ทิ้งความเหนื่อยล้า เดินเข้าป่าเที่ยว 10 อุทยานแห่งชาติ สัมผัสลมหนาว

Home / นักเที่ยวเชี่ยวทาง / ทิ้งความเหนื่อยล้า เดินเข้าป่าเที่ยว 10 อุทยานแห่งชาติ สัมผัสลมหนาว
ดอยฟ้าห่มปก ดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติพุเตย อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติแม่ยม อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อุทยานแห่งชาติแม่เมย

ทิ้งความเหนื่อยล้า เดินเข้าป่าเที่ยว
10 อุทยานแห่งชาติ สัมผัสลมหนาว

ทำงานเหนื่อยล้ามาทั้งเดือน ให้รางวัลแก่ชีวิตด้วยการพาร่างกายไปชาร์จแบตกับธรรมชาติกันดีกว่า ไปนอนกางเต็นท์ฟินๆ นั่งนับดาวเล่นๆ สูดอากาศแสนสดชื่น เดินป่าชมเขา กับ 10 อุทยานแห่งชาติ ที่เรานำมาฝากกันวันนี้

1. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
จ.นครราชสีมา

ขอบคุณรูปภาพจาก: wikipedia

อุทยานแห่งชาติเชาใหญ่ เป็นพื้นที่ด้านตะวันตกของเทือกเขาพนมดงรัก มีพื้นที่ครอบคลุม 4 จังหวัด คือ สระบุรี นครราชสีมา ปราจีนบุรี และนครนายก ได้รับสมญานามว่า อุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน สภาพด้านบนมีผืนป่าอุดมสมบูรณ์สลับกับพืชพรรณและสัตว์นานาชนิด โดดเด่นด้วยน้ำตกหลายสายที่สำคัญ เช่น น้ำตกเหวสุวัติ น้ำตกเหวนรก น้ำตกนางรอง น้ำตกสาริกา เป็นต้น

*********************************************************

2. อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก
จ. เชียงใหม่

อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแดนลาว มีความสูง 2,285 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีหมอกปกคลุมจัดและมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ประกอบไปด้วยดอยสำคัญได้แก่ ดอยฟ้าห่มปก ดอยปู่หมื่น ดอยแหลม และดอยอ่างขาง

ภายในอุทยานมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โป่งน้ำร้อนฝาง, น้ำตกโป่งน้ำดัง, น้ำตกตาดหมอก, ถ้ำห้วยบอน นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวทิวสน ห่างจากที่ทำการอุทยาน 1.3 ก.ม. เป็นลานยืนดูพระอาทิตย์ขึ้นและตก และชมทะเลหมอกได้มุมมองแบบพาโนราม่า

*********************************************************

3. อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง
จ.เชียงใหม่

ห้วยน้ำดัง เป็น อุทยานแห่งชาติ ที่มีสภาพป่าและธรรมชาติที่สมบูรณ์ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นสนสีเขียว หน้าหนาวดอกกล้วยไม้เอื้องเงิน ที่ขึ้นตามธรรมชาติ จะออกดอกบานต้อนรับนักท่องเที่ยว และมีดอกนางพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย บานแซมอยู่เป็นระยะๆ แต่งแต้มสีสันให้ดอยนี้มีชีวิตชีวา

นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นดอยไปสัมผัสไอเย็น ชมทะเลหมอก ณ จุดชมวิวดอยกิ่วลม ซึ่งสามารถมองเห็นดอยเชียงดาวได้ หรือจะเลือกขึ้น ดอยสามหมื่น หรือ ดอยช้าง ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

*********************************************************

4. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
จ.เชียงใหม่

เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน

ดอยอินทนนท์ ยอดดอยสูงสุดของประเทศไทย อยู่ที่ระดับ 2,599 เมตร จึงทำให้มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี ประกอบไปด้วยน้ำตกหลายแห่งและเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ควรค่าแก่การไปเที่ยวชมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ ถ้ำบริจินดา โครงการหลวงอินทนนท์  เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา และเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาดอกเสี้ยว

*********************************************************

5. อุทยานแห่งชาติแม่เมย
จ.ตาก

อุทยานแห่งชาติแม่เมย มีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อนมีที่ราบน้อยมาก จุดสูงสุดอยู่ที่ระดับ 1,250 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ปกคลุมไปด้วยป่าไม้ที่ค่อนข้างสมบูรณ์

สำหรับจุดชมทะเลหมอก จะอยู่หลังที่ทำการอุทยานฯ  มีความสูงประมาณ 1,100 เมตร เป็นจุดที่มองเห็นทะเลหมอกได้กว้างไกลมาก รวมทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก นอกจากนี้ยังมีม่อนต่างๆ ที่เหมาะกับคนชอบเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ทั้งม่อนกิ่วลม ม่อนครูบาใส ม่อนปุยหมอก และม่อนพูนสุดา

*********************************************************

6. อุทยานแห่งชาติพุเตย
จ. สุพรรณบุรี

อุทยานแห่งชาติพุเตย ป่าหนึ่งเดียวที่สมบูรณ์ที่สุดของจังหวัดสุพรรณบุรี จุดสูงสุดอยู่ที่ยอดเขาเทวดา ระดับความสูง  1,123  เมตร เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย ใครที่เป็นนักเดินทางขาลุย คงจะติดใจกับธรรมชาติระหว่างทาง ทั้งป่าไผ่ น้ำตก ไร่ข้าวโพด ป่าสนสองใบธรรมชาติ  แถมด้วยแสงอาทิตย์ยามเช้า ทะเลหมอก และอากาศหนาวเย็น

*********************************************************

7. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
จ.เลย

ภูกระดึง แหล่งท่องเที่ยวที่ฮิตไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไฮไลท์สำคัญในช่วงหน้าหนาวคือการเดินเข้าป่าไปชมความงามของพืชพรรณนานาชนิด โดยเฉพาะใบเมเปิ้ลแดงสวยสด หรือเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก ถ้าจะให้ดี ต้องเดินไปชมให้ถึงสุดแผ่นดินด้านทิศตะวันตกอย่าง “ผาหล่มสัก” แลนด์มาร์กเด็ดที่มาถึงภูกระดึงแล้วต้องไปถ่ายรูปให้ได้

*********************************************************

8. อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
จ.กำแพงเพชร

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีผืนป่ากว้างใหญ่ครอบคลุมสองจังหวัด คือกำแพงเพชร และนครสวรรค์ อยู่ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จึงมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ อย่างป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ และ ป่าเต็งรัง รวมถึงสัตว์ป่าหายาก ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็น ช้างป่า กระทิง เสือ กวาง เก้ง หมี แมวลาย และนกต่าง ๆ มากกว่า 300 ชนิด

มาเที่ยวที่อุทยานฯ แห่งนี้ ต้องไปพิชิต ยอดเขาโมโกจู สักครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงสุดสุด วัดได้ 1,964 เมตร จากระดับน้ำทะเล โดยอาศัยสองเท้าเดินไปตามทางในป่า ใช้เวลาไป-กลับ ประมาณ 5 วัน ถือเป็นบททดสอบที่โหดพอสมควรสำหรับนักเดินทาง

*********************************************************

9. อุทยานแห่งชาติแม่ยม
จ.แพร่

ขอบคุณรูปภาพจาก: อุทยานแห่งชาติแม่ยม-แก่งเสือเต้น

อุทยานแห่งชาติแม่ยม มีลักษณะเป็นเทือกเขาสูง มียอดเขาที่สำคัญอย่าง  ดอยหลวง ดอยยาว ดอยขุนห้วยแปะ และดอยโตน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย  ที่ไหลลงสู่แม่น้ำยม สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ ได้แก่ แก่งเสือเต้น มีลานกางเต็นท์พักแรมและกิจกรรมล่องแก่ง, หล่มด้ง มีลานกางเต็นท์ เพื่อชมทิวทัศน์ป่าสักที่งดงาม และชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตก, จุดชมวิวเหมืองแร่แบไรต์เก่า สามารถชมวิวทะเลหมอกได้อย่างจุใจ

ฤดูที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม เนื่องจากในฤดูฝน เป็นช่วงน้ำหลากในแม่น้ำยม และทางคมนาคมไม่สะดวก จึงอาจก่อให้เกิดอันตราย

*********************************************************

10. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
จ.เพชรบุรี

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ยังคงสภาพเป็นป่าดงดิบตามธรรมชาติที่สมบูรณ์

มีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ เช่น เขาพะเนินทุ่ง ยอดดอยสูงที่มีทะเลหมอกให้ชมตลอดปี, ทะเลสาบเหนือเขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งมีไฮไลท์เป็นสะพานแขวน สร้างข้ามผ่านทะเลสาบ ที่เราสามารถเดิน หรือนั่งชมป่าเขาบริเวณรอบๆ ได้ไม่มีเบื่อ ตลอดจนน้ำตกและถ้ำอีกมากมายที่เป็นถิ่นอาศัยและหากินของสัตว์ป่านานาชนิด

ถ้าเราเหนื่อยล้า จงเดินเข้าป่า~~ … โอ้วว เนื้อเพลงท่องนี้ถ้าจะจริง เวลาเหนื่อยๆ ก็อยากหาอะไรสดชื่นๆ มาเติมพลังชีวิต ให้เราได้ผ่อนคลายสักหน่อยก็ยังดี ถ้าเพื่อนๆ กำลังรู้สึกหมดแรงอยู่ตอนนี้ล่ะก็ อย่ามัวรีรอ เดินเข้าป่าเที่ยวธรรมชาติกันเถอะค่ะ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา