ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

Home / ท่องเที่ยวรอบโลก / ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

กว่าจะเป็นยอคยาการ์ต้า…

ยอคยาการ์ต้า ( Yogyakarta มักจะเรียกว่า จ๊อกจา, ยอคยา) ตั้งอยู่ในตอนกลางของเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นแหล่งสินค้าราคาถูก มี 20 ดอลล่าร์ต่อวัน คุณก็สามารถที่จะหาอาหารอร่อยที่มีชื่อเสียง พร้อมเช่ารถมอเตอร์ไซด์เที่ยวสำรวจชายหาดที่บริสุทธิ์ และชมโบราณสถานต่างๆ ได้รอบเมือง

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

พันกว่าปีที่ผ่านมา, ยอคยาการ์ต้า เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรมาตาราม (Mataram) โบราณ ซึ่งเจริญรุ่งเรืองและมีอารยะธรรมสูง อาณาจักรนี้สร้างวิหารบุโรพุทธโธ (Borobudur) ซึ่งเป็นวัดในพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อ 300 ปีก่อนที่จะสร้างนครวัดในกัมพูชา สร้างพระธาตุอื่นๆ เช่น วัดพรัมบานัน (Prambanan) วัดราตู โบโก (Ratu Boko) และอีกหลายสิบวัดอื่นๆ กระจายอยู่ทั่วยอคยาการ์ต้า

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ลึกลับ อาณาจักรมาตาราม (Mataram) ได้ทำการย้ายศูนย์กลางไปที่ชวาตะวันออกในศตวรรษที่ 10 วัดงดงามจึงถูกทอดทิ้งและถูกฝังอยู่ภายใต้เถ้าถ่านจากการระเบิดของภูเขาไฟเมอราปี (Merapi) และหลังจากนั้น ยอคยาการ์ต้า ก็กลับเข้าไปสู่ยุคมืด

หกร้อยปีต่อมา Panembahan Senopati ได้จัดตั้งอาณาจักรอิสลามมาตาราม (Islamic Mataram) ขึ้นในภูมิภาค และอีกครั้งที่ ยอคยาการ์ต้า ได้กลายเป็นพยานของประวัติศาสตร์มนุษย์แห่งอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่ปกครองบนเกาะชวาและพื้นที่โดยรอบ อิสลามมาตาราม (Islamic Mataram) ได้ทิ้งร่องรอยของซากปรักหักพังของป้อมปราการ ที่ฝังศพ และสุสานหลวงที่โกตาเกอเดะ (Kotagede) ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นที่รู้จักในการเป็นศูนย์หัตถกรรมเงินในยอคยาการ์ต้า

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

ข้อตกลงใน Giyanti 1755 แบ่งอาณาจักรอิสลามมาตาราม (Islamic Mataram) เป็น Kasunanan Surakarta จะตั้งอยู่ในเมืองโซโล (Solo) และ Yogyakarta Sultanate ซึ่งก่อตั้งขึ้นในยอคยาการ์ต้า ในส่วนของพระราชวัง (Kraton) ยังคงมีอยู่จนถึงวันนี้ และทำหน้าที่เป็นที่ประทับของสุลต่านและครอบครัวของ Abdi Dalem (คนรับใช้ในพระราชวัง) หลายร้อยคน ที่นับถือและให้บริการสุลต่านในพระราชวังอย่างสมัครใจ ที่พระราชวังยังมีการแสดงทางวัฒนธรรมหลายอย่างเช่น Wayang kulit (เล่นเงาหุ่นเชิด), มโหรี (gamelan) และชวาเต้นรำ ฯลฯ

ยอคยาการ์ต้า ในปัจจุบันเป็นสถานที่ที่มีพลวัตของประเพณี และมีความทันสมัย​​ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ในเมืองนี้มีพระราชวังที่มีผู้รับใช้ในพระราชวังหลายร้อยคนที่ซื่อสัตย์ มีมหาวิทยาลัย Gadjah Mada ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวบ้านอาศัยอยู่ในแหล่งวัฒนธรรมมีความแข็งแกร่ง ในอีกด้านหนึ่งยังมีนักเรียนที่มีชีวิตความเป็นอยู่ติดกับเทคโนโลยีและความทันสมัยของเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาน มีตลาดแบบดั้งเดิมและศูนย์หัตถกรรมเป็นจำนวนมากในเมือง และห้างสรรพสินค้าซึ่งมีความสมัยใหม่ครบครัน

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

ทางตอนเหนือสุดของยอคยาการ์ต้า จะเห็นภูเขาไฟเมอราปี (Merapi) ยืนตระหง่าอย่างภาคภูมิใจ มีความสูงที่ 10,000 ฟุต ภูเขาไฟแห่งนี้เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ปะทุมากที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย ร่องรอยจากการปะทุของปี 2006 สามารถร่วมเป็นสักขีพยานในหมู่บ้านกาลีอาเดิม ( Kaliadem) ห่างจากเมืองยอคยาการ์ต้า 30 กม. ทัศนียภาพนาข้าวสีเขียวโดยมีพื้นหลังเป็น ภูเขาไฟเมอราปี (Merapi)

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

ทางตอนใต้ของยอคยาการ์ต้า จะพบกับชายหาดมากมาย ชายหาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ ปารังตรีตีส (Parangtritis) กับตำนานของ Nyi Roro Kidul (ราชินีแห่งทิศใต้) แต่ยอคยาการ์ต้า มียังมีหลายชายหาดที่สวยงามตามธรรมชาติใน บริเวณกูนุง กีดูร (Gunung Kidul) ซึ่งมีชายหาดซาเด็ง (Sadeng) ซึ่งเป็นทางผ่านของปากแม่น้ำโบราณของแม่น้ำเบ็นกาวัน โซโล (Bengawan Solo) ซึ่งเป็นทางน้ำที่ไหลแรง สามารถทำให้เส้นทางน้ำไหลขึ้นไปทางทิสเหนือ ของเกาะชวาดังเช่นทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังมีชายหาด ซีอุง (Siung) ซึ่งมี 250 ช่องสำหรับปีนหน้าผา ชายหาดซุนดัก (Sundak) และอื่น ๆ อีกมากมาย

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

ถ้ามาเลเซียมีตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก ยอคยาการ์ต้า มี วัดพรัมบานัน (Prambanan) กับความสูง 47 เมตร และสร้างขึ้นมาด้วยมือกว่า 1,100 ปีก่อน ถ้าสิงคโปร์มีชีวิตที่ทันสมัย​​ ยอคยาการ์ต้าก็มีสังคมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ถ้าประเทศไทยและบาหลีมีชายหาดที่สวยงาม ยอคยาการ์ต้าก็เป็นเจ้าของชายหาดทรายธรรมชาติและภูเขาไฟเมอราปี (Merapi) ซึ่งมีเรื่องราวของพลังแห่งธรรมชาติ

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

 

การเดินทาง สู่ ยอคยาการ์ต้า

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซียโดยเครื่องบิน

  • 2 ชั่วโมงจากสิงคโปร์
  • 2 ชั่วโมงจากมาเลเซีย (กัวลาลัมเปอร์)
  •  1 ชั่วโมงจาก บาหลี
  • 1 ชั่วโมงจาก จาการ์ต้า

โดยรถประจำทาง

จากจาการ์ต้า 12 ชั่วโมง , จากบันดุง 10 ชั่วโมง และจากสุราบายา 8 ชั่วโมง โดยจะไปลงที่สถานที่รถประจำทาง Giwangan ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง

โดยรถไฟ

จาก จาการ์ต้า ไปยอคยาการ์ต้า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-12 ชั่วโมง โดยสถานีรถไฟเมืองยอคยาการ์ต้า ชื่อว่า ตูกู (Tugu)

การเดินทางภายในเมือง

นอกจากแท๊กชี่แล้ว ยังมีรถประจำทางสีเขียว ชื่อว่า Trans Jogja โดยสามารถใช้บริการได้ตั้งแต่ออกจากสนามบิน และ มีจุดจอดมากมายตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

 

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมืองยอคยาการ์ต้า

บุโรพุทธโธ (Borobudur) วัดในพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่เก้า

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

บุโรพุทธโธ (Borobudur) เป็นวัดในพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 9 มีขนาด 123 x 123 เมตร สร้างเสร็จสมบูรณ์เป็นศตวรรษก่อนนครวัดในกัมพูชา

ในวัดแห่งนี้มีภาพพุทธประวัติถึง 1,460 ชิ้น พระพุทธรูป 504 องค์รอบฐานองค์บุโรพุทธโธ หลายล้านคนมีความกระตือรือร้นที่จะเยี่ยมชมบุโรพุทธโธแห่งนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกโลก มันไม่น่าแปลกใจตั้งแต่สถาปัตยกรรมและโครงสร้างของบุโรพุทธโธ ที่ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับพุทธศาสนิกชนกล่าวคำอธิษฐาน ทำให้บุโรพุทธโธ (Borobudur) เป็นที่น่าสนใจ

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

บุโรพุทธโธ (Borobudur) ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์ Samaratungga ซึ่งเป็นหนึ่งของราชอาณาจักรมาตารามเก่า ในราชวงศ์ Sailendra ตามจารึกของ Kayumwungan ในอินโดนีเซีย ที่ชื่อ Hudaya Kandahjaya กล่าวว่า บุโรพุทธโธ (Borobudur) เป็นสถานที่สำหรับสวดมนต์ที่มีความสมบูรณ์ที่สุด สร้างขึ้นเมื่อ 26 พฤษภาคม 824 เกือบ 100 ปี นับจากเวลาที่การก่อสร้างก็เริ่มขึ้น ชื่อของบุโรพุทธโธ (Borobudur) บางคนบอกว่าหมายถึง ภูเขาที่มีระเบียง (budhara) ในขณะที่คนอื่นๆ พูดว่า บุโรพุทธโธ (Borobudur) นั่นหมายความว่า พระอารามในสถานที่สูง

บุโรพุทธโธ (Borobudur) สร้างเป็นอาคารสิบระเบียง ความสูงก่อนที่จะปรับปรุงเป็น คือ 42 เมตร และหลังจากปรับปรุงแล้วเหลือ 34.5 เมตร เนื่องจากระดับต่ำสุดจะต้องใช้เป็นฐาน ฐานหกระเบียงแรกอยู่ในรูปแบบสี่เหลี่ยม สองระเบียงชั้นบนอยู่ในรูปแบบวงกลม และด้านบนเป็นระเบียงที่พระพุทธรูปหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ระเบียงแต่ละขั้นแสดงการเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตมนุษย์ ในวิถีทางเดียวกันกับลัทธิมหายาน โดยทุกคนที่ตั้งใจที่จะเข้าถึงระดับของพระพุทธเจ้าต้องไปผ่านแต่ละขั้นตอนของชีวิตเสียก่อน

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

ฐานของ บุโรพุทธโธ (Borobudur) เรียกว่า Kamadhatu แสดงสัญลักษณ์ของความเป็นมนุษย์ ที่ถูกผูกไว้โดยยังคงแสดงถึงความต้องการทางเพศ บนชั้น แสดงไว้ 4 เรื่อง เรียกว่า Rupadhatu แสดงสัญลักษณ์ของความเป็นมนุษย์ที่มีการตั้งตัวเองเป็นอิสระจากความต้องการทางเพศ แต่ยังคงผูกพันกับรูปร่างหน้าตา บนระเบียงของชั้นนี้ พระพุทธรูปจะอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งในขณะบนระเบียงที่สาม พระพุทธรูปอยู่อยู่ในเจดีย์ทรงคว่ำ มีแสงให้สองผ่านได้ เรียกว่า Arupadhatu แสดงถึงสัญลักษณ์ของมนุษย์ ที่ได้รับอิสระจากความปรารถนารูปร่างและหน้าตา ส่วนบนที่เรียกว่า Arupa แสดงถึงสัญลักษณ์ของนิพพาน ซึ่งเป็นที่ที่พระพุทธะเจ้าพำนักอยู่

ระเบียงแต่ละคนมีภาพแกะสลักที่แสดงเรื่องราวของพุทธประวัติ หรือแสดงลักษณะของชีวิตมนุษย์ แสดงถึงฝีมือประติมากรรมที่แกะสลักไว้อย่างสวยงาม เพื่อให้เข้าใจถึงลำดับของเรื่องราวจะต้องเดินตามเข็มนาฬิกาเริ่มจากทางเข้าวัด ภาพแกะสลักได้บอกเล่าเรื่องราวในตำนานของรามายณะ นอกจากนี้ยังมีภาพแกะสลักที่อธิบายสภาพของสังคมในเวลานั้น เช่น ตัวอย่างของกิจกรรมของเกษตรกร สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของระบบการเกษตร และการแล่นเรือใบ ที่แสดงถึงการเป็นตัวแทนของความก้าวหน้าของการเดินเรือใน Bergotta (Semarang ในปัจจุบัน)

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

ทั้งหมดของภาพแกะสลักที่ บุโรพุทธโธ (Borobudur) แสดงให้เห็นถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า ด้วยเหตุผลนี้เหมาะสำหรับการเรียนรู้และการสร้างความเข้าใจเบื่องต้นทางพุทธศาสนา สำหรับผู้ที่ต้องการที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจทางด้านพระพุทธศาสนา แนะนำว่าให้เดินไปรอบๆ ในแต่ละชั้นของ บุโรพุทธโธ (Borobudur) เพื่อให้รู้และเข้าใจปรัชญาของพุทธศาสนา Atisha พระสงฆ์จากอินเดียได้เดินทางมาเยี่ยมชมบุโรพุทธโธ (Borobudur) ในศตวรรษที่ 3 ที่ถูกสร้างขึ้นก่อนนครวัด ในประเทศกัมพูชาและ 4 ศตวรรษก่อนการสร้าง Cathedrals ในยุโรป

Atisha, มีความประสงค์ที่ต้องการทราบเกี่ยวกับจารึกเรื่องราวหรือข้อมูลในแต่ละภาพแกะสลัก ซึ่งพระ Serlingpa (พระมหากษัตริย์ของ Sriwijaya) ได้ถ่ายทอดให้ Atisha ฟัง หลังจากนั้น  Atisha ก็กลับไปยังอินเดีย เพื่อปรับปรุงคำสอนของพระพุทธเจ้าและได้สร้างสถาบันศาสนาที่ชื่อว่า Vikramasila หลังจากนั้น Atisha ก็กลายเป็นผู้นำทางศาสนา และสอนศาสนาให้กับชาวทิเบตจากการฝึกธรรม จารึก 6 คำสอนของพรุพุทธเจ้าจาก Serlingpa สรุปแล้วเป็นหลักของการเรียนการสอนที่เรียกว่า “แสงไฟสำหรับเส้นทางการตรัสรู้” หรือที่รู้จักกันดีว่าเป็นเส้นทาง Bodhi Pradipa

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

คำถามเกี่ยวกับ บุโรพุทธโธ (Borobudur) ที่ยังหาคำตอบไมได้ ในเรื่องของสภาพพื้นที่รอบๆ ก่อนการค้นพบบุโรพุทธโธ (Borobudur) ว่ามีสภาพเป็นอย่างไร และการค้นพบบุโรพุทธโธ (Borobudur) นั้นอยู่ในสภาพที่ฝังอยู่  บางสมมติฐานบอกว่า บุโรพุทธโธ (Borobudur) ในรากฐานแรกเริ่มถูกล้อมรอบด้วยหนองน้ำ และมันถูกฝังอยู่เพราะจากการระเบิดภูเขาไฟเมอราปี (Merapi) ตามจารึกของ Kolkata จารึกไว้ว่า ‘Amawa’ นั่นหมายความว่าทะเลของนม ในภาษาสันสกฤตถูกนำมาใช้ในการอธิบายถึงการเกิดขึ้นของภัยพิบัติ ทะเลของนมนี่ได้รับการแปลความหมายว่า ลาวาของภูเขาไฟเมอราปี บางท่านบอกว่า บางคนบอกว่า บุโรพุทธโธ (Borobudur) ถูกฝังโดยลาวาเย็นของภูเขาไฟเมอราปี

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

การเดินทางไปบุโรพุทธโธ : สามารถใช้บริการแท๊กซี่ ราคาต่อเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 100,000-150,000 รูเปียร์

หรือใช้บริการจากรถประจำทางโดยนั่ง Trans Jogja ไปที่สถานนี  Jombor ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองหลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นรถบัสประจำทางไปยังบุโรพุทธโธ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 60-90 นาที

ค่าเข้าชม:
US$20/Rp 190,000 สำหรับผู้ใหญ่ ชาวต่างชาติ
US$10/Rp 95,000 สำหรับเด็ก หรือ นักศึกษา ที่ได้รับการรับรองแล้วจาก ISIC
Rp 30,000 สำหรับชาวอินโดนีเซีย และผู้ถือบัตรอณุญาตทำงานในประเทศอินโดนีเซีย

เวลาเข้าชม : 06.00 น. -17.00 น.

 

 

พรัมบานัน (Prambanan) วัดฮินดูสวยที่สุดในโลก

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

พรัมบานัน (Prambanan) เป็นอาคารที่สวยงามสร้างขึ้นในศตวรรษที่สิบ ในช่วงรัชสมัยของกษัตริย์สององค์ คือ Rakai Pikatan และ Rakai Balitung มีความสูง 47 เมตร (สูงกว่าบุโรพุทธโธ 5 เมตร) พรัมบานัน (Prambanan) ผู้ก่อสร้างต้องการสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงชัยชนะของชาวฮินดูในเกาะชวา พรัมบานัน (Prambanan) ห่างจากตัวเมืองยอคยาร์ต้าประมาณ 17 กิโลเมตร

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

พรัมบานัน คือ เทวสถานในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ในเขตชวากลาง ห่างจากเมืองยอกยาการ์ตา ไปทางตะวันออกประมาณ 18 กิโลเมตร ตัววัดนั้นสร้างขื้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1390 แต่หลังจากสร้างเสร็จได้ไม่นานตัววัดก็ถูกทอดทิ้ง และถูกปล่อยให้ทรุดโทรมตามกาลเวลา จนเมื่อถึงปี พ.ศ.2461(ค.ศ. 1918) จึงได้มีการเริ่มบูรณะวัดขึ้นมาการบูรณะของสิ่งก่อสร้างหลักสิ้นสุดลง เมื่อปี พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) ในปัจจุบันพรัมบานันถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลก และนับได้ว่าเป็นหนึ่งในศาสนสถานในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ตัววัดโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและความใหญ่โตของปรางค์ซึ่งมีความสูงถึง 47 เมตร ตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับเจดีย์ปรัมบานันกล่าวไว้ดังนี้

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นปรัมบานัน บนเกาะชวา มีอาณาจักรอินดู ที่มีอำนาจอยู่ 2 แห่งคือ อาณาจักรเปิงกิงและอาณาจักรโบโก อาณาจักรเปิงกิงเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรื่อง และมีความอุดมสมบูรณ์ปกครองโดยกษัตริย์ที่ฉลาดหลักแหลมผู้มีนามว่า ปราบู ดามาร์ โมโย ซึ่งมีโอรสเพียงองค์เดียวนามว่า เจ้าชาย ระเด่น บันดุง บอนโดโวโซ ส่วนอาณาจักรโบโก ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของณาจักรเปิงกิง ปกครองโดยพระเจ้าปราบู โบโก ผู้ยะโสโอหังและโหดเหี้ยมดังยักษ์มารชอบกินเนื้อมนุษย์เป็นอาหาร พระเจ้าปรา บู โบโก มีราชธิดาผู้มีความงดงามราวกับเทพธิดาจากสรวงสวรรค์นามว่าเจ้าหญิงโลโร จองกรัง

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

พระเจ้าปราบู โบโก มีความต้องการที่จะรุกรานและยึดอาณาจักรเปิงกิงไว้ในอำนาจ จึงสมคบคิดกับอำมาตย์คู่ใจผู้โหดเหี้ยมไม่ต่างกันชื่อว่า อำมาตย์กูโปโล ทำการเกณฑ์ชายหนุ่มมาฝึกให้เป็นไพร่พลทหาร และระดมทรัพย์สินของชาวบ้านเพื่อใช้ในการทำสงคราม

เมื่อเตรียมการจนพร้อมสรรพแล้ว จึงยกทัพเข้ารุกรานอาณาจักรเปิงกิง สงครามที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายแก่ทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชาวเมืองเปิงกิง ต้องทนทุกข์ทรมารกับความยากจนและหิวโหย เมื่อพระเจ้าดามาร์ โมโย รับรู้ถึงความลำบากของประชาชน จึงมีรับสั่งให้เจ้าชายระเด่นบันดุงยกทัพเข้าต่อสู้กับพระเจ้าปราบูโบโกด้วยเหตุที่เจ้าชายระเด่นบันดุงเป็นผู้มีฤทธิ์เดช จึงสามารถสังหารพระเจ้าปราบูโบโกลงได้ อำมาตย์กูโปโลเมื่อเห็นกษัตริย์ของตนถูกสังหารจึงถอยทัพกลับเข้าเมือง พร้อมทั้งแจ้งกับเจ้าหญิงโลโรว่า พระราชบิดาของนางได้ถูกสังหารโดยเจ้าชาย ระเด่นบันดุง ทำให้เจ้าหญิงโลโร เสียใจเป็นอย่างมาก

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

หลังจากมีชัยชนะต่อพระเจ้าปราบูโบโก เจ้าชายระเด่นบันดุง ก็ยกทัพติดตามอำมาตย์กูโปโลไปจนถึงในเมือง เมื่อพบเห็นเจ้าหญิงโลโร ผู้งดงามราวกับนางฟ้า ก็เกิดหลงรักอยากจะรับนางเป็นภรรยา แต่เจ้าหญิงโลโร ไม่ต้องการเนื่องจากเจ้าชายระเด่น บันดุงเป็นผู้ที่สังหารบิดาของตน จึงกำหนดเงื่อนไขขึ้นมาสองข้อ หากเจ้าชายสามารถทำตามเงื่อนไขนางจึงจะยอมแต่งงานด้วย เงื่อนไขข้อแรก คือ ให้ขุดสระน้ำขนาดใหญ่ภายหลังได้ชื่อว่า ซูมูร์ จาลาตุนดา (sumur Jalatunda) เงื่อนไขที่สอง คือ จะต้องสร้างเจดีย์ 1,000 องค์ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งคืน เจ้าชายระเด่น บันดุงก็รับเงื่อนไขทั้งสองของนาง

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

เจ้าชายระเด่นบันดุง จึงสั่งการให้สร้างสระน้ำจนเสร็จอย่างรวดเร็ว แล้วจึงเชิญให้เจ้าหญิงโลโร ให้มาตรวจดู เมื่อมาถึงสระน้ำเจ้าหญิงโลโร ก็ออกอุบายให้เจ้าชายลงไปว่ายน้ำให้ดู แล้วแอบสั่งให้อำมาตย์กูโปโลนำก้อนหินมาถม เพื่อฝังร่างเจ้าชายระเด่นบันดุง ไว้ใต้สระน้ำ แต่เจ้าชายระเด่นบันดุง สามารถร่ายคาถาป้องกันตนเอง และหนีออกมาจากสระได้ได้อย่างปลอดภัย แล้วกลับไปหาเจ้าหญิงโลโร ด้วยความโกรธแค้น แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าอันงดงามของเจ้าหญิงก็ ทำให้คลายความโกรธลงเจ้าหญิงโลโร จึงทวงสัญญาข้อที่สองที่ให้เจ้าชายระเด่น บันดุง สร้างเจดีย์ 1,000 องค์ ให้เสร็จภายในคืนเดียว เจ้าชายจึงร่ายมนต์เรียก เหล่าภูติผีปีศาจ ให้มาช่วยสร้างเจดีย์ให้ทันเวลา แต่เจ้าหญิงโลโร ไม่ต้องการแต่งงาน กับเจ้าชายระเด่นบันดุง จึงสั่งให้นางกำนัลทั้งหลายนำฟางข้าวไปเผาทางทิศตะวันออก เพื่อให้ท้องฟ้ามีสีแดงสว่างเหมือนกับเวลารุ่งเช้า เพื่อทำให้ไก่ขันเหล่าภูติผีปีศาจปีศาจ เมื่อเห็นว่าถึงเวลารุ่งเช้าแล้ว จึงหยุดการทำงานแล้วกลับไปรายงานเจ้าชายระเด่นบันดุงว่า ไม่สามารถสร้างเจดีย์ 1,000 องค์ ให้เสร็จทันเวลาได้ แต่ได้สร้างเสร็จไปแล้ว 999 องค์ ยังขาดแค่เพียงองค์เดียวเท่านั้น

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

เจ้าชายระเด่นบันดุง รับรู้ด้วยญาณได้ว่าที่จริงแล้ว ยังไม่ครบกำหนดเวลาหนึ่งคืน แต่เป็นเพราะอุบายของเจ้าหญิงโลโร แต่ก็เรียกให้เจ้าหญิงโลโรมาตรวจนับเจดีย์ทั้งหมด เจ้าหญิงจึงแจ้งว่าเจดีย์ที่สร้างขึ้นไม่ครบตามสัญญาเพราะมีเพียง 999 องค์ ดังนั้นนางจึงไม่ต้องแต่งงานด้วย เจ้าชายระเด่นบันดุง รู้สึกโกรธมากที่เจ้าหญิงโลโร ไม่ยอมรับการขอแต่งงานของพระองค์ แถมยังออกอุบายเพื่อทำร้ายและกลั่นแกล้งต่างๆ เพื่อไม่ให้เจ้าชายทำตามเงื่อนไขได้จึงประกาศวาจาสิทธิ์ว่า

“โลโร จองกรัง เอ๋ย! เจดีย์ที่ขาดอยู่อีก 1 องค์ มันก็คือ ตัวเจ้าเองอย่างไรเล่า”

เมื่อสิ้นคำวาจาสิทธิ์ร่างของเจ้าหญิงโลโร จองกรัง ก็เปลี่ยนไปกลายเป็นรูปปั้นหิน อีกทั้งบรรดานางกำนัลก็ต้องคำสาปให้เป็นสาวแก่ดูแลเจดีย์ไปจนสิ้นชีวิต

ด้วยเหตุนี้คนในยุดก่อนจึงมีความเชื่อว่า หากใครพาคู่รักมาที่เจดีย์ปรัมบานันแห่งนี้ ความรักของทั้งคู่ก็จะสิ้นสุดลง

พรัมบานัน หรือ จันดีโลโลจงกรัง เป็นวัดในศาสนาฮินดูที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย สร้างขึ้นในราชวงศ์สัญชัย ซึ่งนับถือศาสนาฮินดูในราวพุทธศตวรรษที่ 15 เทวาลัยประธานนั้น ประกอบด้วยเทวาลัยจำนวน 8 หลัง สร้างขึ้นอุทิศให้กับตรีมูรติ โดยเทวาลัย 8 หลัง เทวาลัยประธานจำนวนสามหลัง สร้างอุทิศให้กับตรีมูรติ อันได้แก่ เทวาลัยหลังกลางอุทิศให้กับพระศิวะ เทวาลัยหลังทิศเหนืออุทิศให้กับพระวิษณุ และเทวาลัยหลังทิศใต้อุทิศให้กับพระพรหม ส่วนเทวาลัยด้านหน้าอีกสามหลัง นั้นเป็นเทวาลัยที่สำหรับพาหนะของเทพเจ้าทั้งสาม อันได้แก่ โคนนทิ ครุฑและหงส์ ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังมีเทวาลัยอีกสองหลังเล็กขนาบทั้งสองด้าน เทวาลัยหลังเล็กนี้คงสร้างขั้นเพื่ออุทิศให้กับพระสูรยะและพระจันทร์

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

การเดินทาง : จากถนนมาลิโอโบร ใช้บริการ Tran Jogja หมายเลข 1A ราคาประมาณ 3000 รูเปียร์ เที่ยวแรกเริ่มตอน 06.00 น. และมีทุกๆ 20 นาที หรือใช้บริการ รถแท๊กซี่ ต่อเที่ยวประมาณ 60,000 รูเปียร์

ค่าเข้าชม : สำหรับชาวอินโดนีเซีย $4, ชาวต่างชาติ US$18 (162,000 Rp.) หรือ US$9 (81.000 Rp.) สำหรับนักเรียนที่ได้รับการรับรองมาจาก ISIC

เวลาเข้าชม : 06.00-18.00 น.

 

วัดเมินดุด (MENDUT TEMPLE)

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

วัดเมนดุด จะเก่าแก่กว่า บุโรพุทธโธ (Borobudur) โดยภาพแกะสลักจะกล่าวถึงเรื่องราวของพระพุทธศาสนา ตั้งอยู่ห่างจากบุโรพุทธโธ (Borobudur) ไปทางทิศตะวันออก 3 กิโลเมตร เป็นวัดในพุทธศาสนาที่สร้างขึ้นในปี 824 โดยกษัตริย์ Indera ของ ราชวงศ์ Sailendra ภายในมีรูปปั้นขนาดใหญ่ 3 ชิ้น ได้แก่

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

  1. พระศักยมุนี นั่งในท่าขัดสมาธิ โดยมืออยู่ในท่าหมุนพระธรรมจักร
  2. พระอวโลกิเตวรา เป็นสัญลักษณ์ของผู้ช่วยเหลือสัตว์มนุษย์ สวมมงกุฎ ถือดอกบัวสีแดงวางลงบนฝ่ามือ
  3. พระศรีอริยเมตไตร พระผู้ช่วยให้รอด

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

สถาปัตยกรรมของวัดเมนดุด เป็นสี่เหลี่ยมและมีประตูทางเข้าเป็นขั้นบันได ระเบียงละหลังคาก็เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม

การเดินทาง: ใช้บริการ Trans Jogya ไปยังสถานี Jombor ซึ่งอยู่ทางทิสเหนือของเมือง ราคาประมาณ 3,000 รูเปียร์ หลังจากนั้นเปลี่ยนรถ เพื่อเดินทางไปยัง วัดเมินดุด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 60-90 นาที ราคาอยู่ที่ 10,000-15,000 รูเปียร์

เวลาเข้าชม : 07.00-18.00 น.

ค่าเข้าชม :
ชาวอินโดนีเซีย 1,800 รูเปียร์ สำหรับ ชมทั้ง เมินดุดและพาวอน
ชาวต่างชาติ 3,300 รูเปียร์ สำหรับ ชมทั้ง เมินดุดและพาวอน

 

วัดพาวอน (PAWON TEMPLE)

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

วัดพาวอน เป็นหนึ่งในวัดทางพระพุทธศาสนา และห่างครึ่งกิโลเมตร ไปทางทิศตะวันตกจากวัดเมนดุด และไปทางทิศตะวันออกจากบุโรพุทธโธ รายละเอียดของประติมากรรมในวัดพาวอน เป็นจุดเริ่มต้นของประติมากรรมของบุโรพุทธโธ

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

วัดพาวอน ไม่ใช่สถานที่สำหรับฝังศพ แต่เป็นสถานที่สำหรับเก็บอาวุธของพระกษัตริย์ Indra ที่ชื่อว่า Vajramala วัดนี้สร้างขึ้นด้วยหินภูเขาไฟ สถาปัตยกรรมเป็นการการผสมผสานของศาสนาฮินดูเก่าของชวาและศิลปะอินเดีย วัดพาวอนเป็นจุดกลางของเส้นตรงทอดยาวจาก บุโรพุทธโธ ไปยังวัดเมนดุด

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

การเดินทาง : ใช้บริการ Trans Jogya ไปยังสถานี Jombor ซึ่งอยู่ทางทิสเหนือของเมือง ราคาประมาณ 3,000 รูเปียร์ หลังจากนั้นเปลี่ยนรถ เพื่อเดินทางไปยัง วัดเมินดุด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 60-90 นาที ราคาอยู่ที่ 10,000-15,000 รูเปียร์

เวลาเข้าชม : 07:00 – 18:00น.

ค่าเข้าชม :
ชาวอินโดนีเซีย 1,800 รูเปียร์ สำหรับ ชมทั้ง เมินดุดและพาวอน
ชาวต่างชาติ 3,300 รูเปียร์ สำหรับ ชมทั้ง เมินดุดและพาวอน

 

วัดเพลาซาน (PLAOSAN TEMPLE)

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

วัดเพลาซาน ถูกสร้างโดย Rakai Pikatan โดยสร้างให้กับภรรยาของพระองค์ นามว่า Pramudya Wardani เมื่อเทียบกับวัดอื่นๆ แล้วจะเป็นวัดคู่และมีระเบียงที่เป็นพื้นผิวเรียบ ภายในวัดจะมีประติมากรรมของ พระวัชรปาณีโพธิสัตว์, พระอมิตาภพุทธะ และพระปารมิตา

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

วัดเพลาซาน ประกอบด้วยกลุ่มวัด 2 กลุ่มคือ ทางทิศเหนือ และทางทิศใต้ กลุ่มวัดทางทิศเหนือมีลักษณะเป็นลานกว้างล้อมรอบด้วยกำแพง และมีประตูทางเข้าอยู่ทางด้านทิศตะวันตก ส่วนตรงกลางของลาน เป็นที่ตั้งขององค์ปราสาท กว้าง 21.62 เมตร ยาว 19 เมตร ทางทิศตะวันออกขององค์ปราสาท เป็นที่ตั้งของแท่นบูชาชื่อว่า แท่นบูชาทิศเหนือ แท่นบูชาทิศตะวันออก และแท่นบูชาทิศใต้ รูปภาพของพระอมิตาภพุทธะ, พระรัตนสัมภวะพุทธะ, พระไวโรจนะพุทธ และพระอักโษภยะพุทธะ ประดิษฐานอยู่บนแท่นทางทิศตะวันออก Samantabadhara และ Ksitigarba ประดิษฐานอยู่บนแท่นทางทิศตะวันเหนือ ในขณะที่ Manjusri ประดิษฐานอยู่บนแท่นทางทิศตะวันตก

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

กลุ่มวัดเพลาซาน ทางทิศใต้มีองค์ประสาทอยู่ตรงกลางลานเช่นเดียวกัน และมีวัดขนาดเล็กล้อมรอบอีก 8 องค์ โดยแบ่งออกมาเป็น 2 แถว แต่ละแถวมี 4 องค์ปราสาท

การเดินทาง : จากพรัมบานัน ใช้ประตูทางออกทางทิศเหนือ และเดินไปเรื่อยๆทางทิศตะวันออก ประมาณ 2 กิโลเมตร ระหว่างจะเป็นทุ่งนาและชนบท

ค่าเข้าชม : ประมาณ 5,000 รูเปียร์

เวลาเข้าชม : ไม่ระบุ

 

ชายหาดปารังตรีตีส (PARANGTRITIS BEACH)

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

ชายหาด ปารังตรีตีส เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดสำหรับการเพลิดเพลินกับพระอาทิตย์ตกดิน ในขณะที่มีเนินทรายซึ่งเป็นสิ่งมหัสจรรย์ทางธรรมชาติ ที่เกิดจากเถ้าถ่านจากภูเขาไฟเมอราปี ตั้งอยู่ 27 กม. ทางทิศใต้ของยอคยาการ์ต้า และสามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยการนั่งรถสาธารณะ จนกระทั่งถึงเวลา 17.00 นาฬิกา เช่นเดียวกับยานพาหนะส่วนตัว ช่วงบ่ายก่อนพระอาทิตย์ตกดินเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะเยี่ยมชมชายหาด แต่ถ้ามาถึงเร็วก็สามารถไปเที่ยวที่หาผา Gembirawati ซึ่งอยู่ทางด้านหลังของหาดแห่งนี้ จากจุดนั้นเราสามารถมองเห็นพื้นที่ทั้งหมดของชายหาดปารังตรีตีส และทะเลทางทิศทิศใต้

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

หลายคนไม่ทราบว่าทางด้านตะวันออกของหน้าผา มีซากวัดหลบซ่อนอยู่ ซึ่งแตกต่างจากวัดอื่น ๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขา เพียงไม่กี่ร้อยเมตรจากขอบของชายหาดปารังตรีตีส

ชายหาด ปารังตรีตีส มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับตำนานของ Ratu Kidul (ราชินีแห่งทิศใต้) คนชวาหลายคนเชื่อว่าชายหาดปารังตรีตีส เป็นประตูของอาณาจักรที่มีมนต์ขลังของ Ratu Kidul ซึ่งเป็นผู้ควบคุมทะเลทางทิศใต้

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

การเดินทาง : ใช้บริการ Transjogja ไปที่สถานที่ Giwangan ประมาณ 3,000 รูเปียร์ หลังจากนั้น เปลี่ยนรถ เพื่อเดินทางไปยังชายหาด ราคาประมาณ 10,000 รูเปียร์

 

กาลีอาเดิม (KALIADEM) หมู่บ้านที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟเมอราปีชัดเจนและใกล้ที่สุด

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

หลายคนบอกว่าเวลาที่ดีที่สุด ที่จะเพลิดเพลินกับความงามของภูเขาไฟเมอราปี คือในตอนเช้า ประมาณ 7 โมง ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่หมอกลงปกคลุมภูเขาไฟแห่งนี้ เป็นพื้นที่อากาศหนาวเย็นบนเนินภูเขาไฟ ห่างจากตัวเมืองยอคยากร์ต้า ประมาณ 25 กิโลเมตร ไปทางทิศเหนือ ใช้เส้นทางถนน Maguwo เพราะเส้นทางนี้มีทุ่งนาข้าวสวยงามมากกว่าถนน Kaliurang สภาพอากาศที่สดชื่นผ่านเข้ามาในรถทางหน้าต่าง ที่เปิดอยู่และเราสามารถลมหายใจเอากลิ่นของฟางข้าว เช่นเดียวกับกลิ่นของหญ้าหลังจากโดนน้ำฝน ชาวบ้านเริ่มที่จะออกไปหาหญ้าเพื่อเลี้ยงปศุสัตว์ของพวกเขา

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

นักโบราณคดีบางท่านกล่าวว่า อาจจะเป็นเพราะการระเบิดภูเขาไฟเมอราปี ที่ทำให้อาณาจักรมาตาราม ย้ายไปอยู่ในชวาตะวันออก เมื่อศตวรรษที่ 10 เพราะเมื่อเกิดการปะทุขึ้น ควันร้อน 800-1000 องศาเซลเซียส จะเลื่อนลงด้วยความเร็วถึง 70 กม. / ชม. การปะทุในปี 1930, ควันร้อนจากการระเบิดของภูเขาไฟเมอราปี ทำลายป่า 13 หมู่บ้านและชาวบ้าน 1,400 คน ในทันที

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

การระเบิดเป็นครั้งสุดท้าย ในปี 2006 ลาวาหลายล้านลูกบาศก์ที่ออกมาจากปล่องภูเขาไฟ ทะลักออกมาผ่านแม่น้ำ Gendol และแม่น้ำ Krasak โดยร่องรอยของความเสียหายยังคงมีให้เห็นอยู่ในปัจจุบันที่หมู่บ้านแห่งนี้ ก่อนที่จะเกิดการระเบิดของภูเขาไฟเมอราปี หมู่บ้านแห่งนี้จะเต็มๆ ไปด้วยป่าสน แต่ตอนนี้มันเต็มไปด้วยหินทราย, หินและวัตถุอื่นๆ ที่ออกจากจากปากปล่องภูเขาไฟ ทางด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้านมีที่กำบังสำหรับชาวบ้าน แต่ถูกปกคลุมด้วยวัตถุภูเขาไฟครอบคลุมหนาถึง 3 เมตร ในการระเบิดครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ 2 ท่าน ซึ่งกำลังเข้ามาช่วยชาวบ้านที่หลบอยู่ในหลุมหลบภัย

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

การเดินทาง : จะไม่มีรถสาธารณะบริการไปถึง กาลีอาเดิม ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการเช่ารถจากในเมืองยอคยาการ์ต้า ห่างจากตัวเมืองยอคยาการ์ต้า 30 กิโลเมตร และห่างตัวสวนสาธารณะ Kaliurang ประมาณ 5 กิโลเมตร

ค่าเข้าชม : 5,000 รูเปียร์ต่อท่าน

 

โกตา เกอเดะ (KOTAGEDE) อาณาจักรมาตาราม ในศตวรรษที่ 16

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

โกต้า เกอเดะ (Kota Gede) บางครั้งจะเรียกว่าเป็นเมืองหลวงเก่า เพราะครั้งหนึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นอาณาจักรของอิสลามมาตาราม ก่อนหน้านี้สถานที่แห่งนี้เป็นป่าที่เรียกว่า Mentaok Alas ถูกเรียกโดยสุลต่าน Panembahan Senopati Pajang กษัตริย์แห่งอาณาจักรฮินดูในชวาตะวันออก

ในปี 1575 สุลต่าน Panembahan Senopati ได้กลายเป็นกษัตริย์ของอาณาจักรมาตารามองค์แรก เป็นผู้สร้างเมืองแห่งนี้ จนได้กลานมาเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมาตารามในปี 1640 หลังจากนั้น กษัตริย์ของอาณาจักรมาตารามองค์ที่ 3 ที่ชื่อว่า Sultan Agung ได้ย้ายเมืองหลวงไปที่ Kerto เมืองหลวงแห่งใหม่นี้อยู่ทางทิศตะวันตกของโกตา เกอเดะ ไป 6 กิโลเมตร หลังจากย้ายไปแล้ว สิ่งก่อสร้างหรือสถาปัจยกรรมต่างๆ ได้ถูงทิ้งให้รกร้างอยู่ที่โกตา เกอเดะแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นหลุมฝังศพของกษัตริย์ Senopati ท้องพระโรงหลวง สระอาบน้ำ มรดกที่ถือว่าสำคัญที่ยังมีอยู่ และยังสามารถใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน คือ มัสยิดโกตา เกอเดะ ประมาณ 200 เมตร ห่างจากตลาดพื้นเมืองไปทางทิศใต้ โดยเปิดให้เข้าชม ทุกวันจันทร์และวันพุธ เริ่มจากเวลา 10.00-12.00 น. และวันศุกร์ เวลา 13.00-15.00 น. ผู้เข้าชมจะต้องสวมใส่ชุดชวา แบบบาติก หรือสามารถเช่าได้ในบริเวณนั้น นอกจากนั้นยังสามารถพบกับตึกเก่าแก่ บ้านของคนพื้นเมือง (Kalang) โดยชาวบ้านบริเวณนั้นจะประกอบอาชีพแกะสลักไม้และทอง พวกเขามาจาก อาณาจักรฮินดูมัชปาหิต ในชวาตะวันออกของบาหลี

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

ปี 1700 หมู่บ้าน Kalang ได้กลายเป็นหมู่บ้านที่ร่ำรวย เนื่องจากการประกอบอาชีพดังกล่าว พวกเขาสร้างบ้านในรูปแบบชวาฮินดู หลังจากนั้นในช่วงปี 1800-1900 ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการสร้างบ้าน โดยรวมสถาปัตยกรรมบ้านแบบชวา (Joglo) โดยใช้ในการก่อสร้างมัสยิด และเครื่องประดับแบบอาหรับ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญได้เกิดขึ้นในช่วงปี 1920-1930 เมื่อหมู่บ้าน Kalang ได้ถูกครอบครอง หรือถูกยึดครองโดยชาวดัตช์ ในระยะเวลานั้น หมู่บ้าน Kalang ได้มีสถาปัตยกรรมใหม่เกิดขึ้น เรียกว่า European Baroque ซึ่งปัจจุบันยังคงมีเหลือให้เห็นอยู่ที่บ้านของครอบครัว Pawiro Sentiko

บ้านของชาวบ้านในบริเวณ โกตา เกอเดะ เราจะเรียกว่า “Village Square” โดยบ้านจะถูกสร้างขึ้นบริเวณที่แคบๆ ถนนเข้าหมู่บ้านหรือซอยจะแคบมาก โดยหลังคาจะชิดกันมากหรือบ้างบ้านจะทับซ้อนกันเลยทีเดียว และในบริเวณโกตา เกอเดะ จะพบกับช่างทำเครื่องเงินมากมาย และมีชื่องเสียงมาก หากไปท่องเที่ยวในบริเวณโกตา เกอเดะ ก็จะได้พบกับตลาดพื้นบ้าน

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

โดยระบบเมืองของอาณาจักรชวา มักจะอยู่ในลักษณะของวัง และมีตลาดในแนววางตัวทิศใต้ ทอดยาวไปทางทิศเหนือ จากหนังสือ Nagarakertagama ซึ่งกล่าวถึงสมัยอาณาจักรมัชปาหิต หรือในศตวรรตที่ 14 จนกระทั่งถึงสมัย Panembahan และจนถึงปัจจุบัน กล่าวว่ารูปแบบเมืองแบบนั้นยังคงเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งของตลาด หรือการวางรูปแบบของตลาดและวัง หากใครที่ต้องการค้นหาโกตา เกอเดะ จะต้องเริ่มจากตลาดพื้นเมืองแห่งนี้และเดินต่อไปทางทิศใต้ ก็จะพบกับสุสาน ซากปรักหักพังของป้องปราการและกำแพงที่ปกคลุมด้วยต้นไทร

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

สุสานบรรพบุรุษของอาณาจักมาตาราม เดินไปทางทิศใต้ของโกตา เกอเดะ ประมาณ 100 เมตรจากตลาดพื้นเมือง จะพบกับสุสานของบรรพบุรุษมาตาราม ซึ่งห้องล้อมไปด้วยกำแพงสูงและแข็งแรง สถาปัตยกรรมเป็นแบบฮินดู มีลายแกะไม้ด้วยไม้ที่สวยงาม และจะมีผู้ดูแลสถานที่แห่งนี้ด้วยการแต่งกายแบบชวาตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง เราจะต้องเดินทาง 3 ส่วน ด้วยกันกว่าจะถึงสุสานหลวง และก่อนเข้าสุสานหลวงเราจะต้องสวมชุดชวาเสียก่อนเพื่อแสดงถึงการเคารพต่อสถานที่และเคารพต่อบรรพบุรุษ นักท่องเที่ยวอนุญาตให้เข้าสุสานหลวงแห่งนี้ได้ในวันอาทิตย์ วันจันทร์ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์ เวลา 08.00-16.00 น. และไม่อนุญาตให้มีการถ่ายรูปแต่ประการใด หรือสวมใส่เครื่องประดับที่ประกอบด้วยทอง

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

มัสยิดโกตา เกอเดะ ซึ่งถือว่าเป็นมัสยิดที่เก่าแก่สุดของเมืองยอคยาการ์ต้า ตั้งอยู่ก่อนที่จะถึงสุสานหลวง

บ้านพื้นเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือก่อนที่จะเข้าไปสุสานหลวง หรือเดินไปอีก 50 เมตรไปทางทิศใต้ ก็จะพบกับบ้านเก่าแก่ในรูปแบบชวาโกตา เกอเดะ ซึ่งมีที่เดียว

การเดินทาง : ใช้บริการรถสาธารณะ Transjogja สาย 3A หรือ 3B ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ห่างจากเมืองยอคยากร์ต้า 10 กิโลเมตร

 

ปราสาทสวนน้ำ (TAMAN SARI WATER CASTLE) กับความงดงามและเต็มไปด้วยความลี้ลับ

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

ชื่อของ Taman Sari มาจากภาษาชวา โดยคำว่า taman หมายถึง สวน หรือสวนสาธารณะ และ sari หมายถึง ความสวยงาม หรือดอกไม้ ดังนั้น ชื่อของ Taman Sari จึงหมายถึง สวนแห่งความสวยงามที่เต็มไปด้วยกลิ่นของดอกไม้ และ คำอธิบายอันเก่าที่หมายถึง ปราสาทน้ำนั้น (water castle –ภาษาดัชท์ เขียนว่า waterkasteel) อาจหมายถึง การปิดประตูทางน้ำ เพื่อป้องการน้ำท่วมหรือป้องกันน้ำเข้ามา โดยมีกำแพงสูงล้อมรอบ

การก่อสร้างปราสาทสวนน้ำ เริ่มตั้งแต่สมัย Sultan Hamengkubuwono I (1755–1792) หรือ สุลต่านองค์แรกของเมืองยอคยาการ์ต้า และเสร็จสิ้นในสุลต่านองค์ที่ 2 Sultan Hamengkubuwono II แต่ก่อนหน้านั้นสถานที่แห่งนี้ได้รู้จักกันในนาม Pacethokan Spring หรือ ที่สำหรับอาบน้ำ มาตั้งแต่สมัย Sunan Amangkurat IV (1719–1726)

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

ผู้อำนวยการก่อสร้างปราสาทสวนน้ำแห่งนี้ คือ Tumenggung Mangundipura โดยท่านได้เรียนรู้เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมยุโรปจากเมือง Batavia ซึ่งท่านได้เดินทางไปที่นั้น เพื่อทำการศึกษาถึง 2 ครั้ง นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมปราสาทสวนน้ำ ถึงต้องเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรป

ปราสาทสวนน้ำ ได้สร้างขึ้นหลังจากสนธิสัญญา Giyanti สิ้นสุดลงในสมัยสุลต่าน Sultan Hamengkubuwono I ปราสาทสวนน้ำประกอบไปด้วย 59 อาคาร รวมถึง มัสยิด ห้องสำหรับทำสมาธิ สระว่ายน้ำ สวนน้ำ 18 จุด และศาลารอบๆ ทะเลสาปเทียม ปราสาทแห่งนี้ถูกใช้งานได้จริงระหว่างปี 1765-1812

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

อังกฤษได้เข้ายึดครองเมืองยอคยาการ์ต้า และได้เห็นปราสาทสวนน้ำแห่งนี้บางส่วนพังทลาย และเสียหายเป็นอย่างมากในปี 1812 การบูรณะปฎิสังขรปราสาทสวนน้ำได้หยุดลงชั่วขณะ ในตอนที่สุลต่าน Hamengkubuwono I เสียชีวิต อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าการบูรณะค่อนข้างยุ่งยากเกี่ยวกับกับระบบไฮโดรลิก สวนดอกไม้ถูกละทิ้งและบางอาคารได้รับผลกระทบมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1825-1830 ประกอบกับในปี 1867 ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง ทำให้บางคารได้พังลงมา และระบบระบายน้ำรอบปราสาทเกิดรอยรั่ว เมื่อเวลาผ่านไป ได้มีผู้คนเข้ามาตั้งถื่นฐานอยู่ภายในปราสาทสวนน้ำแห่งนี้ ในช่วงต้นปี 1970 การพยายามฟื้นฟูได้เริ่มต้นขึ้น มีเพียงเฉพาะที่สำหรับอาบน้ำเท่านั้นที่สามารถบูรณะเสร็จสมบูรณ์

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

ปราสาทสวนน้ำ ได้แบ่งออกเป็น 4 ส่วนด้วยกัน คือ ส่วนที่ 1 ทะเลสาป Segaran อยู่ทางทิศตะวันตก ส่วนที่ 2 ที่สำหรับอาบน้ำ อยู่ทางทิศใต้ของทะเลสาป Segaran เรียกว่า Umbul Binangun ส่วนที่ 3 ได้สูญหายไปแล้ว คือ สระ Pasarean Ledok Sari และ สระ Garjitawati ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของที่อาบน้ำ ส่วนที่ 4 อยู่ทางทิศตะวันออก ของส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 ค่อนข้างห่างไปทางทิศตะวันออกไปทางทิสตะวันออกเฉียงใต้ของอาคาร Magangan

ทะเลสาปเทียม Segaran อยู่ที่ตัวอาคารหลักของปราสาทสวนน้ำ ซึ่งอาคารนี้ประกอบด้วยสระที่สร้างด้วยมือของมนุษย์ เรียกว่า Segaran แปลว่า “ทะเล” บางอาคารตั้งอยู่ตรงกลางของทะเลสาปเทียมเป็นเกาะเทียม ตัวอาคารเชื่อมต่อกับอุโมงค์ใต้น้ำ ซึ่งเป็นทางเรือสำหรับครอบครัวของสุลต่านเดินทางมายังปราสาทสวนน้ำแห่งนี้ ปัจจุบัน ทะเลสาปเทียม Segaran ไม่สามารถมองเห็นได้อีกต่อไป และน้ำได้รับการระบายน้ำออกไปหมดแล้ว และทะเลสาบเตียง (Lake bed) ได้กลายไปเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ส่วนอุโมงค์ใต้น้ำซึ่งอยู่ใต้ดิน หลังจากระบายน้ำออกไปหมดแล้วยังคงมีอยู่และสามารถเข้าถึงได้

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

ตรงกลางของทะเลสาปเทียม Segaran คือ เกาะเทียม ที่ชื่อว่า Kenongo ซึ่งแปลว่า ดอกกระดังหงา เพราะเกาะชวาเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยดอกไม้กระดังหงา ทางทิศใต้ของ Kenongo มีแนวของอาคารขนาดเล็ก เรียกว่า Tajug อาคารเหล่านั้นถูกใช้เป็นช่องระบายอาคารสำหรับอุโมงค์ใต้น้ำในสมัยก่อน อุโมงค์ใต้น้ำ สร้างขึ้นเมื่อปี 1761 เป็นช่องทางหนึ่งที่สามารถเข้าถึง เกาะ Kenongo ได้ และทางทิศใต้เช่นกันของ Kenongo เป็นเกาะเทียมอีกเกาะหนึ่ง ชื่อว่า Cemethi เป็นห้องห้องหนึ่งสำหรับสุลต่านนั่งสมาธิ หรือบางคนเรียกว่า พระราชวังลึกลับ  สำหรับหลบซ่อนขณะที่มีการปะทะ

ทางทิศตะวันตกของของ Kenongo มีห้องเป็นรูปวงกลม ถือเป็นเกาะเทียมเกาะหนึ่ง เรียกว่า Gumuling สามารถเดินทางเข้าใดทางอุโมงค์เท่านั้น ใช้สำหรับเป็นมัสยิด ตรงกลางของห้องเป็นพื้นยกสูง มีบันไดรอบรอบสี่ข้าง ไปทางพื้นที่ตรงนั้น ข้างใต้พื้นที่ยกสูงนั้นเป็นสระขนาดเล็ก ใช้สำหรับพิธีทางศาสนาของชาวมุสลิม

เวลาเปิด : 09.00-15.30 น.

ราคาเข้าชม : 3,000 รูเปียร์

 

พระราชวังเมืองยอคยาการ์ต้า (KRATON YOGYAKARTA)

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

พระราชวังแห่งนี้บางคนเรียก กราตอน (Kraton) หรือบางคนเรียก เกอราตอน (Keraton) ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยสะท้อนถึงวิถีชีวิตของคนชวา เป็นการถ่ายทอดสถาปัตยกรรมของชวาที่ไม่มีวันสิ้นสุด การออกแบบและการก่อนสร้างถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นขึ้นตอน สร้างเสร็จในปี 1790

พระราชวังถูกสร้างขึ้นโดยหันหน้าไปทางทิศเหนือตรงกับภูเขาไฟเมอราปี และด้านหลังของพระราชวังตรงกับมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งมีความเชื่อเกี่ยวกับนาง Kanjeng Taru Loro Kidul ซึ่งเป็นราชินีแห่งทะเลทางใต้ และความลึกลับเกี่ยวกับสุลต่าน ถนนมาลิโอโบโร่ เป็นถนนสายหลักที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ เป็นถนนเส้นตรง ทอดยาวจากหน้าพระราชวัง ไปถึงภูเขาไฟเมอราปี

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

สนามหน้าพระราชวังนั้น เรียกว่า อะลุน อะลุน (alun alun) มีต้นไทรใหญ่อยู่ตรงกลาง และด้านข้างของพระราชวังก็มีสนามแบบนี้เช่นเดียวกันแต่เล็กกว่า เมื่อสุลต่านสิ้นพระชนย์ ขบวนพระราชพิธีจะออกจากประตูทางทิสใต้ไปยังสุสานของกษัตริย์ที่ Imogiri

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

ที่แห่งนี้ออกแบบไว้มากกว่าการเป็นที่พำนักของสุลต่าน ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของสุลต่านทั่วทั้งอาณาจักร ปัจจุบันพระราชวังเป็นที่สำหรับศึกษาประวัติศาสตร์และประเพณี และยังคงใช้เป็นที่พำนักของสุลต่านเช่นเดิม และใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมที่สำคัญ

สุลต่านองค์ปัจจุบัน ชื่อว่า Sultan Hamengku Buwono X และยังคงใช้คำว่า Sultan นำหน้า แม้ว่า เมืองยอคยาการ์ต้า จะเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศอินโดนีเซียแล้วก็ตาม องค์สุลต่านเป็นผู้ปกครองจังหวัด และเป็นผู้นำทางวัฒนธรรมและเป็นที่รักของประชาชน

ยอคยาการ์ต้า เปิดเส้นทางเที่ยวบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย

ถึงแม้เมืองยอคยาการ์ต้า จะเจริญรุ่งเรื่องขึ้น แต่พระราชวังก็ยังคงเป็นที่เคารพของชาวเมืองยอคยาการ์ต้า คล้ายกับมีเวทมนต์ ในนตอนบ่าย หลังจากที่พระราชวังปิดไม่ให้เข้าชม ผู้หญิงที่แต่งการชุดพื้นเมืองยอคยา สามารถเห็นการพรมน้ำและวางดอกไม้บนเสา เป็นความเชื่อในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ออกไป

เวลาเปิด : ทุกวัน เวลา 08.30-13.30 น.

ราคาเข้าชม : 5,000 รูเปียร์สำหรับคนท้องถิ่น 12,500 รูเปียร์ สำหรับชาวต่างชาติ 3,000 รูเปียร์ สำหรับชมการแสดง

บทความดีๆ จาก facebook.com/TraveltoYogyakarta ร่วมกับ Travel.mthai.com

สอบถามรายละเอียด การท่องเที่ยวเมืองยอคยาการ์ต้า
ติดต่อ อภิรัช แทนโชติ (Thai-Indo Specialist)
ที่อยู่ 5/4 หมู่ 5 ต.ลิปะน้อย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี 84000
อีเมล์ : apirathtanchot@gmail.com โทรศัพท์ 0815387237


View Larger Map

ขออนุญาตใช้เนื้อหา