Blue Gold Coffee จังหวัดนครพนม ชนเผ่าไทโส้ ชะมดบูลโกลด์ ท่องที่ยวไทย บ้านลุงโฮ พระธาตุพนม พระธาตเรณูนคร พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ล่องเรือ วัดนักบุญยอแซฟ บ้านคำเกิ้ม สะพานมิตรภาพไทย - ลาว อนุสรณ์สถานโฮจิมินห์ อุโมงค์จักรยาน นาคราช เที่ยวนครพนม แม่น้ำโขง โบสถ์นักบุญอันนาหนองแสง ไร่กาแฟ

ม่วนหลายๆ ที่นครพนม เมืองแห่งความสุขริมฝั่งโขง

Home / ข้อมูล 77 จังหวัด / ม่วนหลายๆ ที่นครพนม เมืองแห่งความสุขริมฝั่งโขง

ม่วนหลายๆ ที่นครพนม
เมืองแห่งความสุขริมฝั่งโขง

วันนี้เราจะพาไปบุกถิ่นอีสาน เยือนจังหวัดที่มีความสุขที่สุดในประเทศไทย “จังหวัดนครพนม”

จังหวัดนครพนม เมืองเล็กริมฝั่งโขง ทางภาคอีสาน  ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นจังหวัดที่มีความสุขที่สุดในประเทศไทย ด้วยความเป็นเมืองเรียบง่าย ผู้คนน่ารักเป็นมิตร บวกกับสถานที่ท่องเที่ยวมากมายทั้งทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งที่กล่าวมานี่ไม่ได้โม้แต่อย่างใด เพราะเราได้ไปเก็บรีวิว ที่เที่ยวนครพนม ไม่ควรพลาด มาฝากกัน ขอบอก 3 คำว่า ม่วนหลายเด้อ

Blue Gold Coffee

เริ่มต้นทริป ที่เที่ยวนครพนม เราอยู่กันที่ ไร่กาแฟชะมดบูลโกลด์ อำเภอโพนสวรรค์ ไร่กาแฟที่ทำรายได้หลายร้อยล้านบาทต่อปี

วัยรุ่นหนุ่มไฟแรงอายุเพียง 24 ปี ‘เฟรม-เกียรติศักดิ์ คำวงษา’ นักศึกษาชั้นปีสุดท้ายของคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ และการบริหารกิจการ (BUSEM) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เขาเลี้ยงชะมดข้างลายไว้ควบคู่ไปกับการปลูกกาแฟโรบัสต้า โดยตามธรรมชาติผลกาแฟจะสุกช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมของทุกปี และชะมดก็ชอบกินผลกาแฟสุก เฟรมจะปล่อยให้ชะมดกินอยู่อย่างอิสระ เพราะเชื่อว่า เมื่อชะมดมีความสุข รสชาติกาแฟก็จะดีตามไปด้วย

เมื่อชะมดขับถ่ายเมล็ดกาแฟออกมา ก็จะเข้าสู่กระบวนการคัดแยก ล้างน้ำ ตากแห้ง ก่อนจะนำไปสีและคั่ว จนได้ออกมาเป็น กาแฟขี้ชะมด หอมกรุ่น รสกลมกล่อม ส่งกลิ่นยั่วยวนอยู่ภายในร้าน Blue Gold Coffee ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าทางเข้าฟาร์ม มีเมนูซิกเนเจอร์อย่าง กาแฟขี้ชะมดร้อน ซึ่งผ่านการชงอย่างพิถีพิถัน ทำให้รสชาติมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ติดเปรี้ยวนิดๆ คนไม่ชอบคาเฟอีนก็ดื่มได้ นอกจากนี้ยังมีกาแฟขี้ชะมดแบบสกัดเย็น ใส่ในขวดเล็กๆ ให้ได้ซื้อกลับบ้านกันด้วย

น้องเฟรมวาดแผนในอนาคตให้เราฟังว่า เขาอยากให้อำเภอโพนสวรรค์ บ้านเกิดของเขากลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของจ.นครพนม ที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือน โดยตั้งใจพัฒนาไร่กาแฟแห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบครบวงจร ที่สามารถสนุกสนานกันได้ทั้งครอบครัว เริ่มจากการเปิดฟาร์มสัตว์ให้เข้าชม มีทั้งสิงโต ม้า แพรี่ด๊อก อัลปาก้า ไก่ซิลกี้ ฯลฯ ตลอดจนที่พัก และร้านอาหาร

********************************************************************

ชมการแสดงจากชาวไทโส้

เราเดินทางต่อมาที่ ศูนย์เรียนรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชนเผ่าไทโส้ ได้รับชมการแสดงพื้นบ้าน รวมถึงประเพณีโซ่ทั่งบั้งของชาวไทโส้ ณ บ้านโพนจาน ตำบลโพนจาน อำเภอโพนสวรรค์

โซ่ทั่งบั้ง ก็คือ  การใช้กระบอกไม้ไผ่ยาวประมาณ 3 ปล้อง  กระทุ้งดินให้เป็นจังหวะและมีชาวบ้านร่ายรำและร้องรำไปตามจังหวะกระทุ้ง

********************************************************************

บริเวณนี้เป็นสวนสาธารณะเล็กๆ และเป็นจุดชมวิวสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 เราแวะมาตรงนี้ครู่หนึ่ง ก่อนเดินทางไปล่องเรือกันต่อ

********************************************************************

ล่องเรือสำราญ ชมวิวสองฝั่งโขง ไทย-ลาว

ตกเย็นเรานั่งเรือชมความงดงามของ 2 ฝั่งแม่น้ำโขง บรรยากาศดีมาก มีลมพัดเบาๆ แถมพี่คนขับเรือยังเปิดเพลงวัยรุ่นให้เราได้ชิลกันอีก เรือจะแล่นผ่านหน้าตลาดอินโดจีนไปทางทิศเหนือ ผ่านหอนาฬิกาฯ ชุมชนเมืองเก่า ชมทิวทัศน์ทิวเขาฝั่งลาว จนถึงวัดนักบุญอันนา จากนั้นวนกลับเลาะริมฝั่งลาว ระหว่างที่นั่งเรือนั้นพระอาทิตย์ตกดินพอดี แสงอาทิตย์สะท้อนผิวน้ำ สวยงามสุดๆ เลย

เรือแล่นผ่าน “พญานาคศรีสัตตนาคราช” องค์พญานาค 7 เศียร หันหน้าไปทางริมน้ำโขง ซึ่งจะพ่นน้ำและเปิดแสงสีตอนประมาณ 6 โมงเย็น

ท่าเรือตั้งอยู่เขื่อนริมแม่น้ำโขงของลานกันเกรา หน้าตลาดอินโดจีน ถนนสุนทรวิจิตร

*********************************************************************

พระธาตุพนม  วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร

รุ่งเช้า ที่เที่ยวนครพนม วันที่2 เรามีแพลนเที่ยวรัวๆ ก่อนเดินทางกลับอีก 8 แห่ง ที่แรกเราแวะนมัสการพระธาตุพนม ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม ซึ่งเป็นพระธาตุประจำของคนเกิดปีวอก และคนที่เกิดวันอาทิตย์ ศูนย์รวมแห่งจิตใจของชาวจังหวัดและชาวไทยทุกภาค ตลอดชาวลาวญาติสนิท มีความเชื่อกันว่า ถ้าใครมานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น ลูกพระธาตุ” ได้รับอานิสงค์บุญบารมี มีคนเคารพนับถือ ชีวิตดีมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง

สำนวนสุภาษิต ตลอดแนวกำแพงรอบพระธาตุพนม

*********************************************************************

พระธาตุเรณูนคร

พระธาตุเรณูนคร พระธาตุของคนเกิดวันจันทร์ ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระธาตุเรณู มีสีชมพูสวยหวานโดดเด่นสะดุดตา โดยจำลองมาจากองค์พระธาตุพนมองค์เดิม แต่มีขนาดเล็กกว่า ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน ตลอดจนของมีค่าที่ชาวเมืองบริจาค และเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง เชื่อกันว่าคนเกิดวันจันทร์เป็นคนมีเสน่ห์ ถ้าได้กราบไหว้จะทำให้มีรูปพรรณผ่องใสเหมือนแสงจันทร์ ส่วนด้านในโบสถ์ประดิษฐานพระองค์แสน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำศิลปะแบบลาว ปางสมาธิ พระคู่บ้านของอำเภอเรณูนคร

*********************************************************************

โบสถ์นักบุญอันนาหนองแสง

ไปต่อกันที่ โบสถ์นักบุญอันนาหนองแสง เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนานาชาติที่มีคนหลายเชื้อชาติอยู่รวมกัน ทั้งคนไท คนญวน คนจีน คนลาว มีลักษณะเป็นยอดโบสถ์คู่และมีสะพานเชื่อมหากัน ดูสวยงามแปลกตา

ส่วนอาคารข้างๆ สีเหลืองครีม แต่เดิมเป็นที่ทำการศาสนกิจของบาทหลวงนิกายคาทอลิก ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของมูลนิธิบาทหลวงเอดัวร์นำลาภ ออกแบบสไตล์โคโรเนียล

*********************************************************************

บ้านลุงโฮ

นั่งรถมาไม่ไกลก็เจอกับ บ้านลุงโฮ หลังจริง เป็นบ้านไม้ที่ท่านโฮจิมินเคยอาศัยอยู่ รอบๆ บ้านปลูกต้นไม้หลายชนิด มีบรรยากาศร่มรื่น

ภายในบริเวณรั้วบ้าน แบ่งบ้านออกเป็นสองหลัง หลังแรกด้านหน้าเคยเป็นบ้านของสหายคนสนิทลุงโฮ แล้วก็กลายมาเป็นที่พักของลุงโฮจุดแรกในจ.นครพนม  จัดวางข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกทำขึ้นมาใหม่ให้ใกล้เคียงแบบเดิมมากที่สุด มีห้องนอน โต๊ะทำงาน บ้องยาสูบ และรูปภาพสมัยประวัติศาตร์แขวนอยู่เต็มผนังบ้าน

ส่วนบ้านด้านหลังซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางแมกไม้เขียวชอุ่ม มีลูกหลานอาศัยอยู่ คอยดูแลความเรียบร้อยของบ้านหลังแรก

ระหว่างทางเดินจากบ้านหลังแรก ไปยังบ้านหลังที่สอง ต้องเดินผ่านยุ้งฉางข้าว ห้องครัว และห้องเก็บอุปกรณ์

คุณกรกนก วงศ์ประชาสุข หรือคุณไก่ หลานของรุ่นพี่ลุงโฮ เธอพร้อมจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับลุงโฮให้เราฟังอย่างมีอรรถรส

********************************************************************

อนุสรณ์สถานโฮจิมินห์

มาถึงนครพนม ต้องไม่พลาดชม อนุสรณ์สถานโฮจิมินห์ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านลุงโฮประมาณ 5 นาที สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ประธานโฮจิมินห์ หรือลุงโฮ ที่ครั้งหนึ่งเคยลี้ภัยมาอาศัยอยู่ที่บ้านนาจอก จังหวัดนครพนม เพื่อหาลู่ทางกอบกู้เอกราชให้เวียดนามจากฝรั่งเศส ช่วงสมัยสงคราม ทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วย

ภายในอนุสรณ์สถานมีรูปปั้นของท่านโฮจิมิน หุ่นขี้ผึ้งจำลองชีวิตความเป็นอยู่ มีบ้านจำลองแบบเดียวกับที่ท่านเคยมาอาศัยพร้อมข้าวของเครื่องใช้ รวมไปถึงอาคารจำหน่ายของที่ระลึกทั้งจากเวียดนาม และสินค้า OTOP ของชาวบ้านนครพนม

บ้านไม้ชั้นเดียว จัดวางข้าวของ และแสดงเรื่องราวการทำงานของของท่านโฮจิมินห์ แบบเดียวกับบ้านลุงโฮเป๊ะ  มีห้องครัวและยุ้งฉางข้าวแยกออกมาต่างหาก

********************************************************************

วัดนักบุญยอแซฟ บ้านคำเกิ้ม

สิ่งที่โดดเด่นของบ้านคำเกิ้มก็คือ โบสถ์เก่าแก่ที่สร้างตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งยังคงทิ้งร่องรอยความเสียหายจากการถูกระเบิดเมื่อครั้งเกิดกรณีพิพาทอินโดจีน บรรยากาศดูขลังตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไปเลยล่ะค่ะ

ตัวอาคารก่ออิฐถือปูนแบบยุโรป แต่โครงหลังคาสร้างด้วยไม้ รวมถึงบานประตูและโครงหน้าต่างก็ทำจากไม้เช่นกัน บานหน้าต่างด้านล่างกรุกระจก 6 ช่อง เปิดออกรับลมได้ ส่วนหน้าต่างบนยอดโบสถ์ แต่เดิมกรุกระจกสี 4 ช่อง ตอนนี้เริ่มผุพังไปตามเวลา

มีห้องแยกออกมาซ้ายขวา สำหรับเป็นห้องซาคริสเตียและห้องฟังแก้บาป

ข้างๆ กันนี้เป็นโบสถ์ใหม่ หลังคาสีฟ้า ตัวอาคารสีขาว และมีหอระฆังอยู่ทางขวามือ ใช้ชื่อว่า “วัดนักบุญยอแซฟ”

********************************************************************

อุโมงค์จักรยาน นาคราช

เปิดประสบการณ์ปั่นสุดชิคริมฝั่งโขง ที่อุโมงค์นาคราช แลนด์มาร์คเส้นทางปั่นจักรยานเลียบริมน้ำโขง ระยะทางรวมกว่า 307 เมตร เหมือนเราได้ปั่นลอดท้องพญานาค และระหว่างปั่นไป ก็จะได้ชื่นชมทัศนียภาพของลุ่มน้ำโขงไปด้วย

********************************************************************

พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม

อาคารคลาสสิคสีเหลืองหลังนี้ เดิมเป็นจวนผู้ว่าเก่า เรียกง่ายๆ ก็คือบ้านพักของผู้ว่าราชการจังหวัด มี 2 ชั้น รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก เพราะได้รับอิทธิพลการก่อสร้างมาจากฝรั่งเศส สมัยสงครามอินโดจีน ปัจจุบันดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ รวบรวมเรื่องราวของนครพนมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านภาพถ่ายต่างๆ มีของใช้โบราณหาดูยากจัดแสดงไว้ด้วย แบ่งออกเป็นทั้งหมด 10 ห้อง มีห้องหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินี เคยเสด็จมาประทับแรมที่นี่

เดินตรงเข้าไปข้างในจะเจอกับโต๊ะของผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง ล้อมรอบด้วยรูปภาพอดีตผู้ว่าที่เคยทำงานและพักในจวนหลังนี้

ห้อง: วัฒนธรรมหลากหลาย นครพนมเป็นจังหวัดที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย  ประกอบด้วยชนเผ่า 8 ชนเผ่า และ 2 เชื้อชาติ ในห้องนี้จึงจัดแสดงหุ่นคู่ผู้ชายผู้หญิง ใส่ชุดประจำเผ่าและประจำชาติ โชว์อยู่ในตู้กระจก

ห้อง: ตามรอยพระบาท สานต่อพระราชปณิธานใน 5 โครงการพระราชดำริของทั้ง 2 พระองค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น

ห้อง: ภาพเก่าเล่าขาน จัดแสดงภาพถ่ายที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองนครพนม มาห้องนี้ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์อย่างละเอียดยิบ

ห้อง: เมื่อครั้งยังเสด็จ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินี ในรัชกาลที่ 9 เสด็จเยี่ยมราษฎรชาวนครพนมระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2498

ห้อง: เปิดบันทึก…นายสง่า จันทรสาขา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม 2501-2508 ส่วนหนึ่งจากบันทึกส่วนตัวว่าด้วยเรื่องการเตรียมการรับเสด็จในวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2498

ออกจากพิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่า ก็ได้เวลาต้องกลับบ้านแล้วล่ะค่ะ ปิดทริปนครพนม 2 วัน 1 คืน ด้วยความสนุก และมีความสุขจนล้นปรี่ ใครอยากมีความสุขแบบเรา ก็ไปเที่ยวตามรอยที่เมืองแห่งความสุขเล็กๆ ริมฝั่งโขงนี้ได้นะคะ

ขอขอบคุณ : มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำหรับการเดินทางในครั้งนี้

ขออนุญาตใช้เนื้อหา