มาเก๊า (Shutter&Travel)

Home / ท่องเที่ยวรอบโลก, สมาชิกพาเที่ยว / มาเก๊า (Shutter&Travel)

มาเก๊า (Shutter&Travel)

วันหนึ่ง เมื่อ 2-3 ปีก่อน ขณะที่ผมอยู่บ้าน ผมกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บของทุกอย่างในบ้านอย่างรวดเร็วและเร่งรีบ ด้วยความตื่นกลัวกับสภาวะน้ำท่วมกรุงเทพฯ ข้าวของทุกอย่างที่เคยเห็นอยู่ชั้นล่าง ถูกเก็บขึ้นไปไว้ชั้น 2 ที่ปลอดภัยจากน้ำทั้งหมด เรียกว่าเก็บทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเราก็หนีไปต่างจังหวัดเกือบ 2 สัปดาห์ มันเป็นเหตุการณ์ที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมาเกิดกับผม คนทั่วกรุงเจอสถานการณ์เดียวกันนี้ ภาพแบบนี้ผมเคยเห็นแต่ในภาพยนตร์ อารมณ์ประมาณว่าเหมือนฉากหนึ่งในหนังฮอลลีวูดที่คนทั่วเมืองจะกำลังหนีภัยร้ายอะไรสักอย่างจากนอกโลก ภาพรถติดไปทั่วถนนทุกสายที่ออกนอกเมือง (เรื่องอะไรไม่รู้ จำไม่ได้) แต่แล้ว หลังจากที่เราหนีไปต่างจังหวัด 2 สัปดาห์ เราก็กลับมาเจอบ้านในสภาพที่น้ำแห้งสนิท ไม่มีน้ำแม้แต่หยดเดียวเข้ามาเยี่ยมเยียน แล้วสิ่งที่ส่งผลกระทบกับผมมากที่สุดจากวิกฤตน้ำท่วมที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ นั่นก็คือ ผมยังหาข้าวของที่เก็บไว้เจอไม่ครบ … พระเจ้า!

มาเก๊า
มาเก๊า

 

จนเมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมา ผมนัดเจอเพื่อนเก่าสมัยมหาวิทยาลัย มีปาร์ตี้กินดื่มกันตามประสาเพื่อนที่ไม่เจอกันนาน บทสนทนาช่วงหนึ่งก็พูดถึงทริปท่องเที่ยวที่ไปกันสมัยเรียน แล้วก็ถามถึง “ภาพถ่าย” มันเป็นความทรงจำที่เลือนลางมากๆ เพราะน่าจะประมาณ 20 ปีที่แล้ว แน่นอนครับ มันอยู่ที่ผม ซึ่งผมเก็บมันไว้ดีมากในระหว่างหนีน้ำท่วมที่มันไม่มาท่วมนั่นเอง 555 หลังจากปาร์ตี้ปีใหม่ผ่านไป อารมณ์ก้มหน้าก้มตาเกิดขึ้นกับผมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การเก็บข้าวของ ผมพยายามหาภาพถ่าย แต่หายังไงก็ไม่เจอ >< จนเมื่อไม่นานมานี้ ผมก็เหมือนจะไม่พยายามหามันแล้ว เรียกว่าไม่ได้ตั้งใจจะหามันละกัน แต่ก็ดันเจอมันจนได้ จากการพยายามหาของชิ้นอื่น ผมหยิบภาพถ่ายพวกนี้มาดูทีละใบ ทีละใบ ความทรงจำที่เลือนลางมันเริ่มจะดูชัดเจนขึ้นอีกครั้ง เหมือนผมกับเพื่อนเพิ่งไปเที่ยวกันมาเมื่อวาน 🙂 ผมถ่ายภาพถ่ายทีละใบด้วยมือถือแล้วส่งให้เพื่อนๆ ในกลุ่มไลน์ เป็นอันว่าจบภารกิจการค้นหาความทรงจำอันยาวนานเกินกว่าครึ่งปีครับ ผมได้แบ่งปันความทรงจำเก่าๆ ให้เพื่อนๆ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

ผมเป็นคนชอบถ่ายภาพครับ ทุกวันนี้หากไม่ได้ทำงาน จะพกกล้องถ่ายภาพติดตัวตลอด เจออะไรก็จะถ่ายเก็บไว้ ถ่ายจนคอมพิวเตอร์เก็บภาพไม่พอ ต้องซื้อ External hard disk มาเก็บไว้หลายอัน บางทีก็นึกถามตัวเองว่า ตรูจะถ่ายเก็บไว้ทำไมมากมาย ? จนมาเกิดเหตุการณ์ที่เล่าไปตอนต้น นั่นจึงเป็นคำตอบที่สนับสนุนว่าการเก็บภาพของผมนั้นมาถูกทางแล้ว วันนั้นทั้งวันหลังจากเจอภาพเก่า ผมก็เอาภาพถ่ายที่เป็นอัลบั้มสมัยที่ใช้กล้องฟิล์ม และ file ภาพถ่ายยุคดิจิตอลใน External hard disk มาไล่เปิดดูทั้งวัน เป็นการรื้อฟื้นความทรงจำที่มีความสุขมากๆ

 

ฮ่องกง มาเก๊า
ฮ่องกง มาเก๊า

 

บ่นมาซะยืดยาว จริงๆ แล้วไม่ได้เกี่ยวอะไรกับทริปนี้เลย ผมแค่อยากแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวที่อาจทำให้เพื่อนๆ ได้เห็นประโยชน์จากภาพถ่ายและการถ่ายภาพ ก็แค่นั้นครับ ^^ เข้าเรื่องเลยละกัน เมื่อเดือนที่แล้วผมมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวต่างแดน Hong Kong ครับ เป็นครั้งที่ 2 สำหรับผมและลูกในรอบ 5 ปี ทริปนี้เราเดินทางด้วยตนเอง เที่ยวเอง กินเอง นอนเอง หลงเอง เหนื่อยมาก! แต่ก็สนุกไปอีกแบบ

เราเริ่มต้นทริปนี้ด้วยการเดินทางมาถึงฮ่องกงที่สนามบินเช็กแล็บก๊อกด้วยสายการบินเอมิเรต ถึงที่ฮ่องกงเวลาประมาณ 17.00 น. ตามเวลาที่ฮ่องกง พอรับกระเป๋ากันครบเรียบร้อย ความตื่นเต้นก็เริ่มต้นขึ้น!!! (ขอนึกย้อนไปถึงการท่องเที่ยวต่างแดนของผมเมื่อครั้งก่อนๆ เราจะใช้บริการทัวร์ท่องเที่ยวตลอด ไม่เคยต้องกังวัลอะไร มีคนพาไปตลอด พอถึงสนามบินก็มีรถบัสมารับไปกินข้าว พาไปโรงแรม เที่ยวๆๆๆๆ แล้วกลับมานอนโรงแรม ความตื่นตาตื่นใจจึงไปอยู่กับการท่องเที่ยวและการเห็นสิ่งแปลกตา ไม่เคยต้องกังวลอะไร ซึ่งต่างจากทริปนี้โดยสิ้นเชิง เราจึงต้องทำการบ้านกันมา ทั้งอ่าน ทั้ง search พิมพ์เอกสารสำคัญมา นั่งรถสายอะไร? ไปทางไหน? ขึ้นรถแล้วจะลงตรงไหน? ป้ายไหน? ลงแล้วจะเดินไปทางไหน? กินอะไรดี? จะอร่อยไหม๊? มันคือความตื่นเต้นที่มีมากจนล้นเลยล่ะครับ และนี่แหละคือเสน่ห์ของการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเอง “ตื่นเต้น” ถ้าคุณซื้อทัวร์คุณจะไม่ได้เจอมัน) เราต่อแถวซื้อบัตร Octopus ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรที่สนามบินกันก่อน บัตร Octopus สามารถนำมาใช้เป็นค่าโดยสารรถบัส ค่ารถไฟฟ้า และรวมถึงการซื้อของที่เซเว่นอีเลเว่นด้วย เหมาะมากกับผู้ที่เที่ยวกันเอง จะสะดวกและรวดเร็วในการเดินทางมากขึ้น เงินหมดก็เติมได้ หลังจากนั้นเราก็เดินทางโดยรถบัสสาย A21 มาลงที่ถนนนาทานเพื่อเก็บของเข้าห้องพักกันก่อน แล้วก็ลงมาหาของกินและเดินเที่ยวเล็กน้อย

 

บนสายการบินเอมิเรต
บนสายการบินเอมิเรต
สนามบินเช็กแล็บก๊อก
สนามบินเช็กแล็บก๊อก
สนามบินเช็กแล็บก๊อก
สนามบินเช็กแล็บก๊อก เรารอขึ้นรถบัสด้วยบัตร Octopus
Hongkong
ร้านของทอดร้อนๆ น่าทานครับ

 

เช้ารุ่งขึ้นเราแวะกินโจ๊กฮ่องกงกับปาท่องโก๋ตัวยาวๆ กันก่อนที่มงก๊ก เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึงฮ่องกง พออิ่มท้องกันเป็นที่เรียบร้อย เราก็นั่งรถบัสสาย 3C เดินทางต่อกันมาจนถึงท่าเรือ HK China Ferry Terminal หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าท่าเรือเกาลูนรถบัสสาย  3C จะมาจอดที่หน้าห้าง China HK City พอดี ท่าเรืออยู่ที่ห้างนี้เลยครับซึ่งเราเลือกเดินทางไปกับเรือ Turbo Jet เพื่อไปลงที่ Macau Maritime Ferry ด้วยเวลา 1 ชั่วโมงบวกลบนิดหน่อย เราก็เดินทางมาถึงมาเก๊า ผมไม่เคยนั่งเรือข้ามฝากแบบนี้ครับ มันเป็นเรือไฮโดรฟรอยด์ที่วิ่งเร็วมากครับ เหมือนเรือวิ่งอยู่บนผิวน้ำเลย บางช่วงจังหวะที่เคลื่อนแรงมันก็เหวี่ยงจนทำให้ผวาไปเหมือนกัน แต่เราก็ถึงโดยสวัสดิภาพ พอถึงฝั่งมาเก๊า เป้าหมายแรกของเราคือ เวนิสแห่งเอเชีย หรือเวเนเชี่ยน (Venetian) นั่นเองครับ

 

โจ๊กฮ่องกง
โจ๊กฮ่องกง
โจ๊กฮ่องกง
โจ๊กฮ่องกง
บัตร Octopus ที่สามารถเติมเงินได้ตามตู้ที่มีบริการ
บัตร Octopus ที่สามารถเติมเงินได้ตามตู้ที่มีบริการ
รถบัสที่ฮ่องกงมีสองชั้นสะดวกมาก
รถบัสที่ฮ่องกงมีสองชั้นสะดวกมาก

 

เดอะเวเนเชี่ยน มาเก๊า เป็นชื่อโรงแรมหรูในมาเก๊าภายในมีห้องพักรับรองหลายพันห้อง มีห้องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ให้บริการและมีบ่อนคาสิโนที่เซียนพนันและนักท่องเที่ยวหลายระดับมาเล่นกันเพื่อความสนุกสนานตลอดจนมีแหล่งชอปปิ้งระดับโลกรวมอยู่ในที่เดียวกัน และยังมีเรือกอนโดล่าบริการสำหรับผู้ต้องการล่องเรือในบรรยากาศเวนิสจำลองด้วย

เราเลือกขึ้น Shutter Bus ของเวเนเชี่ยนเพื่อให้พาเราไปส่งที่เวเนเชี่ยนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่มาเก๊า Shutter Bus บริการฟรีครับ เซียนพนันจากทั่วโลกคงรู้จักมาเก๊าดี คาซิโน ที่นี่มีมากมายให้เลือกตามสะดวก พอมาถึงผมก็ไม่พลาดที่จะขอเข้าไปเดินดูในคาซิโนครับ มันเป็นครั้งแรกของผมอีกเช่นกัน เซียนพนันมากมายที่มาเสี่ยงโชคที่นี่ บรรยากาศดูคึกคัก ผมไม่มั่นใจว่าจะมีคนรวยจริงๆ จากคาซิโนนี้สักกี่คน เพราะเท่าที่ยืนดูเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ส่วนใหญ่เสียทั้งนั้น ผมเดินออกมาโดยไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะผมไม่ได้เล่น ^^ ผมเคยมีโอกาสได้ไปเวนิชจริงๆ ที่อิตาลีเมื่อสิบปีก่อนครับ พอจะจำภาพในความทรงจำได้ลางๆ พอมาเจอที่นี่ก็ขอชื่นชมครับ มันเป็นการจำลองสถานที่ในร่มใต้อาคารออกมาได้ดีไม่น้อยทีเดียว เราเดินเล่นถ่ายภาพและช็อปปิ้งก่อนจะออกมาจากเวเนเชี่ยนและไปวัดอาม่ากันต่อ

 

บนเรือไฮโดรฟอยด์ Turbo Jet
บนเรือไฮโดรฟอยด์ Turbo Jet
บนเรือไฮโดรฟอยด์ Turbo Jet
บนเรือไฮโดรฟอยด์ Turbo Jet
มาเก๊า เวเนเชี่ยน
มาเก๊า เวเนเชี่ยน
มาเก๊า เวเนเชี่ยน
มาเก๊า เวเนเชี่ยน
มาเก๊า เวเนเชี่ยน
มาเก๊า เวเนเชี่ยน
มาเก๊า เวเนเชี่ยน
มาเก๊า เวเนเชี่ยน
มาเก๊า เวเนเชี่ยน
มาเก๊า เวเนเชี่ยน
มาเก๊า เวเนเชี่ยน
มาเก๊า เวเนเชี่ยน

 

วัดอาม่า หรือศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายให้กับอาม่า คนที่นี่ถือว่าเป็นองค์เทพธิดาแห่งท้องทะเลที่นี่ถือเป็นจุดแรกที่เจ้าแม่อาม่าย่างเท้าก้าวขึ้นสู่ผืนดินมาเก๊า อาม่าที่เรากราบไหว้กันนี้ว่ากันว่าเป็นหญิงสาวชาวฟูเจียนชื่อหลิงม่า วันหนึ่งเธอโดยสารมากับเรือเล็กลำหนึ่งของชาวประมงแต่เกิดพายุใหญ่ทำให้เรือหลายลำล่มจมลงแต่เรือของหลิงม่าก็มาถึงฝั่งได้อย่างปาฏิหาริย์ ก้าวแรกที่เธอเหยียบฝั่งมาเก๊า เธอก็ตัวลอยหายไปบนฟ้า ผู้คนก็เลยเชื่อว่าเธอคือเทพธิดาแห่งท้องทะเล

 

วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
วัดอาม่าหรือศาลเจ้าแม่ทับทิม
ตรอกซอกซอยรอบๆ วัดอาม่า
ตรอกซอกซอยรอบๆ วัดอาม่า
ตรอกซอกซอยรอบๆ วัดอาม่า
ตรอกซอกซอยรอบๆ วัดอาม่า
ตรอกซอกซอยรอบๆ วัดอาม่า
ตรอกซอกซอยรอบๆ วัดอาม่า

 

ที่วัดอาม่านี้ นักท่องเที่ยวค่อนข้างหนาตา คนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวมาเก๊าก็จะแวะมาไหว้และขอพรกันที่นี่ เรามีเวลาเหลือพอที่จะเดินเล่นถ่ายภาพตามตรอกซอกซอยรอบๆ วัด ก่อนที่จะนั่งเท็กซี่ไปที่ เซนาโด้สแควร์ (Senado Square) เพื่อเดินเที่ยวและช้อปปิ้งครับ … ที่มาเก๊านี้ถือเป็นสวรรค์ของนักช้อปแห่งหนึ่ง เพราะเป็นเมืองท่าปลอดภาษี ราคาสินค้าไม่แพง เรายินดีที่จะเสียทรัพย์ที่นี่มากกว่าที่คาซิโนครับ แต่สำหรับผมแค่ได้มาเดินถ่ายรูปก็เพียงพอแล้ว ที่เซนาโด้สแควร์จะโดดเด่นเรื่องการออกแบบที่ดูคลาสสิกสวยงาม เพราะล้อมรอบไปด้วยอาคารห้างร้านสไตล์ยุโรป และที่นี่ก็เต็มไปด้วยร้านค้าแฟชั่น แบรนด์เนมต่างๆ มากมาย ร้านอัญมณี เครื่องประดับ และของที่ระลึกก็มีไม่น้อย นักช้อปที่มามาเก๊า ห้ามพลาด !!!

 

เซเนโด้ สแควร์
เซเนโด้ สแควร์
เซเนโด้ สแควร์
โบสถ์ใกล้ๆ เซเนโด้ สแควร์
เซเนโด้ สแควร์
เซเนโด้ สแควร์
เซเนโด้ สแควร์
ขนมขึ้นชื่อของที่นี่พายไข่
เซเนโด้ สแควร์
เซเนโด้ สแควร์
เซเนโด้ สแควร์
เซเนโด้ สแควร์ สามารถเดินขึ้นเนินต่อมาถึงโบสถ์เซนต์ปอล

 

ที่เซนาโด้สแควร์เราเดินต่อมาเรื่อยๆ จนถึง ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล ( Ruins of St.Paul’s ) ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอลนี้คือด้านหน้าของโบสถ์มาแตร์ เดอี ที่สร้างขึ้นระหว่าง ค.ศ. 1602-1640 ที่นี่เมื่อต้นศตวรรษที่ 17 ถือเป็นสถานที่สำคัญ ถูกใช้เป็นโรงเรียนสอนศาสนาและเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองมาเก๊า แต่ในปี ค.ศ. 1835 เกิดไฟไหม้ทำให้วิทยาลัยเซนต์ปอลที่อยู่ติดกับโบสถ์ก็กลายเป็นซากด้วยเช่นกัน จากเหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนั้นทำให้โบสถ์เซนต์ปอลเหลือเพียงประตูและบันไดทางเข้าด้านหน้าตามที่เห็นในภาพ พอในปี ค.ศ.1991 ด้านหลังของประตูโบสถ์นี้ มีหลุมฝังศพของบาทหลวงวาลิคนาโนผู้ก่อตั้งโบสถ์ และโครงกระดูกของชาวคริสต์ญี่ปุ่น และเวียดนามที่เสียชีวิตทุกวันนี้ ที่นี่นับเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ถือเป็น landmark สำคัญของมาเก๊าไปแล้ว ว่ากันว่า ถ้ามาเที่ยวมาเก๊าแล้วไม่ได้มาถ่ายรูปกับซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล ถือว่าไม่ถึงมาเก๊านะครับ

 

โบสถ์เซนต์ปอล
โบสถ์เซนต์ปอล
โบสถ์เซนต์ปอล
โบสถ์เซนต์ปอล
โบสถ์เซนต์ปอล
โบสถ์เซนต์ปอล
โบสถ์เซนต์ปอล
โบสถ์เซนต์ปอล
โบสถ์เซนต์ปอล
โบสถ์เซนต์ปอล
โบสถ์เซนต์ปอลโบสถ์เซนต์ปอล
โบสถ์เซนต์ปอล
โบสถ์เซนต์ปอล
โบสถ์เซนต์ปอล
โบสถ์เซนต์ปอล
โบสถ์เซนต์ปอล

 

เราอยู่ที่โบสถ์เซนต์ปอลกันจนถึงช่วงเย็นก่อนจะกลับข้ามฝั่งมานอนที่ฮ่องกง 1 วันเต็มๆ ที่เราอยู่ที่มาเก๊า ดูเหมือนจะเร็วมาก จากการที่เราได้เปิดหูเปิดตากับสถานที่ใหม่ๆ อะไรๆ ก็ดูจะเร็วไปหมด เที่ยวมาเก๊าครั้งแรกของเราดูเหมือนจะยุ่งยากสักนิดจากการเดินทาง จนมีบางช่วงที่เดินหลงทางกันด้วย มันก็ทำให้ตื่นเต้นดี ผมมีโอกาสได้เห็นบ้านเมืองตามตรอกซอกซอยตอนเดินหลงกัน ดูสวยงามดี ดูคลาสสิก ดูสะอาดตา แต่ด้วยเพราะอารมณ์ตื่นเต้นที่เป็นกังวลกับการเดินหลงอยู่ ทำให้ผมไม่ได้ยกกล้องขึ้นมาถ่ายเลย พอมานั่งนึกถึงตอนนี้ ก็รู้สึกเสียดายโอกาสในการเก็บภาพบรรยากาศสวยๆ ไปเหมือนกัน จากที่ผมเกริ่นนำไว้ตอนต้นของบทความ ถือว่าผมพลาดการบันทึกความทรงจำดีๆ ไปซะแล้ว แต่ถ้าคิดในแง่ดี ก็ถือซะว่าจะได้หาเรื่องมาใหม่รอบสองละกันครับ คอลัมม์นี้ผมขอจบที่มาเก๊าก่อนนะ ไว้โอกาสหน้าจะเขียนถึงที่ฮ่องกงครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี

ธีรชัย ธาราสุข
ธีรชัย ธาราสุข

 

*ห้ามนำภาพหรือบทความนี้ไปเผยแพร่ก่อนได้รับการอนุญาตจากเว็บไซต์ travel.mthai.com

ขออนุญาตใช้เนื้อหา