พระพุทธรูปเรืองแสง องค์เดียวในเมืองไทย จ.ลำปาง

Home / นักเที่ยวเชี่ยวทาง, ภาคเหนือ / พระพุทธรูปเรืองแสง องค์เดียวในเมืองไทย จ.ลำปาง

พระพุทธรูปเรืองแสง ตั้งอยู่ที่สำนักสงฆ์ดอยวังเฮือ บ้านผาลาด ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง เป็นพระพุทธรูปพระพุทธเจ้า หรือ “พระโคตมพุทธเจ้า” ตั้งประดิษฐานอยู่ภายในวิหารของสำนักสงฆ์ฯ ซึ่งเวลาปกติจะเห็นเป็นองค์สีขาวนวล แต่เมื่อตกอยู่ในความมืดแล้ว พระพุทธรูปองค์นี้จะเรืองแสงเป็นสีเขียวมรกตทันที สร้างความมหัศจรรย์แก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก สมแล้วที่ลำปาง เป็น 1 เมืองต้องห้าม…พลาด อย่างแท้จริง

พระพุทธรูปเรืองแสง องค์เดียวในเมืองไทย จ.ลำปาง

พระพุทธรูปเรืองแสง
ภาพจาก www.facebook.com/sabtarin.wimolrat

หลวงพ่อภูริปัญโญ ภิกขุ กล่าวว่า สำนักสงฆ์แห่งนี้ ก่อนหน้านั้นเป็นสำนักสงฆ์เก่าแก่เคยมีพระเกิจิอาจารย์หลายรูปมาจำพรรษา เช่น หลวงพ่อเมือง (พระครูอะดมเวชวรกุล) พระเกจิชื่อดังของ จ.ลำปาง เจ้าอาวาทวัดท่าแหน อ.แม่ทะ ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัตินั่งสมาธิวิปัสนากรรมฐาน และได้เริ่มสร้างเจดีย์และกุฏิขึ้น เมื่อหลวงพ่อมรณภาพลงในปี 2519 หลวงพ่อแสน ได้ดูแลมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งประมาณปี 2540 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ได้ประทาน พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า อัญเชิญมาบรรจุไว้ในพระเจดีย์ และเมื่อหลวงพ่อแสนมรณภาพ สถานที่แห่งนี้ก็เริ่มเงียบเหงา มีพระมาธุดงค์ขึ้นไปพักบ้างครั้งคราว ขาดการดูแลจนกระทั่งถูกปล่อยให้รกร้างมาเป็นเวลาหลายสิบปี และเมื่อปี 2553 หลวงพ่อภูริปัญโญ ภิกขุ มาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ จึงได้ร่วมกับลูกศิษย์และคณะศรัทราต่างๆ ร่วมกัน พัฒนาพื้นที่และสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

ทั้งนี้ พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ จะตั้งประดิษฐานรอบๆ สำนักสงฆ์ ตั้งแต่ทางขึ้นไปจนถึงภายในวิหารของสำนักสงฆ์ฯ เพื่อที่จะให้เป็นสถานที่ศึกษาเรียนรู้พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ทุกพระองค์ และที่พิเศษในสำนักสงฆ์แห่งนี้ คือ มีพระพุทธรูปเรืองแสงได้ ตั้งอยู่ภายในวิหาร คือ พระพุทธเจ้าองค์ที่ 28 หรือพระโคตมพุทธเจ้า

สำนักสงฆ์ดอยวังเฮือ
ภาพจาก www.painai.in.th

อย่างไรก็ตาม พระพุทธรูปเรืองแสงได้นั้นเกิดจาการผสมสารฟอสฟอร์ (phosphor) ที่หล่อเข้าไปในตัวพระเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาเวลาอยู่ในที่มืดจนทำให้เรืองแสง โดยคาดว่าน่าจะมีองค์เดียวในประเทศไทย ซึ่งได้เริ่มหล่อองค์พระเมื่อปี 2554-2555 ใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี 8 เดือน จนแล้วเสร็จ จากนั้นก็จะมีผู้ศรัทธาที่มาสำนักสงฆ์แห่งนี้มากราบไหว้ และอีกไม่ช้าจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน

 

ที่มา : springnews.co.th / dailynews.co.th  ,  เรียบเรียงโดย : Travel MThai

 

 

ขออนุญาตใช้เนื้อหา