห่งพลังจักรวาล เป็นจุดที่ครบธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ชาวบ้านที่นี่เขาเชื่อกันว่า ใครได้ไปยืนแช่ ณ ทะเลนั้น จะได้รับพลังชีวิตใหม่ที่ดีเข้ามา โดยเฉพาะถ้าเป็นผู้ประพฤติดี ประพฤติชอบ เชื่อว่าจะยิ่งส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน

17. “มหัศจรรย์ทรายดำ” ศูนย์การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติหาดทรายดำและป่าชายเลน อ.แหลมงอบ จ.ตราด

มหัศจรรย์ทรายดำ อ.แหลมงอบ จ.ตราด

เขาเล่าว่า … ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ก่อเกิดเป็นเม็ดทรายสีดำสนิท เชื่อกันว่า มีสรรพคุณของแร่ธาตุธรรมชาติที่สามารถทำให้ผ่อนคลายสุขภาพได้ เพียงแค่ได้นอนหมกตัวอยู่ใต้ผืนทรายดำ ก็จะทำให้รู้สึกถึงพลังบำบัดเหมือนได้ทำสปาธรรมชาติ

 

18. “ป่าสีทอง” ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง

ป่าสีทอง อ.แกลง จ.ระยอง

เขาเล่าว่า … แหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ จะมีพลังที่สุดแสนบริสุทธิ์ปกคลุมอยู่ เมื่อก้าวเข้าไปจะพบกับ 1 กิโลเมตร ความสุขบนสะพานไม้ทอดยาวกลางป่าอันสมบูรณ์ และมีความงดงาม 3 เวลา 3 อารมณ์ สบาย ๆ กับแสงสีทองกว้างไกลสุดสายตา ยามเช้าสว่างไสวเหลืองทองอร่าม ดุจจิตรกรนำสีทองมาแต่งแต้มธรรมชาติให้ตระการตา ยามบ่ายป่าสีทองสงบเงียบมีความสุข ในยามเย็นไปสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดกับมวลความบริสุทธิ์ของพลังงานธรรมชาติป่าชายเลน ที่ผ่านเกณฑ์ประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  จำนวนป่าสีทองมหาศาล ที่จะช่วยเติมเต็มพลังกับร่างกาย จิตใจ และความคิด

 

“เขาเล่าว่า” ภาคใต้

 19. “พระแอด-ปวดหาย” พระกัจจายนะ (พระแอด) วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

พระแอด-ปวดหาย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

เขาเล่าว่า … ที่วัดพระมหาธาตุเมืองนครศรี มีพระศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่ง ที่เชื่อกันว่า ท่านมีอภินิหารบันดาลลูกให้แก่ผู้ที่ไปขอแบบที่ไม่เหมือนใคร ชาวบ้านเชื่อว่าหากใครปวดเมื่อย ปวดเอว ปวดหลัง นำไม้ไปค้ำยันที่ด้านหลังองค์พระ อาการปวดก็จะหายไปอย่างน่าอัศจรรย์

 

20. “ไอ้ไข่ขอได้” ไอ้ไข่วัดเจดีย์ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช

ไอ้ไข่ขอได้ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช

เขาเล่าว่า …“วิญญาณเด็กศักดิ์สิทธิ์” เมื่อเกือบ ๒oo ปี เชื่อกันว่า “ขอได้ไหว้รับ” โดยเฉพาะโชคลาภ และการค้าขาย ที่นี่ไม่มีการโฆษณาใดๆ แต่ทุกคนที่มาเพราะความเลื่อมใสอย่างแท้จริง ทุกวันผู้คนต่างหลั่งไหลไปขอพรไม่ขาดสาย จะเห็นได้ว่าในวัดเต็มไปด้วยสิ่งของที่ผู้เลื่อมใสศรัทธาเอามาแก้บน (รูปปั้นไก่ชน ของเล่นเด็ก และการจุดประทัด) บ่งบอกถึงแรงศรัทธาที่มีต่อไอ้ไข่ และแสดงถึงผลสัมฤทธิ์จากผู้ที่มาขอแล้วได้รับ

 

21. “น้ำตาศักดิ์สิทธิ์” เขาหงอนนาค อ.เมือง จ.กระบี่

น้ำตาศักดิ์สิทธิ์ อ.เมือง จ.กระบี่่

เขาเล่าว่า … ณ ดินแดนอันชวนฝันของนักเดินทางที่ถูกโอบล้อมด้วยวิวพาโนรามาอันสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย แต่ใครเล่าจะรู้ว่า ดินแดนแห่งนี้เป็นจุดจบเรื่องราวความรักของพญานาคจนต้องหลั่งน้ำตาออกมา เกิดเป็นบ่อน้ำเล็กๆ ที่มีน้ำใสไหลตลอดปี ชาวบ้านเชื่อว่า เมื่อได้อธิษฐานขอพรพร้อมทั้งนำน้ำมาลูบหน้า จะสมปรารถนาในสิ่งที่ขอ และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

 

22. “สะพานแห่งความสุข” สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

สะพานแห่งความสุข2 อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

เขาเล่าว่า … บนสะพานที่ถูกขนาบข้างไปด้วยทะเลสาบและเชื่อมระหว่างสองจังหวัด ที่นี่….เป็นสะพานที่เต็มไปด้วยพลัง แห่งความสุข เพราะสองข้างทางคือภาพอันงดงามของวิถีธรรมชาติอันสมบูรณ์และเรียบง่าย…วิวสวยๆ ของทะเลสาบสุดลูกหูลูกตา…วิถีชีวิตควายน้ำ…และนกนานาพันธุ์ แค่ได้ไปเห็นและได้สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดจะช่วยฟอกความรู้สึกเหนื่อยล้าให้แปรเปลี่ยนเป็นพลังแห่งความสุข

 

23. “สันหลังมังกร” หาดสันหลังมังกร จ.สตูล

สันหลังมังกร จ.สตูล

เขาเล่าว่า … ที่เมืองพระสมุทรเทวาอันศักดิ์สิทธิ์ เมื่อน้ำลดเราจะได้เห็นแนวสันทรายคล้ายมังกรโผล่พ้นน้ำทะเล ราวกับมังกรกำลังพลิ้วกายแหวกว่ายอยู่กลางทะเล เมื่อได้เห็น…ให้ไปยืนอยู่บนสันทรายเกล็ดมังกรนี้ แล้วรับพลังบริสุทธิ์จากฮวงจุ้ยแห่งท้องทะเล จะช่วยเติมเต็มพลังกายพลังใจให้กับทุกร่างกายและจิตใจ ที่อ่อนล้าให้กลับมาเข้มแข็งพร้อมสู้ต่อไป

 

24. “อุโมงค์แสงมรกต” ลานแสงมรกต ถ้ำภูผาเพชร อ.มะนัง จ.สตูล

อุโมงค์แสงมรกต

เขาเล่าว่า … ชีวิตคนเราขอเพียงแห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ มันก็เกิดพลังที่จะเดินก้าวต่อไปในชีวิต ในความมืดของถ้ำที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก แต่มีอยู่โถงหนึ่ง ถ้าไปในเวลาที่แสงจากภายนอกทำมุมเข้ามา จะเกิดเป็นถ้ำแสงมรกตให้เห็น เชื่อกันว่า นี่คือแสงปลายอุโมงค์ที่เล่าขานกันมา ใครได้มาเห็นสักครั้ง … ก็จะเกิดพลังชีวิต

 

ขอขอบคุณ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

!cid_B461403530884B47AB619FF70BD993AC@monogeneration

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา