จังหวัดบุรีรัมย์ ชุมชนบ้านเจริญสุข ดินภูเขาไฟ ตามรอยประวัติศาสตร์ ที่เที่ยวบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บ้านสนวนนอก ผ้าฝ้าย ผ้าภูอัคนี ผ้าย้อมดินภูเขาไฟ ผ้าไหม ผ้าไหมทอ ภูเขาไฟ วัดเขากระโดง วัดเขาพระอังคาร หมู่บ้านเจริญสุข บุรีรัมย์ หินภูเขาไฟ อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เขากระโดง เขาพระอังคาร เที่ยวบุรีรัมย์ แหล่งชมนก

ห้ามพลาด! ตามรอยประวัติศาสตร์ “บุรีรัมย์” กับ 5 Hidden Places ที่ถูกมองข้าม

Home / ภาคอีสาน / ห้ามพลาด! ตามรอยประวัติศาสตร์ “บุรีรัมย์” กับ 5 Hidden Places ที่ถูกมองข้าม

ถ้าให้นึกถึงบุรีรัมย์ สิ่งแรกที่แว๊บเข้ามาในหัวหลายๆ คน ก็คงนึกถึง สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แน่ๆ แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าที่ จังหวัดบุรีรัมย์ มีที่ให้ ตามรอยประวัติศาสตร์ และมีสิ่งที่อะเมซิ่งเยอะมาก สายลุย สายธรรมชาติใครไม่อยากพลาดต้องไปนะ!

ชุมชนสนวนนอก
เอกลักษณ์หมู่บ้านทอผ้าโบราณ

มาถึง “บุรีรัมย์” ทั้งที Hidden Place แรกที่อยากแนะนำก็คือ ชุมชนบ้านสนวนนอก เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องฝีมือการทอผ้าไหมและเลี้ยงไหม ที่สืบทอดภูมิปัญญามาตั้งแต่โบราณ จนสามารถพัฒนาเทคนิคการทอผ้าแบบต่างๆ ให้เป็นเอกลักษณ์ประจำชุมชนอย่าง ผ้าหางกระรอก พร้อมเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ และ Homestay ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนทอผ้าแห่งนี้ได้แบบเต็มอิ่ม

เห็นแบบนี้ ฝีมือการทอผ้ายายไม่เป็นสองรองใครนะ

ด้วยความที่อยากลองทอผ้า ก็เลยขอคุณยายแกลองหน่อย แต่ยากมากน้องขอยอมแพ้
#มันไม่ใช่ทางของเรา

ภายในหมู่บ้านมีตลาดด้วย เป็นตลาดเล็กๆ ที่ให้คนในชุมชนได้ค้าขาย
#เซราะสนูลกราว ไม่ #เซราะกราว นะจ๊ะ

ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายก็จะทำงานฝีมืออื่นๆ เช่น ทำกระดิ่งไม้ จักสาน เป็นสินค้าแบบต่างๆ งานแฮนด์เมดแบบนี้ถูกใจนักท่องเที่ยวต่างชาติยิ่งนัก

สำหรับใครที่อยากมาเรียนรู้ พักผ่อนหย่อนใจที่ บ้านสนวนนอก การเดินทางง่ายมาก จากตัวเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ใช้เส้นทางถนนหลวงสายห้วยราชกระสังมุ่งสู่ อำเภอห้วยราช ประมาณ 12 กิโลเมตร บ้านสนวนนอกอยู่ห่างจากที่ว่าการ อำเภอห้วยราช 2 กิโลเมตร มีกิจกรรมให้ได้ทำเยอะแยะมากมาย เพลิดเพลินกันเลยทีเดียว แล้วคุณจะติดใจ “บ้านสนวนนอก” เราเตือนแล้วนะ!

ชุมชนบ้านเจริญสุข
ผ้าย้อม “ดินภูเขาไฟ” มีที่นี่ที่เดียว

อีกหนึ่งชุมชนทอผ้าที่อยากนำเสนอก็คือ ชุมชนบ้านเจริญสุข ผ้าทอผ้าของที่นี่มีเอกลักษณ์เฉาะตัว สะดุดตาด้วยสีส้มอิฐไม่เหมือนใคร ที่เป็นแบบนี้ เพราะชุมชน ตั้งอยู่บริเวณปากปล่องภูเขาไฟ ชาวบ้านจึงนำ ดินภูเขาไฟ มาคิดค้นจนได้เป็น ผ้าภูอัคนีเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นที่ยากจะเลียนแบบ

นี่คือความอะเมซิ่งที่เราอยากนำเสนอค่ะ ผ้าเป็นสีของ ดินภูเขาไฟ จริงๆ
ไม่ใช้สารเคมี ธรรมชาติแท้สุดๆ

คุณยายสอนวิธีนำผ้าฝ้ายมาย้อมใน ดินภูเขาไฟ เพลินเลย

อย่างที่บอกไปว่าผ้าที่นี่ทำจากธรรมชาติแท้ๆ ไม่ได้มีแค่ผ้าที่ย้อมจาก ดินภูเขาไฟ อย่างเดียวด้วยนะ
ถ้าอยากรู้ว่าทำจากอะไรบ้าง อยากให้มาดูกันเองนะคะ

เส้นทางเข้าสู่ หมู่บ้านเจริญสุข มี 2 เส้นทาง
เส้นทางแรก เริ่มจาก อำเภอนางรอง ผ่านบ้านผักหวาน บ้านสนวน บ้านกระเดื่อง บ้านหนองม่วง บ้านสวายสอ และบ้านโคกสะอาด
เส้นทางที่สอง เริ่มจาก อำเภอประโคนชัย ไปทางทิศตะวันตก ตามถนนสายโชคชัยเดชอุดม จนถึงถนนเจริญสุข เส้นทางนี้สะดวกเหมาะสำหรับสัญจรในทุกฤดูกาลเลย

เดินทางศึกษาธรรมชาติ
ตามรอยแหล่ง “ภูเขาไฟ”

ไม่ไกลจากชุมชนบ้านเจริญสุข มี เขาพระอังคาร ภูเขาไฟที่ดับแล้ว ซึ่งด้านบนมีวัดเขาพระอังคารตั้งอยู่ วัดที่นี่มีสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใคร อีกทั้งด้านหลังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 3 กิโลเมตร ลัดเลาะไปจนถึง ปากปล่องภูเขาไฟ ที่ยังไม่ค่อยมีใครเข้าไปถึง (เพราะเป็นสถานที่ที่คนรู้น้อยมาก) แต่ขากลับยังมีทีเด็ดสามารถนั่งรถอีแต๊กชมเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เก๋ไก๋ไปอีกแบบ

“วัดเขาพระอังคาร” สถาปัตยกรรมที่สวยมาก ถ่ายรูปคุมโทนได้อีก

พร้อมเดินทางศึกษาธรรมชาติ ณ ป่าเขาพระอังคารแล้ว

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 1 กิโลฯ ทางเข้าเป็นป่า ธรรมชาติล้วนๆ แต่ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย เพราะอากาศเย็นสบาย แต่ถ้าไปปากปล่องภูเขาไฟต้องเดินแยกออกไปอีก 2 กิโลฯ และไม่ได้เป็นทางสบายแบบนี้

เดินทางมา 3 กิโลเพื่อสิ่งนี้ค่ะทุกคน!! ตรงนี้คือบริเวณปากปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้วในสมัยก่อน
ซึ่งหาได้แค่ 1 ใน 7 ของประเทศไทยอีกด้วย และจุดนี้กำลังจะเปิดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ มีการล้อมรั้ว มีป้ายบอกรายละเอียดที่ชัดเจน

ยืนยันความเป็นปากปล่องภูเขาไฟด้วย “หินภูเขาไฟ” ที่ใหญ่มาก แต่เบาเหลือเชื่อ

ขากลับไม่ต้องเดินให้เมื่อย ชาวบ้านมีบริการรถอีแต๊กเพื่อชมเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศกันต่อเลย สุขใจสุด

ถ้าใครอยากมาที่นี่ สามารถติดต่อหาไกด์ที่ชุมชนบ้านเจริญสุข ได้เลยนะฮะ ทั้งได้ตามรอยประวัติศาสตร์ ดึ่มด่ำธรรมชาติ ฟินๆ กันไปเลย

ตามรอยภูเขาไฟกันต่อ ที่ วนอุทยานเขากระโดง

วนอุทยานเขากระโดง เป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ไหว้พระ ชมวิว พร้อมทั้งยังสามารถศึกษาด้านประวัติศาสตร์ และธรณีวิทยาได้อีกด้วย เพราะสามารถมองเห็น ปากปล่องของภูเขาไฟ ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ อย่างเช่นสะพานแขวน และทางเดินที่เต็มไปด้วยความธรรมชาติร่องรอยของภูเขาไฟ

สะพานแขวน ไม่อันตรายนะคะ แข็งแรงมาก คนถ่ายรูปเช็กอินนี่ที่กันเยอะ

ร่องรอยปล่องภูเขาไฟ เห็นชัดมาก อะเมซิ่งจริงๆ

ก่อนกลับไหว้พระที่ “วัดเขากระโดง” สักหน่อย เพิ่มความสิริมงคลให้ชีวิต
ด้านบนสามารถชมวิว จังหวัดบุรีรัมย์ มุม Panorama ไปอีก

สิไหลเด้อ ย้อนวัยเด็กกันค่ะ

วนอุทยานเขากระโดง ใช้เส้นทางจากจังหวัดบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ประโคนชัย ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตรเท่านั้น แล้วเลี้ยวซ้าย เข้าวนอุทยานฯ ได้เลยใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ ตื่นตาตื่นใจกับ “ภูเขาไฟ” ไม่ควรพลาดเลย ที่ “วัดเขาพระอังคาร” และ “เขากระโดง” 

แหล่งชมนก พื้นที่ชุ่มน้ำ

สถานที่สุดท้ายที่จะพาไปนั่นก็คือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน บนพื้นที่กว่า 3,500 ไร่ เดิมทีเป็นที่จอดเครื่องบินแต่ถูกเปลี่ยนมาเป็นอ่างเก็บน้ำ จึงเป็นแหล่งอาศัยชั้นดีของบรรดานกนานาชนิด จนทำให้ นกกระเรียนพันธุ์ไทย ที่เคยอพยพไปจากประเทศไทย กลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง ใครจะส่องดูนกที่ศาลากลางน้ำหรือบนหอคอยก็ได้แล้วแต่ความชอบ ส่วนใครไม่มีกล้องไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะเจ้าหน้าที่จะเตรียมมาบริการ และยังให้ความรู้เพิ่มเติมอีกด้วยนะ สายธรรมชาติต้องชอบแน่นอน!

ชุ่มน้ำสมชื่อจริงๆ เป็นที่รักษาระบบนิเวศของแท้

เจ้านกตัวน้อย เจ้านกตัวจ้อย เต็มไปหมด

คำเตือน: ถ้าใครต้องการมาดู นกกระเรียนพันธ์ไทยโดยเฉพาะกรุณาเตรียมใจด้วยค่ะ นกกระเรียนพันธ์ไทยที่นี่ติสท์มากจะเห็นไม่เห็นน้องก็คือต้องมีดวงนะคะ ฮ่าๆ ส่วนเราดวงคงน้อยไม่มาให้เห็น ;(

จากตัวเมืองบุรีรัมย์มาตามทางหลวงหมายเลข 219 มุ่งประโคนชัยราวๆ ประมาณ 41 กิโลเมตร  เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน จะตั้งอยู่ด้านซ้ายมืออาณาเขตท้องที่อำเภอประโคนชัย ห่างจากตัวอำเภอประโคนชัยราวๆ 6 กิโลเมตรค่ะ

ทั้งนี้ จังหวัดบุรีรัมย์ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยว และ ประวัติศาตร์ อีกมากมายที่รอให้ทุกคนไปสัมผัส แต่ถ้านึกถึงบุรีรัมย์เมื่อไหร่ก็อย่าลืมไปเยี่ยมเยือนสถานที่ที่เราแนะนำกัน รับรองไม่ผิดหวังแน่ๆ เด้อ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา