ข้ามฝั่งโขง เยือนวังเวียง กุ้ยหลินเมืองลาว

Home / ท่องเที่ยวรอบโลก / ข้ามฝั่งโขง เยือนวังเวียง กุ้ยหลินเมืองลาว

ถ้าเอ่ยถึง “สวรรค์บนพื้นพิภพ” หลายๆ คน จะนึกถึงกุ้ยหลิน เมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของมณฑล“กวางสี” ประเทศจีน กุ้ยหลินเป็นดินแดนแห่งขุนเขาและสายน้ำอันงดงาม มีแม่น้ำหลี (หลีเจียง) ที่ใสแจ๋วราวกระจกเป็นเส้นเลือดหลัก แต่ถ้าเป็นในละแวกประเทศเพื่อนบ้านใกล้ อย่าง‘วังเวียง’ หรือกุ้ยหลินเมืองลาว ก็สวยงาม คุ้มค่ากับการเดินทางไม่แพ้กัน แล้วยิ่งเดี๋ยวนี้การเดินทางค่อนข้างจะสะดวกไปซะหมด รถรามีเส้นทางเชื่อมถึงกันแทบทุกจุดทั่วประเทศ แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านเองก็มีรถโดยสารแบบต่อเดียวถึงแล้ว อย่างล่าสุด ที่ บขส. เปิดเส้นทางเดินรถระหว่างประเทศ กรุงเทพฯ – ปากเซ และกรุงเทพฯ – เวียงจันทน์ ก็ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวลาวไม่ยากอีกต่อไป

ข้ามฝั่งโขง เยือนวังเวียง กุ้ยหลินเมืองลาว

Vang Viang9

วังเวียง เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งถ้ำและสายน้ำ นักท่องเที่ยวมาที่นี่ส่วนใหญ่ก็หมายใจจะได้สัมผัสธรรมชาติในรูปแบบการผจญภัยต่างๆ ด้วยวังเวียงถูกกโอบล้อมไปด้วยภูเขา แม่น้ำ และผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์เมืองหนึ่งของประเทศลาว โดยตัวเมืองวังเวียงนั้นตั้งอยู่ริมแม่น้ำซอง (Nam Song River) อยู่ห่างจากเมืองหลวงกรุงเวียงจันทน์ (Vientiane) ประมาณ 154 กิโลเมตร และห่างจากเมืองหลวงพระบาง (Luang Prabang) ประมาณ 210 กิโลเมตร

SAMSUNG DIGITAL CAMERA

กิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ การพายเรือคายักชมความสวยงามของสายน้ำซอง จุดเริ่มต้นอยู่ที่บริเวณผาตั้ง ล่องเรือ ผ่านเวียงสมัยไปจนถึงเมืองวังเวียงมาขึ้นที่บริเวณถาวรสุข บังกะโล ใช้เวลา 6 ชั่วโมงระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร

Vang Viang1

การมาพายคายักล่องแม่น้ำซองจึงเป็นกิจกรรมแบบ 2 อิน 1 ที่คุณเองจะได้สนุกสนานกับการพายเรือและแวะเที่ยวชมถ้ำไปด้วย โดยการเริ่มต้นตามแผนการท่องเที่ยวทั่วไปแล้ว จะเริ่มจากบริเวณผาตั้ง ซึ่งเป็นภูเขาหินปูนตั้งเด่นกลางทุ่งนา สูงประมาณ 800 เมตร ลักษณะคล้ายกระโดงปลาฉลาม มีหน้าผาตัดเรียบ 1 ด้าน จากผาตั้งนี้เองที่ไกด์นำทางจะสาธิตการพายคายักให้ถูกวิธี พร้อมทั้งสอนการช่วยเหลือตนเองในขณะที่เรือพลิกคว่ำ การวอร์มอัพก่อนลงเรือ และบอกจุดแวะพักต่างๆ

3350466711_ed22d8315b_o

จากนั้นก็เริ่มลงเรือล่องสายน้ำซองในช่วงแรก เป็นช่วงที่น้ำไหลไม่แรงและไม่ยากจนเกินไปเหมาะเป็นจุดวอร์มการบังคับไปในตัว และเมื่อล่องต่อไปจนถึงบริเวณถ้ำช้าง ก็อาจขึ้นเพื่อแวะพัก และชมบรรยากาศของสองถ้ำสองอารมณ์ที่เรากำลังจะกล่าวถึง

The Nam Xong river, Vang Vieng, Laos.

ถ้ำแรก คือ ถํ้าช้างที่อยู่ใกล้ๆ โดยแต่ก่อนหมู่บ้านแถบนี้ยังไม่พัฒนา ชาวบ้านเลยใช้ถํ้านี่แหละเป็นวัด
พอมีการสร้างวัดขึ้นในหมู่บ้านจึงปล่อยถํ้าให้ทิ้งร้างไป กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวจนถึงทุกวันนี้
ปัจจุบันเวลาเรามาเที่ยวก็จะได้เห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ และรอยพระพุทธบาทที่เชื่อว่าสร้างขึ้นในปี
พ.ศ. 2511 ประดิษฐานอยู่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี อ้อ! ที่มาของชื่อถ้ำ
เกิดจากหินรูปร่างแปลกตาลักษณะคล้ายช้าง ดังที่เห็นในภาพนั่นเอง

Vang Viang6

อีกถ้ำหนึ่งคือ ถ้ำน้ำ ซึ่งภายในถํ้านํ้าถึงแม้จะไม่มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามอลังการเหมือนถํ้าหลายๆ แห่ง แต่ความน่าสนใจจะอยู่ตรงวิธีการเข้ามานี่ล่ะ เพราะทุกคนจะต้องนอนบนห่วงยาง และสาวเชือกถอยหลังเข้าไปแทบจะตลอดทางที่มืดสนิท ซึ่งจะสร้างความรู้สึกตื่นเต้นและเร้าใจเป็นอย่างมาก และหากในบางช่วงที่มีพื้นที่กว้างหน่อย ก็จะสามารถว่ายนํ้าเล่นหรือปล่อยเชือกได้ แต่อาจจะต้องคอยระวังแง่หินที่อาจบาดเอาได้ตลอดทาง เรียกว่าการเข้าไปในถํ้านํ้าครั้งนี้ เป็นเหมือนการผจญภัยในแดนลี้ลับเลยทีเดียว

Vang Viang8

หลังจากการชมสองถ้ำแล้ว ก็จะเป็นช่วงแห่งการเดินทางไปตามสายน้ำที่กระแสน้ำเพิ่มระดับความแรงขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง มีแก่งเล็กแก่งน้อยออกมาให้ท้าทายฝีมือกัน นอกจากจะสนุกสนานกับสายน้ำแล้วยังได้ชมความสวยงามของทิวทัศน์สองฟากฝั่งรวมระยะทางมตรเป็นของแถมกว่า 10 กิโลเมตร หรือถ้าหากใครไม่ชอบความผาดโผน การเดินชมสองฝั่งลำน้ำซองก็ถือว่าคุ้มมากแล้ว


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

บทความน่าอ่านจาก http://www.emaginfo.com ร่วมกับ travel.mthai.com

emaginfo1

ขออนุญาตใช้เนื้อหา