ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่เที่ยวเลย พระพุทธบาทภูควายเงิน ภูกระดึง ภูทอก ภูป่าเปาะ วัดศรีคุณเมือง สวนผาหินงาม หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ อุทยานแห่งชาติภูเรือ เชียงคาน แก่งคุดคู้

เทหมดใจ หลงรัก “เลย” ..ใช้ชีวิตช้าๆ กับ 10 ที่เที่ยวเชียงคาน จ.เลย

Home / นักเที่ยวเชี่ยวทาง / เทหมดใจ หลงรัก “เลย” ..ใช้ชีวิตช้าๆ กับ 10 ที่เที่ยวเชียงคาน จ.เลย

ช่วงนี้เริ่มมีลมหนาวพัดมาให้คนกรุงเทพดีใจกันแล้ว อากาศดีดีแบบนี้ คิดดูสิที่ภาคอีสานจะหนาวกว่าขนาดไหน วันนี้เราจะพาไปเที่ยวผ่อนคลายเบาๆ ในอำเภอเชียงคาน รวมไปถึงที่เที่ยวสวยๆ ในจังหวัดเลยกันค่ะ

ใช้ชีวิตช้าๆ กับ 10 ที่เที่ยวเชียงคาน จ.เลย

เชียงคาน เป็นเมืองเล็กๆ  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ยังคงมีเสน่ห์ในเรื่องของวัฒนธรรม ขนบประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิม ซึ่งหาดูได้ยากในปัจจุบัน มีกลิ่นอายแบบคลาสสิคย้อนยุค บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่ไปเที่ยวพักผ่อนอย่างยิ่ง

1. ภูทอก

ภูทอก จุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามแห่งหนึ่งในภาคอีสาน พร้อมเสพทัศนียภาพแบบพาโนราม่ารอบเมืองเชียงคานและวิวสองฝั่งแม่น้ำโขง รวมถึงเป็นที่ตั้งของสถานีโทรคมนาคมของเมืองเชียงคานอีกด้วย นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกันในช่วงปลายฝนถึงฤดูหนาว เพราะจะได้สัมผัสกับปุยหมอกหนาๆ ที่มาปะทะร่างกายเราตั้งแต่นั่งรถขึ้นภูจนถึงยอดภูเลยทีเดียว


2. ถนนคนเดินเชียงคาน

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เวลา 17.00-21.00 ถนนชายโขงแห่งนี้ จะกลายเป็นถนนคนเดินที่คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเดินทอดน่องชมบ้านไม้เก่าแก่ ท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิค บางหลังเป็นร้านอาหาร บางหลังเป็นร้านกาแฟ บางหลังก็พัฒนาเป็นโรงแรม หรือเกสต์เฮาส์ บ้างก็เป็นร้านขายของที่ระลึก มีสินค้าและอาหารพื้นเมืองให้นักท่องเที่ยวชิมช้อปไม่มีเบื่อ กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งก็คือการขี่จักรยานเลาะริมฝั่งโขง ดูวิวทิวทัศน์สวยๆ สัมผัสอากาศสดชื่น และวิถีชีวิตผู้คนที่น่ารัก ส่วนในตอนเช้าจะมีพิธีตักบาตรข้าวเหนียว ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านาน

ข้าวจี่ทอด อาหารพื้นบ้านของเชียงคาน


3. แก่งคุดคู้

แก่งคุดคู้ เปรียบได้กับสถานที่ตากอากาศของคนเชียงคาน รายล้อมด้วยวิวของลำน้ำโขงที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา ทอดตัวยาวขนานไปสองฝั่งไทย-ลาว และในช่วงที่น้ำลดจะเห็นเกาะแก่งน้อยใหญ่ต่างๆ โดยมีภูเขาลูกยักษ์ที่ชื่อ “ภูควายเงิน” ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังอยู่ฝั่งตรงข้าม ที่นี่เขามีบริการให้เช่าเรือหางยาวด้วย นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งไทย-ลาว และวิถีชีวิตชาวบ้านที่ล่องเรือหาปลาในแม่น้ำโขง หรือเดินเล่นพักผ่อนชมความงามของแก่งหิน ก่อนกลับแวะซื้ออาหารอร่อยๆ จากพ่อค้าแม่ค้าที่มาตั้งซุ้มขายอยู่ริมฝั่งโขง ซึ่งมีของฝากขึ้นชื่อเป็นมะพร้าวแก้วหวานหอมแสนอร่อย


4. หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ

ขอบคุณรุปภาพจาก: tourismthailand

ตั้งอยู่บริเวณบ้านนาป่าหนาด ห่างจากอำเภอเชียงคาน 17 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านของกลุ่มชาวไทดำกลุ่มหนึง ที่อพยพมาจากเมืองเชียงขวาง สปป. ลาว ที่นี่เราจะพบกับบ้านจำลองที่สร้างขึ้นตามรูปแบบของชาวไทดำในอดีต รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ในบ้านต่างๆ ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้อย่างดี และชมการทำผ้าทอมือแบบโบราณ ซึ่งสามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากได้ นอกจากนี้ยังมีบริการโฮมสเตย์ ไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตชาวไทดำอย่างลึกซึ้งด้วย

ขอบคุณรูปภาพจาก: บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ นาป่าหนาด


5. วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน

ขอบคุณรุปภาพจาก: tourismthailand

มาเที่ยวเชียงคานแล้ว อย่าลืมแวะมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน ด้วยนะ ที่นี่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านผาแบ่น ตำบลบุฮม อยู่บนเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 400 เมตร แต่ก่อนเชื่อกันว่าคนมีบุญเท่านั้นที่จะขึ้นมาถึงพระพุทธบาทภูควายเงินได้ เพราะเส้นทางมานั้นยากลำบาก แต่ปัจจุบันสะดวกสบายขึ้นเยอะแล้วค่ะ ไฮไลท์ของที่นี่คือ รอยพระพุทธบาทยาวประมาณ 120 ม. กว้าง 65 ซม. ประดิษฐานบนหินลับมีด และพระเจ้าใหญ่พุทธฉัพรรณรังสี พระปูนปั้นสีขาวองค์ใหญ่ประดับด้วยกระจกสะท้อนแสงแวววับ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้านละแวกนั้นเป็นอย่างมาก


6. วัดศรีคุณเมือง

ขอบคุณรุปภาพจาก: tourismthailand

วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเชียงคานมายาวนาน โดดเด่นด้วยศิลปะแบบล้านนาและล้านช้าง ซึ่งจะเห็นได้จากโบสถ์ที่มีหลังคาลดหลั่นกันลงมาตามแบบศิลปะล้านนา รวมถึงพระพุทธรูปไม้จำหลัก ลงรักปิดทอง ปางประทานอภัย ที่สร้างตามแบบศิลปะล้านช้างหรือแบบลาว รวมไปถึงธรรมาสน์ไม้สักแกะสลักลายประดับกระจกสี, พระพุทธรูปยืนชนิดไม้ทาน้ำทอง และ ศิลาจารึกชนิดหิน ก็ล้วนเป็นโบราณวัตถุศิลปะล้านช้างด้วยเช่นกัน

ขอบคุณรุปภาพจาก: donmueangairportthai


7. ภูป่าเปาะ

ภูป่าเปาะ เป็นจุดชมวิวภูหอที่สวยงามสุดๆ ปลายยอดเป็นเขาหัวตัดเหมือนปล่องไฟ มองแล้วคล้ายกับ ภูเขาไฟฟูจิของประเทศญี่ปุ่น จึงถูกขนานนามว่า “ฟูจิเมืองเลย” มีจุดชมวิวทั้งหมด 4 จุด แต่ละจุดห่างกันประมาณ 200 เมตร ต้องนั่งรถอีแต๊กขึ้นไปชม ทางขึ้นเป็นทางลูกรัง บางช่วงชัน เป็นหลุมเป็นบ่อ และบอกเลยว่ายิ่งขึ้นไปสูงเท่าไหร่ อากาศยิ่งหนาวเย็น แนะนำพกเสื้อหนาวไปด้วยนะคะ ไฮไลท์อยู่ที่จุดชมวิวสุดท้าย ที่พอนั่งรถอีแต๊กมาถึง ต้องเดินบุกป่าฝ่าดงขึ้นไปอีกเกือบ 150 เมตร แต่คุ้มเหนื่อย ข้างบนสามารถมองเห็นวิวได้รอบ 360 องศา และมองเห็นฟูจิเมืองเลยได้ชัดเจนที่สุดอีกด้วย


8. อุทยานแห่งชาติภูเรือ

กังหันสูงใหญ่ตั้งโดดเด่นอยู่ปากทางขึ้นภูเรือ โอบล้อมด้วยดอกคริสมาสต์สีแดงสะพรั่งในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนมกราคม สีสันสดสวยตัดกับแบ๊คกราวน์ต้นไม้และภูเขาลูกเขียว เย้ายวนให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเก็บภาพก่อนและหลังขึ้นไปชมแสงแรงของวันด้านบนอุทยานแห่งชาติภูเรือ เหตุที่เรียกว่าภูเรือเนื่องจากเป็นภูเขาที่มีชะง่อนผายื่นออกมา รูปร่างคล้ายเรือสำเภาใหญ่ และมีที่ราบบนยอดเขาเหมือนท้องเรือนั่นเอง ยอดภูเรืออยู่บนภูเขาสูง ทำให้มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี โดยเฉพาะฤดูหนาว อากาศเย็นจัดจนน้ำค้างบนยอดหญ้าแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง หรือที่เรียกกันว่า แม่คะนิ้ง ในภาษาพื้นเมือง วิวโดยรอบจะเห็นทะเลหมอกขาวโพลนคลอเคลียปกคลุมทิวเขาน้อยใหญ่ และเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ที่น่าประทับใจอีกแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ในอุทยานยังมีที่เที่ยวอื่นๆ อีก เช่น ผาโหล่นน้อย น้ำตกห้วยเตย สวนหินพาลี หินพานขันหมาก เป็นต้น

ขอบคุณรูปภาพจาก: tourismthailand


9. ภูกระดึง

แลนด์มาร์คยอดฮิตในจังหวัดเลยที่ใครต่างก็อยากมา เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติที่งดงามบนยอดภูและเป็นหนึ่งในผู้พิชิตภูกระดึง ในช่วงหนาวๆ แบบนี้ ประมาณเดือนธ้นวาคม ไฮไลท์อย่างนึงคือการมาชมใบเมเปิ้ลสีเขียวที่ค่อยๆ ทยอยผลัดใบเป็นสีแดง ออกดอกเต็มต้น บ้างก็ร่วงลงสู่พื้นดิน ลำธาร หรือลานโขดหิน ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ ให้ความรู้สึกโรแมนติกเหมือนอยู่ญี่ปุ่นเลยล่ะ อีกทั้งอากาศยังหนาวเย็น บางทีอุณหภูมิอาจลดต่ำจนถึง 0 องศาเซลเซียส อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวห้ามพลาดคือขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกที่ ผาหล่มสัก พร้อมยืนโพสท่าเก๋ๆ บนชะง่อนหินที่ยื่นออกจากหน้าผา โดยมีต้นสนใหญ่ลู่ลมไปมาอยู่ด้านหลัง และอย่าลืมตื่นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ ผานกแอ่น จุดชมวิวยามเช้าเคล้าไปกับสายหมอกงดงามเป็นที่สุด

 

ดูรีวิวเพิ่มเติม : ได้เวลาดูดาว ล่าทะเลหมอก เตรียมไปพิชิต ภูกระดึง จ.เลย


10. สวนผาหินงาม

แนวผาหินปูนสูงใหญ่ เรียงรายทอดตัวเป็นแนวยาวหลายร้อยลูก กินอาณาเขตถึง 40,000 ไร่ ภายใน สวนผาหินงาม มีเส้นทางเดินสลับซับซ้อน บางช่วงดูลึกลับน่าตื่นเต้นคล้ายกับผจญภัยอยู่ในเขาวงกต บางช่วงต้องปีนป่ายเพิงหิน หรืออาจต้องมุดลอดโพรงถ้ำ นอกจากนี้ ตลอดเส้นทางยังมีโอกาสพบเห็นต้นไม้หายากและต้นไม้ยักษ์อย่างปรงเขาที่มีอายุหลายร้อยปี และด้วยความอัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ภูเขาหินปูนนี้ขึ้นมา ที่นี่จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “คุนหมิงเมืองเลย”

เห็นรายการเที่ยวแน่นขนาดนี้ บวกกับอากาศเย็นๆ ที่ช่างยั่วยวนใจซะเหลือเกิน คงต้องเตรียมวางแพลนเที่ยวและลาพักร้อนยาวๆ แล้วล่ะ ใครจะไปก็เตรียมเสื้อหนาวหนาๆ ติดกระเป๋าไปด้วยนะ เดี๋ยวจะหมดสนุกเอาได้ หรือใครมีคนดีต่อใจก็พากันไปกอดกระชับไออุ่นให้คนโสดอิจฉาไปเลย

ขออนุญาตใช้เนื้อหา