ที่เที่ยวธรรมชาติ ที่เที่ยวหน้าฝน ที่เที่ยวเดือนกันยายน ที่เที่ยวในไทย เที่ยวหน้าฝน

10 ที่เที่ยวเดือนกันยายน ออกไปสัมผัส ความสวยงามที่มาพร้อมฝน

Home / นักเที่ยวเชี่ยวทาง / 10 ที่เที่ยวเดือนกันยายน ออกไปสัมผัส ความสวยงามที่มาพร้อมฝน

เดือนกันยายน ยังคงอยู่ในช่วงหน้าฝน แถมตกหนัก ตกเกือบทุกวันซะด้วย อย่างนี้จะออกไปเที่ยวไหนได้ …Travel Mthai ขอนั่งยันนอนยันว่ามีที่ให้ไปแน่นอน เพราะหน้าฝนมักซ่อนสิ่งสวยงามทางธรรมชาติไว้รอให้เราไปค้นพบอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นหุบเขา ต้นไม้ ทุ่งข้าว ลำธาร หรือทะเลหมอก ตามเรามาสิ รับรองว่าฟินทุกที่แน่นอน

10 ที่เที่ยวเดือนกันยายน ออกไปสัมผัส
ความสวยงามที่มาพร้อมฝน

1. อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง (ปางอุ๋งสุพรรณ)
จ.สุพรรณบุรี

แค่ได้ยินชื่อปางอุ๋ง ก็นึกถึงภาพของสายหมอกยามเช้าที่ลอยระเรื่อเหนืออ่างเก็บน้ำ กับวิวต้นสนเรียงเป็นทิวแถว เป็นสถานที่ท็อปฮิตที่ใครก็ยินยอมนั่งรถฝ่าฟันหลายพันโค้งเพื่อไปชื่นชมความสวยงาม แต่ถ้าใครไม่อยากเดินทางไกล ก็สามารถมาเที่ยว อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง จังหวัดสุพรรณบุรี แทนกันได้ ที่นี่ได้ฉายาว่า ปางอุ๋งสุพรรณ ด้วยความสวยงามตามธรรมชาติ มีทั้งป่าเขาและผืนน้ำ อันเกิดจากความร่วมมือของชุมชน ช่วยกันพัฒนา และดูแลพื้นที่ป่าของหมู่บ้าน ให้สามารถรับนักท่องเที่ยวแบบเรียบง่าย และเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่ เหมาะกับการแค้มปิ้ง กางเต้นท์ หรือจะนอนบนแพ ก็มีให้บริการ


 2. เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

หากถามว่าเที่ยวเขาค้อฤดูกาลไหนสวยที่สุด คงต้องตอบว่าหน้าฝนนี่แหละสวยที่สุดแล้ว มีความความเขียวสดของดอกไม้ ต้นหญ้า  มีหมอกขาวลอยฟุ้งปกคลุมทั่วทิวเขา มีอากาศเย็นสบายและความสดชื่นหลังฝนตก จนใครต่อใครก็พูดกันว่า “นอนเขาค้อ 1 วัน อายุยืน 1 ปี” จะจริงมั้ย ต้องลองมาพิสูจน์เอง

ทุ่งกังหันลม คือหนึ่งในแลนด์มาร์คของเขาค้อที่เพื่อนๆ ควรแวะมา วิวที่เห็นเป็นทุ่งกังหันลมยักษ์ใหญ่ ที่ตั้งเรียงรายอยู่บนเนินเขาสูง สามารถมองไปได้กว้างไกลถึงวัดผาซ่อนแก้ว นอกจากนี้ยังมีเหล่าบรรดาเทเลทับบี้ และทุ่งดอกไม้ให้ถ่ายรูปแบบใกล้ชิดกันอีกด้วย


3. นาขั้นบันได จ.เชียงใหม่

นาขั้นบันได นาข้าวที่ปลูกลดหลั่นไปตามไหล่เขา  เป็นอีกหนึ่งวิวสวยขั้นเทพ ไฮไลท์ของที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้มาชมความงามอยู่เสมอ ช่วงหน้าฝนซึ่งเป็นฤดูทำนาข้าว เดือน ก.ย. – ต.ค. ต้นข้าวจะเริ่มเขียวขจีชุ่มฉ่ำ เคล้าสายหมอกบางๆในฤดูฝน

นาขั้นบันไดในจังหวัดเชียงใหม่นั้น มีด้วยกันหลายที่ เช่น

  • นาข้าวขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียง อ.แม่แจ่ม
  • นาข้าวขั้นบันไดบ้าน กองกาน อ.แม่แจ่ม
  • นาข้าวขั้นบันได แม่ปาน อ.แม่แจ่ม
  • นาข้าวขั้นบันได บ้านตีนผา อ. แม่แจ่ม
  • นาข้าวขั้นบันได แม่กลางหลวง อ.จอมทอง
  • นาข้าวขั้นบันได บ้านผาหมอน
  •  นาข้าวขั้นบันได โครงการหลวงขุนแปะ อ.จอมทอง
  • นาข้าวขั้นบันได บ้านแม่ระมีดน้อย อ.อมก๋อย

อ่านรีวิวเพิ่มเติม : ชมวิวขั้นเทพ กับ 10 ที่เที่ยวนาขั้นบันได ในเมืองไทย


4. นาข้าวขั้นบันได โครงการปิดทองหลังพระ จ.น่าน

อีกหนึ่งนาข้าวขั้นบันได ที่อยากแนะนำให้มาเที่ยวในฤดูฝน ระหว่างเดือน ก.ย. –  ต.ค. จากภูเขาหัวโล้นในอดีต แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยูหัว ที่แห่งนี้จึงกลายเป็นความเขียวขจี ด้วยนาข้าวที่มีลายเส้นโค้งงดงามตามไหล่เขา เป็นความพิเศษที่เราจะสามารถเห็นนาข้าวที่ปลูกบนภูเขาสูงเทียมเมฆเคียงคู่กับท้องฟ้า นอกจากนี้ยังสามารถชมทะเลหมอกอันสวยงามในยามเช้าที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดอีกด้วย


5. เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี

 เขื่อนรัชชประภา หรือที่เรียกกันติดปากว่า กุ้ยหลินเมืองไทย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของอุทยานแห่งชาติเขาสก ทัศนียภาพโดยทั่วไปภายในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน มีทัศนียภาพที่สวยงามมาก มีลักษณะเป็นเขาหินปูนที่ยอดเขาตั้งฉากกับผืนน้ำสีเขียวมรกต คล้ายกับผืนน้ำทะเล สามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะมีลักษณะเป็นเขื่อนปิด เเต่หน้าฝนจะมีหมอกเยอะลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือเขาหินปูน ดูสวยชุ่มฉ่ำ การมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับมันคงให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติที่ไม่สมบูรณ์ เหมือนกินลอดช่องไม่ใส่กะทิ ดังนั้นการได้พักค้างคืนที่นี่ ดูจะเป็นอะไรที่สมเหตุสมผลของการมาพักผ่อนแบบเต็มที่อย่างที่สุด


6. หมู่บ้านสลักคอก เกาะช้าง จ.ตราด

หมู่บ้านสลักคอก เป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของเกาะช้าง หรือเกาะช้างฝั่งซ้าย หลบซ่อนอยู่ในช่องแคบๆ ภายในเวิ้งวงกลมขนาดใหญ่คล้ายคอกสัตว์ ล้อมรอบด้วยป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์ กิจกรรมที่พลาดไม่ได้เลยคือ การนั่งเรือมาด เรือแจวลำเล็กที่เรียกกันว่า เรือกอนโดลา เพราะคล้ายกับการนั่งเรือชมคูคลองในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี  เพียงแต่แปลงมาใช้เป็นเรือพายพานักท่องเที่ยวล่องชมธรรมชาติรอบอ่าวสลักคอก


7. ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ จ.อุทัยธานี

ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ ที่เที่ยวใหม่แกะกล่อง แห่งอำเภอบ้านไร่ อุทัยธานี เดิมเป็นฝายปูนกั้นน้ำธรรมดาๆ ไม่ได้น่าสนใจอะไร แต่ไฮไลท์ที่ทำให้ฝายแห่งนี้พิเศษขึ้นมานั้น คือช่วงหน้าฝนน้ำจะไหลเอ่อล้นจากบนลงล่าง กลายเป็นม่านน้ำตกขนาดเล็ก โดยมีหุบเขาและพื้นหญ้าเขียวชะอุ่มห้อมล้อมอยู่เป็นฉากหลัง ทำให้ภาพที่ออกมานั้นสวยงามมาก และเรายังสามารถลงไปสัมผัสความเย็นสดชื่นของสายน้ำได้อย่างสนุกสนานอีกด้วย


8. จุดชมวิวดอยกิ่วลม จ.แม่ฮ่องสอน

จุดชมวิวดอยกิ่วลม มีความสูงประมาณ 2,175 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดชมวิวนี้สามารถชมได้ทั้งสองฟากถนน มีทัศนียภาพที่สวยงามและหลากจินตนาการของทิวเขาที่สลับซับซ้อนของยอดดอยเชียงดาว มีเมฆขาวสลับกันสวยงาม มีร้านขายของอาคารขายสินค้าของพี่น้องชาวเขาเผ่าลีซอ มีสินค้าหัตถกรรม และสินค้าอื่น ๆ วางขายบริการแก่นักท่องเที่ยว


9. หล่มภูเขียว จ.ลำปาง

หล่มภูเขียว แอ่งน้ำขนาดใหญ่อยู่บนภูเขา ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท มีลักษณะคล้ายปล่องภูเขาไฟ น้ำในแอ่งลึกมากจนมองเห็นเป็นสีเขียว คล้ายสีมรกต  เป็นแหล่งอาศัยของปลาจำนวนมาก บริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบแล้ง ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชันที่เกิดจากภูเขาหินปูน ปกคลุมร่มรื่นด้วยเงาจากต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศแสนสงบบวกกับความเรียบนิ่งของผิวน้ำ เหมือนสรวงสวรรค์บนดิน ที่หลุดออกมาจากเทพนิยาย


10. นาโปแก จ.พัทลุง

อันดับสุดท้ายลงใต้ไปสูดโอโซนที่ นาโปแก จังหวัดพัทลุง เดินชิลล์บนสะพานไม้ นั่งถ่ายรูปที่กระท่อมปลายนา จิบกาแฟแลท้องทุ่ง เพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์อันเขียวขจีของธรรมชาติ และขยับร่างกายออกกำลังสักนิด ด้วยการทำเวิร์คช็อป ตั้งแต่การเกี่ยวข้าว ไถนา ดำนา เลี้ยงควาย ขุดบ่อปลา โอ้โห ทั้งสนุกแถมได้ความรู้เต็มๆ

ขออนุญาตใช้เนื้อหา